ยุติมหากาพย์ ‘คลิตี้’ ศาลสั่งบริษัทจ่ายอีก 36 ล. ชนะครบ 3 คดี – ชาวบ้านชี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู

ศาลฎีกาตัดสินบริษัทจ่ายอีก 36 ล้าน เหตุการณ์ตะกั่วปนเปื้อน “คลิตี้” คดีสุดท้าย ชาวบ้านระบุชนะแล้ว 3 คดี เกือบ 20 ปีธรรมชาติยังไม่ฟื้นฟู

ศาลจังหวัดกาญจนบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2560 ตัดสินให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกรวม 7 คน ในฐานะจำเลย ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จำนวน 151 คน ในฐานะโจทก์ เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง จากกรณีปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ จนทำให้ชาวบ้านเจ็บป่วยเรื้อรังและไม่สามารถใช้สอยได้ตามเดิม

ขณะเดียวกันยังบังคับให้จำเลยทั้ง 7 ทำการฟื้นฟูลำห้วยและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนสารตะกั่วจากโรงแต่งแร่ให้กลับคืนมาดังเดิม โดยให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่หน่วยงานรัฐได้วางกฎเกณฑ์ไว้ ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวยืนตามศาลอุทธรณ์ ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2659/2550 หมายเลขแดงที่ 1290/2553 โดยจำเลยได้ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.2550 เรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท และขอให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้

สำหรับคดีดังกล่าว นับเป็นการตัดสินคดีที่ 3 จากเหตุการณ์การปนเปื้อนสารพิษจากกิจการเหมืองตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2532 โดยคดีแรกชาวกะเหรี่ยงจำนวน 8 ราย ซึ่งมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีพิษตะกั่วเรื้อรัง ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัทฯ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีในปี 2546 โดยศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2558 ให้บริษัทฯ ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 20,200,0000 บาท พร้อมแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยจนกว่าจะสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ตามมาตรฐาน

ในส่วนของคดีที่สอง ชาวบ้านรวมจำนวน 22 ราย ได้ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ฐานละเลยล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ ต่อศาลปกครองในปี 2547 โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2556 ให้ คพ.ต้องปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ โดยกำหนดแผนการฟื้นฟูและตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนในลำห้วยจนกว่าจะไม่เกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีรายละ 177,199.55 บาท รวมแล้วกว่า 3.9 ล้านบาท

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ เปิดเผยว่า เมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ผู้ที่ถูกศาลสั่งจะต้องดำเนินการโดยเร็ว อย่างไรก็ตามแม้ที่ผ่านมาจะมีคำพิพากษาในคดีแพ่งของชาวบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 8 คน เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2558 แต่จนถึงปัจจุบันผู้ประกอบการซึ่งเป็นจำเลยกลุ่มเดียวกันก็ยังไม่ดำเนินการฟื้นฟูแต่อย่างใด จึงได้แต่หวังว่าคำพิพากษาครั้งนี้จะเป็นการย้ำและเร่งในการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้เร็วมากขึ้น รวมทั้งหวังว่าจำเลยทั้ง 7 จะร่วมกันเร่งชดใช้ค่าเสียหายกว่า 36 ล้านบาทให้กับชาวบ้าน 151 คน โดยเร็วเช่นกัน

นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ หนึ่งในชาวบ้านผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า รู้สึกพอใจในคำพิพากษาเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายของศาลฎีกา แต่ชาวบ้านอยากให้มีการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กับคืนมาดังเดิมโดยเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบการดำเนินการฟื้นฟู แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการฟื้นฟูแต่อย่างใด ซึ่งเป็นระยะเวลานานเกือบ 20 ปี ที่ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำในลำห้วยคลิตี้ได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจึงได้แต่คาดหวังว่า คพ.จะเข้ามากำกับดูแลและเร่งให้ผู้ประกอบการดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้โดยเร็วที่สุด