แนวโน้มมรสุม-พายุถล่มไทยรุนแรงขึ้น

ในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง
และดินโคลนถล่ม ในทุกภาคของประเทศ ฝนถล่มกรุงเทพฯ จนน้ำท่วมขังจนการจราจรกลายเป็นอัมพาต จ.สกลนคร เกิดน้ำท่วมใหญ่จนต้องปิดสนามบิน

ทั้งหมดล้วนมีความสัมพันธ์กับอิทธิพลและลมมรสุมที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเท่าทันและรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

รายงานการสังเคราะห์และประมวลสถานภาพองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 (TARC 2) ระบุว่า ในช่วงเวลา 64 ปีที่ผ่านมา (2494 – 2557) ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนโดยเฉลี่ย 3 ลูกต่อปี ซึ่งเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีความถี่ของพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นสูงสุด คิดเป็นพายุ 53 ครั้งจากทั้งหมด 189 ครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ รายงาน TARC2 ได้อ้างอิงถึงงานวิจัยอีกชิ้น ซึ่งค้นพบว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวมมีอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิที่ 0.14-0.20 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ สิ่งนี้เองส่งผลให้สภาวะสุดขีดของอุณหภูมิในรูปของจำนวนวันที่ร้อนและจำนวนคืนที่อุ่นในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ