กรมชลฯ ยอมถอน EHIA ‘เขื่อนแม่วงก์’ แล้ว! ยุติการผลักดันกว่า 5 ปี – ดำเนินทางเลือกอื่น

กรมชลประทานทำหนังสือถอนรานงาน EHIA “เขื่อนแม่วงก์” ออกจากสผ. ระบุลดการต่อต้าน-ความขัดแย้ง เตรียมเดินหน้าทบทวนทางเลือกใหม่

นายสมเกียรติ ประจำวงศ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน (ชป.) ทำหนังสือลงวันที่ 3 ต.ค.2560 ถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขอถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ออกจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) เพื่อทบทวนแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดน้ำทั้งระบบ โดยไม่เกิดประเด็นการต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่

เนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ตามที่ ชป.ได้จัดส่งรายงาน EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์ ให้ สผ. เพื่อเข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นควรให้ ชป.ปรับปรุงแก้ไขและเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในรายงานฯ รวมทั้งมีข้อคิดเห็นบางประเด็นที่ครอบคลุมในระดับการวิจัยหรือให้ศึกษาเพิ่มเติมในระดับลุ่มน้ำ ภูมิภาค หรือเปรียบเทียบกับผลการศึกษาระดับทั้งประเทศ ซึ่งเกินจากขอบเขตการศึกษาเดิมที่ ชป.ดำเนินการไว้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อรายงานดังกล่าว ชป.ได้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ และข้อเสนอแนวทางจากหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มาพิจารณาดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและขาดแคลนลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 2558-2569 พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยไม่เกิดประเด็นการต่อต้านคัดค้านและความขัดแย้งทางสังคม จึงดำเนินการตามแผนระยะเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ไปพลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อลักษณะหรือขนาดโครงการที่ได้่ศึกษาไว้เดิม ทำให้ต้องมีการทบทวนลักษณะโครงการใหม่ ที่สอดคล้องกับแนวทางการจัดการน้ำเชิงพื้นที่ทั้งระบบ

“เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องชัดเจนตามหลักวิชาการ ชป.จึงขอถอนรายงานฯ ออกจากการพิจารณาของ คชก. หากมีความจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ตามแนวทางเลือกที่เหมาะสม ชป.จะนำเสนอรายงานฯ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง” ตอนท้ายของหนังสือดังกล่าว ระบุ

ด้าน นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในคณะทำงานร่วมกับกรมชลประทานที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยร่วมกันตกลงว่าจะมีการทำโครงการจัดการน้ำอย่างเร่งด่วนอย่างไร ในแต่ละปีจะต้องทำอะไร ซึ่งในเบื้องต้นจะมีการเพิ่มประตูระบายน้ำหลายแห่ง ขุดลอกลำคลอง และเพิ่มพื้นที่แก้มลิงให้มากขึ้น

“ถ้าทำไม่สำเร็จ ถ้าการจัดการน้ำยังมีปัญหา กรมชลประทานก็อาจพิจารณาเสนอโครงการเขื่อนแม่วงก์ใหม่ ซึ่งถอนรายงานไปแล้วถ้าอยากทำอีกก็จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ กลับไปเริ่มกระบวนการศึกษาใหม่ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 ปี” นายศศิน กล่าว