รายงานล่าสุดขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ค้นพบข้อมูลอันน่าตกใจว่า ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกได้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 แสนปี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา (2016)

WMO ระบุว่า ระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกที่วัดได้ในขณะนี้อยู่ที่ 403.3 ppm (ส่วนต่อหนึ่งล้าน) เพิ่มขึ้นจาก 400ppm เมื่อปี 2558 และเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 280 ppm ในช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกเฉพาะในปีที่ผ่านมาได้ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีล่าสุดถึง 50% โดย WMO เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคือปรากฎการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดภัยแล้งในวงกว้าง ทำให้หลายพื้นที่ของโลกขาดพืชที่จะมาช่วงดูดซับก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ

รายงานดังกล่าว ยังเตือนด้วยว่า ปริมาณก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นและอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกที่คาดไม่ถึงอีกหลายอย่าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและระบบเศรษฐกิจในท้ายที่สุด

“หากปราศจากความพยายามของมนุษย์ที่ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศโลกอย่างจริงจัง อุณหภูมิของโลกจะเข้าสู่จุดอันตรายภายในสิ้นศตวรรษนี้ ซึ่งหมายความว่าลูกหลานของพวกเราจะต้องอยู่ในโลกที่ไม่น่าอยู่อีกต่อไป” เพทเทอรี่ ทาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าว

ทาลาส ระบุว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถอยู่ในชั้นบรรยากาศได้เป็นเวลาหลายร้อยปีและอาจจะนานกว่านั้นในมหาสมุทร

“ครั้งสุดท้ายที่โลกของเราต้องเผชิญกับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่รุนแรงเช่นนี้คือเมื่อ 3-5 ล้านปีก่อน ซึ่งอุณหภูมิของโลกโดยเฉลี่ยสูงกว่าในปัจจุบัน 2-3 องศาเซลเซียสและระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน 10-20 เมตร” เขา กล่าว

ที่มา : Time

- Advertisement -