นักวิชาการแนะทบทวนยุทธศาสตร์ ‘แร่’ ทุก 5 ปี เสนอเพิ่มมาตรการลดผลกระทบ ‘สวล.-ปชช.’

นักวิชาการ เสนอให้ทบทวนยุทธศาสตร์แร่ทุก 5 ปี แนะควรเพิ่มมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม-ประชาชน

กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดการประชุมเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ต่อ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ.2560 – 2564 เมื่อวันที่ 15 พ.ศ. 2560 โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนกว่า 300 คน

นางณัติกาญจน์ สูติพันธ์วิหาร นักวิชาการอิสระ กล่าวในการประชุมตอนหนึ่งว่า ควรเพิ่มเติมเรื่องความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม นิติธรรม และความคุ้มค่า ลงในส่วนของกลไกการบริหารจัดการแร่ตามหลักธรรมมาภิบาล ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีด้วย เนื่องจากขณะนี้พูดถึงแค่เรื่องความโปร่งใสและประสิทธิภาพเท่านั้น นอกจากนี้เสนอให้มีการทบทวนยุทธศาสตร์การบริการจัดการแร่ 20 ปี ทุกๆ 5 ปี เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่อง

นางณัติกาญจน์ กล่าวว่า การจัดทำแนวทางและมาตรการการเข้าถึงและการจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติยังไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาความเลื่อมล้ำขึ้นได้ ในส่วนของการวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรแร่เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดนั้น เสนอว่าควรเพิ่มเติมเรื่องการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและประชาชนด้วย

“ในร่างยุทธศาสตร์มีการพูดถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการแร่ แต่ยังขาดแนวทางการปฏิบัติ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการทำเหมืองมีความสำคัญมาก หากใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมจะสามารถช่วยลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้เป็นอย่างดี” นางณัติกาญจน์ กล่าว

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวว่า ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560-2564 ซึ่งเป็นกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ของประเทศในระยะ 5 ปีแรก

สำหรับสาระสำคัญของแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ พ.ศ.2560-2564  ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การจำแนกเขตแหล่งแร่ โดยประเทศมีบัญชีทรีพยากรแร่เพื่อเป็นฐานสำหรับการบริหารจัดการการประเมินสถานการณ์และพิจารณาขีดจำกัด รวมทั้งความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อการทำเหมืองในภาพรวมให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน และกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองบนหลักพื้นฐานศักยภาพแร่และการอนุรักษ์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

2.การกำหนดนโยบายบริหารจัดการแร่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดบมุ่งเน้นแร่เศรษฐกิจเป้าหมายที่สำคัญ อย่างน้อย 4 ชนิด ต้องมีกรอบนโยบายและแนวทางบริหารจัดการแร่ที่มีความเฉพาะและเหมาะสมกับชนิดแร่นั้นๆ โดยต้องคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการใช้ประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุตสหกรรมเหมืองแร่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและทิศทางใหม่ในอนาคต

3.การพัฒนากลไลการกำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวก การปรับปรุงและพัฒนากลไก การกำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์แร่ อาทิ ระบบอนุมัตินุญาต ระบบจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ระบบกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เป็นต้น และ

4.การเสริมสร้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยการส่งเสริมการสร้างความรู้ ความเข้าใจและความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการแร่ให้กับประชาชน รวมทั้งสนับสนุนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดจาการพัฒนาใช้ประโยชน์ทรัพยากรแร่ต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพประชาชน