โลกร้อนโฮก! พืชสังเคราะห์แป้งไม่หยุด โภชนาการลด – ‘ข้าว’ ส่อเป็นอาหารขยะ

โลกร้อนเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรให้กลายเป็น ‘อาหารขยะ’ … นี่คือเรื่องที่ยังไม่มีใครพูดถึง

ไม่ใช่แค่เบอร์เกอร์ พิซซ่า หรือไก่ทอดจากฟาสต์ฟู๊ดจะได้สมญานามว่าเป็น ‘อาหารขยะ’ หากแต่ ข้าว พืชผัก หรือสินค้าเกษตรที่เราเรียกว่า ‘อาหาร’ ก็สามารถหมดคุณค่าทางโภชนาการได้

หากพูดอย่างร้ายแรงที่สุด ในอนาคตอันใกล้ผลผลิตทางการเกษตรก็อาจเข้าข่าย ‘อาหารขยะ’ ที่ใครหลายคนไม่อาจนึกถึง

บทความเรื่อง The great nutrient collapse ในสำนักข่าว POLITICO สัญชาติอเมริกัน อธิบายปรากฎการณ์ที่แปลเป็นไทยว่า ‘การล่มสลายทางโภชนาการ’

จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี โดย Irakli Loladze และทีมวิจัย มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต เขาพบว่า เราอยู่ในยุคที่คุณค่าทางอาหารในพืชส่วนใหญ่มีแต่คาร์โบไฮเดรต ซึ่งมันเบียดบังเจือจางสารอาหารชนิดอื่นๆ เช่น แร่ธาตุ วิตามินที่เคยมีออกไป

ประเด็นตั้งต้นที่ทำให้เขาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือตอนเข้าแล็ปเมื่อปี 1998 เขาและอาจารย์ทดสอบทฤษฎีที่ว่าหากฉายแสงเข้าไปที่สาหร่ายสีเขียว ซึ่งเป็นอาหารของแพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) จะทำให้สาหร่ายเหล่านั้นเพิ่มจำนวนขึ้น

น่าสนใจว่าผลการทดลองเป็นจริง คือเมื่อฉายแสงเข้าไปส่งผลให้ปริมาณสาหร่ายสีเขียวเพิ่มขึ้นจริง แพลงก์ตอนก็กินอิ่มขึ้น แต่ที่สุดแล้วกลับพบว่าแพลงก์ตอนตายลงเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น

นั่นหมายความว่า สาหร่ายสีเขียวเพิ่มจำนวนขึ้น แต่มันได้กลายเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ไปเสีย

มันได้กลายเป็นอาหารขยะไป

Loladze ตั้งคำถามต่อไปว่า ปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริงกับพืชผักอื่นๆ ที่สังเคราะห์แสงด้วยหรือไม่

“ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกเคยอยู่ที่ 280 ppm (280 ส่วนในล้านส่วน) แต่ปีที่ผ่านมากลับเพิ่มขึ้นถึง 400 ppm มากไปกว่านั้นก็คือนักวิทยาศาสตร์ทำนายว่า ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นถึง 500 ppm ในอีก 50 ปีข้างหน้า หรือสองเท่าก่อนสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม” Bottemiller Evich คอลัมนิสต์ของ POLITICO ให้ข้อมูลไว้เช่นนั้น

การทดลองเท่าที่มีข้อมูลในตอนนี้ (Loladze ระบุไว้ชัดเจนว่าการทำงาน 17 ปีที่ผ่านมาของเขายังไม่ใช่ข้อสรุป) หากแต่เป็นประเด็นที่น่าพูดถึงและมีข้อมูลที่ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านโภชนาการได้เกิดขึ้นแล้วจริง

เขา พบว่า อย่างน้อยพืช C3 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชที่เรากินทุกวัน เช่น ข้าว กลุ่มธัญพืช เช่น วีท บล็อกโคลี่ และมะเขือเทศ คุณค่าทางอาหารได้ลดสัดส่วนลง คือมีแป้งมากกว่าวิตามินและสารอาหารอื่นๆ

คำอธิบายหนึ่งก็คือ เพราะความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีมากขึ้น จึงทำให้พวกมันเร่งผลิตแป้งซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการสังเคราะห์ด้วยแสง

“ตามที่นักวิทยาศาสตร์อธิบาย ความเข้มข้นของ CO2 ได้เร่งกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เปลี่ยนแสงเหล่านั้นเป็นอาหาร นี่ทำให้พืชโตอย่างรวดเร็วขึ้น แต่ก็ทำให้มันสร้างแป้ง เช่น กลูโคส มากกว่าสารอาหารประเภทอื่นๆ เช่น โปรตีน เหล็ก ซิงค์” Evich อธิบาย

ที่ผ่านมา เรากำลังกังวลถึงปัญหาอาหารไม่เพียงพอต่อปริมาณประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่วันนี้กลับพบว่าเกิดปัญหาอื่นแทรกซ้อน นั่นก็คือโภชนาการของอาหารกำลังลดลงจากความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ และปัญหาโลกร้อน

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าประเด็นนี้ยังคงต้องทำการศึกษากันต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้เกิดการวิจัยประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในงานวิจัยในฐานะวาระแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาภายในปี 2020 เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาความมั่นคงทางอาหารจากปัญหาโลกร้อนต่อไป

ที่มา:
http://www.politico.com/agenda/story/2017/09/13/food-nutrients-carbon-dioxide-000511
https://www.treehugger.com/climate-change/atmosphere-changing-food-we-eat.html