คสช.ใช้ ม.44 ตั้ง ‘สำนักงานบริหารจัดการน้ำฯ’ ขึ้นตรงนายกฯ-เตรียมโอนย้ายหน่วยงานเข้าร่วม

บิ๊กตู่เซ็นคำสั่งหัวหน้าคสช. งัด ม.44 ตั้ง “สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ขึ้นตรงนายกฯ มีอำนาจระดมสรรพกำลัง-ตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 46/2560 เรื่อง การจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2560 อาศัยอำนาจตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีคำสั่งให้จัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ

สำหรับสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีส่วนราชการ หน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และเป็นฝ่ายบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ ฝ่ายแผนงาน โครงการ ฝ่ายงบประมาณบริหารจัดการ และฝ่ายติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ ในกรณีมีเหตุจำเป็นฉุกเฉิน ให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีอำนาจจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราว และมีอำนาจในการขอเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ มาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้มีผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างในสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา เพื่อโอนหน่วยงานในระดับต่ำกว่ากรมจากส่วนราชการต่างๆ ไปเป็นของสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกำหนดหรือปรับปรุงตำแหน่งข้าราชการ ตลอดจนจัดสรรอัตรากำลังให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติให้เหมาะสมตามความจำเป็นแก่ภารกิจ

อย่างไรก็ตาม ในระยะเริ่มแรกให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตามกฎหมายและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 185/2558 ลงวันที่ 15 ก.ค.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น

เนื้อหาส่วนหนึ่งในคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนตามแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านเศรษฐกิจ และด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในภาวะที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งในบางครั้งและปัญหาอุทกภัยในบางฤดู

“แม้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ดำเนินการอยู่ จะมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงในด้านการปฏิบัติการ แต่ก็ยังมิอาจดำเนินการข้ามหน่วยงานในลักษณะบูรณาการข้อมูล แผนงานหรือโครงการ งบประมาณและการติดตามประเมินผลในเชิงนโยบายและการวางแนวทางกำกับ ควบคุมการปฏิบัติการ จึงจำเป็นต้องจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นใหม่อย่างน้อยก็ในระยะเริ่มแรกซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปดังกล่าว” ส่วนหนึ่งของคำสั่งดังกล่าว ระบุ

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ คสช.เคยมีคำสั่งให้กรมทรัพยากรน้ำมาขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อมีการพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าถ้าให้มาขึ้นตรงกับสำนักนายกฯ อาจเกิดความโกลาหล เพราะเรื่องอุทกภัย กรมทรัพยากรน้ำไม่ได้รับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว ยังมีหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอีก จึงให้หยุดคำสั่ง คสช.เดิมไว้ก่อน ที่ประชุม คสช.จึงมีมติให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้นมาต่างหาก โดยให้ขึ้นตรงกับสำนักนายกฯ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำนักงานนี้มีหน้าที่ดูแลบูรณาการงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ทั้งเรื่องข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ การติดตามประเมินผล และติดตามควบคุมการปฏิบัติงาน สำหรับหน้าที่เดิมของหน่วยงานต่างๆ ยังปฏิบัติหน้าที่เดิมตามปกติ แต่อะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ต่อการบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ หรือแผนงานที่ต้องการบูรณาการ สำนักงานดังกล่าวจะเข้ามาบูรณาการงาน