‘ทีดีอาร์ไอ’ สนับสนุน ครม.ปลดล็อกที่ดิน ส.ป.ก ชี้ต้องชดเชยสมราคา-เจ้าของที่ดินเดิมยินยอม

นักวิจัยทีดีอาร์ไอ หนุน ครม.ปลดล็อกที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์สูงสุด ชี้ต้องมีการชดเชยที่เหมาะสม และได้รับการยินยอมจากเกษตรกรก่อน

นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาด้านการวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติอนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ พ.ศ. …. เพราะเป็นการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเกษตรกรก็ได้ประโยชน์ด้วย เนื่องจากมีเรื่องของการชดเชย

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินจำเป็นต้องคุยกับเกษตรกรก่อนว่าจะยอมหรือไม่ เรียกค่าชดเชยเท่าไหร่ ซึ่งอาจจะต้องเป็นเงินที่สูงแต่คงไม่สูงมากเพราะที่ดิน ส.ป.ก. ไม่ใช่ที่ดินที่ใครเป็นเจ้าของ ทั้งยังมีเรื่องของการจำกัดการใช้สิทธิ์ซึ่งทำให้ราคาของที่ดินต่ำกว่าที่ดินทั่วไป ส่วนตัวคิดว่าหากโครงการด้านพลังงานเข้าไปพร้อมทั้งเสนอราคาที่เกษตรรับได้ คิดว่าเกษตรพร้อมที่จะให้ทำโครงการได้

“รัฐไม่ควรล็อกสเปกว่าจะไปลงที่ไหนเพราะนี่คือปัญหา เวลาเลือกพื้นที่ไม่ควรจะไปเจาะจงว่าต้องเอาหมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ เพราะจะทำให้ไม่สามารถต่อรองกับเกษตรกรได้ เมื่อจะทำโครงการต้องเลือกพื้นที่ให้มีความหลากหลายจังหวัด หลายตำบล และต้องดูว่าแต่ละพื้นที่ประชาชน เกษตรกรยินยอมมากน้อยขนาดไหน สำหรับพื้นที่ที่ไม่ยินยอมก็ไม่ควรเอา แต่เชื่อว่ามีบางพื้นที่ที่เกษตรกรอยากเปลี่ยนอาชีพ เพราะที่ดินไม่มีความเหมาะสมอยากที่จะขายเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น” นายอดิศร์ กล่าว

นายอดิศร์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้มีการนำพื้นที่ ส.ป.ก. เปลี่ยนมือไปลงทุนทางด้านเศรษฐกิจจำนวนมาก การเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ไปทำอย่างอื่นไม่ได้เกิดเพราะคำสั่งฉบับนี้ แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว ด้วยกลไกการซื้อ-ขายที่ดินของเอกชน หากมีการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี และชดเชยที่เหมาะสมก็ไม่ทำให้เกิดปัญหา ทั้งนี้ภาครัฐต้องมีการกันที่ดินบางส่วนให้เป็นที่เกษตรไม่ให้พื้นที่อุตสหกรรมอยู่ใกลพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อไม่เห็นเกิดผลกระทบข้างเคียง

“หากมีค่าชดเชยเยอะก็จะไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ หากดูผิวเผินเหมือนกับการเอาเปรียบเกษตรกรทำให้ไม่มีที่ทำกิน หากมีการชดเชยให้จำนวนมากเกษตรกรอาจจะนำเงินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรจะชั่งน้ำหนักเอง ผมไม่คิดว่าจะเกิดความเหลื่อมล้ำแต่ต้องชดเชยให้ตามราคาตลาด” นายเลิศศักดิ์ กล่าว

อนึ่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์แก่สาธารณะ ของประเทศ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการออกคำสั่ง ที่ 31/2560 ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2560

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายคือกำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีอำนาจยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินสำหรับกิจการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยการยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินที่มีขนาดเนื้อที่เกิน 500 ไร่ หรือระยะเวลาการขอใช้เกิน 30ปี หรือที่ดินที่รัฐได้ปรับปรุงพัฒนาเพื่อการปฏิรูปที่ดินสำหรับจัดให้แก่สถาบันเกษตรกรไว้แล้ว

ทั้งนี้ ครอบคลุมกิจการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานรวมทั้งพลังงานทดแทน, การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และ กิจการอันเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ เช่น การคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ระบบโทรคมนาคม และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังให้อำนาจ คปก.อนุญาติให้ดำเนินกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียน หรือการทำเหมือง โดยให้กระทำได้เฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพในการทำเกษตรกรรม หรือสามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรต่อไป

- Advertisement -