ก่อนจะกลายเป็นแค่สัตว์ในความทรงจำ เปิดมาตรการ ‘รัฐ’ ปลุกพลังอนุรักษ์ ‘พะยูน’

“ขณะนี้พะยูนในประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤต” ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดสถานการณ์อันน่าหวาดวิตกผ่านเวทีประชุมการอนุรักษ์พะยูนและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2560

อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ภาพว่า ทุกวันนี้พะยูนถูกคุกคามอย่างหนัก ทั้งในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัย การทำลายหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหาร รวมถึงการล่าโดยมนุษย์และการติดเครื่องมือประมง

ทั้งหมดนำไปสู่การลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันคาดว่าในน่านน้ำไทยมีพะยูนไม่เกิน 200 ตัว อาศัยอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และเขตห้ามล่าสตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง มากที่สุด ราวๆ 130-150 ตัว

รศ.สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเต็มไปด้วยประสบการณ์การผ่าซากพะยูนในประเทศกว่า 20 ปี เล่าว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพะยูนเกือบทุกกรณีสรุปได้ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นใบพัดเรือตัดสันหลัง การตัดเขี้ยวเพื่อค้า-ขาย หรือจมน้ำเพราะติดเครื่องมือประมง

—– ‘Dugong’ หมู (น้ำ) แห่งท้องทะเล —–

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในน้ำ ลำตัวรูปคล้ายโลมา อ้วนป่อง ผิวหนังเรียบลื่นสีเทาอมชมพู หรือน้ำตาลเทา สีของส่วนท้องอ่อนกว่า แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐและมีด่างขาว มีขนสั้นๆ ประปรายตลอดลำตัว มีขนเส้นใหญ่หนาแน่นบริเวณปาก ขาหน้าคล้ายใบพายสำหรับการช่วยบังคับทิศทางหรือเดินบนพื้นทะเล ขาหลังลดรูปเหลือเพียงกระดูกชิ้นเล็กๆ อยู่ภายในลำตัวส่วนท้ายเป็นครีบคล้ายหางโลมาใช้โบกขึ้นลงเพื่อการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

มีตาและหูขนาดเล็กอย่างละคู่ ส่วนของหูเป็นรูเปิดเล็กๆ ไม่มีใบหู มีรูจมูกอยู่ชิดกันหนึ่งคู่ รูจมูกมีลิ้นปิด-เปิดอยู่ด้านบน เพื่อขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำได้โดยไม่ต้องโผล่ส่วนอื่น พะยูนหายใจทุก 1-2 นาที มีปากใหญ่สำหรับการขุด หรือไถไปตามพื้นทะเลเพื่อกินหญ้าทะเล พะยูนว่ายน้ำช้าด้วยความเร็ว 1.8-2.2 กม./ชม. เพราะลำตัวใหญ่ หนังหนาทำให้พะยูนสามารถป้องกันอันตรายจากการกัดหรือทำร้ายจากสัตว์อื่นได้

พะยูนมีบรรพบุรุษใกล้เคียงกับบรรพบุรุษของช้าง เมื่อราว 55-60 ล้านปีก่อน ในอดีตเชื่อว่าพะยูนอาศัยและหากินอยู่บนบก ต่อมาสายพันธุ์ของพะยูนวิวัฒนาการลงไปอยู่ในน้ำและไม่กลับขึ้นมาอยู่บนบกอีกเลยเช่นเดียวกับโลมาและปลาวาฬ

ชื่อเรียกพะยูนมีหลายชื่อคือ หมูน้ำ หมูดุด ดูหยง เงือก วัวทะเล และดูกอง พะยูน ส่วนชาวภาคใต้นิยมเรียกพะยูนว่า ดูหยง หรือ ตูหยง ซึ่งมาจากภาษามาเลเซียที่ใช้เรียกพะยูน (Dugong, sea pig หรือหมูทะเล) ภาษาเขียนบางแห่งอาจเพี้ยนไปเป็น ดุยง ดุหยง ตุยง หรือตุหยง และชาวใต้ยังเรียกพะยูนอีกชื่อหนึ่งว่า หมูน้ำ

—– เปิดแผนรัฐสารพัดแนวทางดูแลพะยูน —–

ภายในเวทีประชุมการอนุรักษ์พะยูนและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล ระดับประเทศ มีข้อเสนอหลากหลายเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแหล่งเรียนรู้ การอบรมการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเลระดับชุมชน การเสริมสร้างรูปแบบวิถีชุมชนแบบผสมผสานการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลให้แก่ประมงชายฝั่งและการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม รวมถึงการสำรวจจำนวนประชากรพะยูนที่แน่นอน เพื่อนำมาคำนวณพื้นที่อาศัยที่เหมาะสม และการจัดทำเขตอนุรักษ์พะยูน

ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บอกเล่าถึงเส้นทางการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลว่า ขณะนี้ภาครัฐมีแนวทางการบริหารจัดการ โดยมาตรการการป้องกันคือมีการวางทุ่นเขตอนุรักษ์พะยูน หญ้าทะเล ศึกษาพฤติกรรมของพะยูน โดยการติดแท็กพะยูนในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

นอกจากนี้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ยังมีการจัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พะยูนในประเทศไทย คือการให้การศึกษาและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของพะยูนกับระบบนิเวศหญ้าทะเลให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เพื่อให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพะยูนและหญ้าทะเล

ขณะเดียวกัน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา และช่วยอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลตามแนวทางที่ถูกต้องโดยมีส่วนราชการหรือองค์กรอิสระอื่นๆ เป็นที่ปรึกษาและให้ข้อมูลทางด้านวิชาการ สำรวจ และวิจัยชีววิทยาประชากรพะยูนและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูพะยูน ป้องกันการทำการประมงที่ผิดกฎหมายหรือใช้เครื่องมือที่เป็นภัยคุกคามต่อพะยูน รณรงค์การดูแลความสะอาดชายฝั่งและเข้มงวดการทิ้งขยะและของเสียลงสู่ทะเล

พร้อมกันนี้ ต้องมีกระบวนการติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง สร้างศูนย์ช่วยเหลือและพยาบาลสัตว์ทะเล เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยปฏิบัติการช่วยเหลือ พร้อมอุปกรณ์การปฏิบัติงาน คุ้มครองป้องกันและเฝ้าระวังการลักลอบจับและการขนย้ายพะยูน จัดระเบียบการท่องเที่ยวและส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการท่องเที่ยวในแหล่งสัตว์ทะเลหายากอย่างเหมาะสมและยั่งยืน จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์พะยูน และจัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งอาศัยของพะยูนเชิงพื้นที่ให้เหมาะสมและยั่งยืน

—– ภาค ปชช.ผนึกกำลังตั้งกลุ่มอนุรักษ์พะยูน —–

ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นที่ให้ความสำคัญและร่วมกันอนุรักษ์พะยูน ยังมีกลุ่มคน ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันภายใต้ชื่อกลุ่ม ‘พิทักษ์ดุหยง-เกาะลิบง’ โดยตั้งธงอนุรักษ์คือเพื่อศึกษาภูมิปัญญาและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพะยูน เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์พะยูน โดยคนในชุมชนเกาะลิบง และเพื่อสร้างสำนึกการอนุรักษ์พะยูน และทรัพยากรทางทะเล

ทิพย์อุสา แสงสว่าง ผู้แทนจากกลุ่มพิทักษ์ดุหยง-เกาะลิบง เล่าว่า เริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลชาวบ้านบนเกาะลิบง และเห็นด้วยกับการอนุรักษ์ เนื่องจากมีการล่าพะยูนเพื่อการค้า ติดเครื่องมือประมง ภัยธรรมชาติ ทำให้พะยูนเกยตื้นบ่อยครั้งและลดจำนวนลง ประกอบกับว่าชาวบ้านตกเป็นจำเลยของสังคมเมื่อมีการตายของพะยูน

จากการตั้งกลุ่มนำมาสู่กิจกรรมการอนุรักษ์และกติการชุมชน เช่น ห้ามใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน ไม่ว่าจะเป็น อวนหมึก (อวน 3 ชั้น) อวนปลากระเบน อวนประกอบไม้กระทุ้งน้ำ ยาเบื่อ อวนดำ อวนลาก อวนรุน บริเวณอนุรักษือย่างเด็ดขาด ห้ามแล่นเรือไล่ตามพะยูน และลดความเร็วเมื่อเข้าเขตอนุรักษ์ เป็นต้น

เป็นไปได้ว่าท่ามกลางการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรทางทะเล และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิด หากไม่มีการอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้ ในอนาคตอันใกล้คงจะเหลือเพียงชื่อและภาพความทรงจำเท่านั้น