ค้าน กม.ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ตบทรัพย์เกษตรกร เอื้อเอกชน – ชาวบ้านต้องซื้อพันธุ์พืชใหม่ทุกฤดู

‘ไบโอไทย’ ค้านกรมวิชาการเกษตรแก้กฎหมายผูกขาดเมล็ดพันธุ์ เปิดช่องรัฐมนตรีประกาศควบคุมห้ามเกษตรกรเก็บไปปลูกต่อ ด้านนักวิชาการเห็นต่าง ระบุ กฎหมายอุดช่องโหว่ความล้าหลัง คลายอุปสรรคการพัฒนาสายพันธุ์

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) เปิดเผยกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า ไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นและจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 ต.ค.2560 เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่ต้องการขยายการคุ้มครองและผูกขาดพันธุ์พืชชนิดใหม่ ตามระบบกฎหมายที่ชื่อว่า UPOV1991 ซึ่งมีประเทศอุตสหกรรมและบรรษัทข้ามชาติเป็นผู้ผลักดัน

“การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ นอกจากมีการขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชให้กับบริษัทเมล็ดพันธุ์แล้ว ยังลดทอนสิทธิของเกษตรกรด้วย โดยมาตรา 35 เดิมระบุว่าการเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อถือว่าเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่ในร่างฉบับใหม่กลับเปิดช่องให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศได้ว่าพันธุ์พืชใดไม่อนุญาตให้เกษตรกรเก็บไปปลูกต่อได้ หรือปลูกได้แค่บางส่วน” นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า การผูกขาดดังกล่าวเป็นสิ่งที่บริษัทเมล็ดพันธุ์ต้องการ เพราะจะทำให้เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ไปปลูกในทุกฤดูการผลิต ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้ง

นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า พันธุ์พืชทั่วไปมี 2 แบบ ได้แก่ 1.พันธุ์ผสมเปิด คือเมล็ดพันธุ์แท้ที่ปลูกกี่ฤดูก็จะมีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ และหากมีการคัดเลือกก็จะได้พันธุ์ที่ดีขึ้น 2.เมล็ดพันธุ์ลูกผสม เมื่อนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกจะได้ลักษณะที่ดีแต่ถ้าเก็บพันธุ์ปลูกต่อผลิตจะแย่ลง ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องออกกฏหมายป้องกันเกษตรกรนำไปปลูกต่อ เพราะการนำเมล็ดพันธุ์ลูกผสมปลูกต่อไม่เกิดประโยชน์ หรือน้อย

“กฎหมายต้องการคุ้มครองเมล็ดพันธุ์ผสมเปิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตกรเอาเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อ บริษัทได้ค้าขายพันธุ์พืชตลอดฤดูการผลิตได้ หากมีการนำกฎหมายมาใช้จริงเป็นการบีบให้เกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกฤดูการผลิตในราคาแพงขึ้น 2-4 เท่าตัว ทั้งยังทำให้บริษัทเมล็ดรายย่อยล่อสลาย และจะมีการจับกุมเกษตรกรที่นำพันธุ์พืชของตัวเองไปปลูกต่อ หรือแจกจ่ายเพื่อนบ้าน” นายวิฑูรย์ กล่าว

ด้านนางจวงจันทร์ ดวงพัตรา อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ที่กำลังรับฟังความคิดเห็นอยู่ในขณะนี้ เพราะกฎหมายฉบับเดิมใช้มานานไม่ทันกับเหตุการณ์ มีจุดอ่อนจุดบกพร่องหลาย นับว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืช

“พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้มีการผูกขาดและเอื้อประโยชน์กับบริษัทเมล็ดพันธุ์ให้เอาเปรียบเกษตรกร เมื่อนักปรับปรุงพันธุ์พืชพัฒนาพันธุ์พืชขึ้น ขอรับสิทธิเป็นเจ้าของพันธุ์จะได้รับคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับเดิมก็ได้กำหนดไว้ว่าถ้าใครละเมิด ขโมยพันธุ์พืช ปลอมแปลงจะมีโทษทางกฎหมายเช่นกัน” นางจวงจันทร์ กล่าว

นางจวงจันทร์ กล่าวอีกว่า เมื่อเกษตรกรซื้อพันธุ์พืชของบริษัทเมล็ดพันธุ์ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ลูกผสม จะได้ประโยชน์เฉพาะเมล็ดพันธุ์ระยะแรกเท่านั้น คือเมื่อปลูกจะมีผลผลิตสูง ต้านทานโรค มีลักษณะสีตามความต้องการ เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวจะได้เมล็ดพืชธรรมดา หากเก็บเมล็ดนั้นไปปลูกต่อได้ไม่ผิดกฎหมาย ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ แต่ห้ามนำไปค้าขาย เพราะการขายต้องมีการขออนุญาต

“การนำเมล็ดพืช หรือเมล็ดพันธุ์ลูกผสมไปปลูกในระยะที่ 2 ทำให้เกิดผลเสีย เกษตรกรไม่ได้ผลผลิตตามความต้องการเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่ซื้อมาจากบริษัท เพราะระยะที่ 2 มีการกระจายลักษณะต่างๆ ออกไปทำให้ผลผลิตไม่ได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. เพื่อต้องการไม่ให้เกษตรกรที่นำไปปลูกมาร้องเรียนว่าเมล็ดพันธุ์ไม่ดี เพราะบริษัทมีการรับรองเฉพาะเมล็ดพันธุ์รุ่นแรกเท่านั้น” นางจวงจันทร์ กล่าว

อนึ่ง ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช (ฉบับที่…) พ.ศ. … เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ซึ่งขณะนี้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศรับฟังความเห็นร่างฉบับดังกล่าว โดยกำหนดสิ้นสุดรับฟังความเห็นภายในวันที่ 20 ต.ค. 2560

- Advertisement -