อัดงบ 4 เทศบาลนำร่องทำ ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ ‘เชียงใหม่’ จ่ออัพขนส่งมวลชน – ลดรถส่วนตัว

“กองทุนสวล.โลก” หนุนงบ 108 ล้าน พัฒนา 4 เทศบาลนำร่อง “เมืองคาร์บอนต่ำ” ด้าน “เชียงใหม่” เตรียมเพิ่มความสะดวกสบายขนส่งมวลชน-เพิ่มความลำบากรถส่วนตัว

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน (อบก.) และสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในการดำเนินโครงการ “พัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำผ่านระบบการจัดการเมืองอย่างยั่งยืน” ร่วมกับ 4 เทศบาลนคร ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลนครนครราชสีมา และเทศบาลนครเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2560

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) จำนวน 3.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 108 ล้านบาท ในการช่วยพัฒนาเมืองให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน และเตรียมเทศบาลให้เป็นสังคมที่มีความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ใน 4 เทศบาลเมืองนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ

นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการ อบก. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะมุ่งเน้นที่การจัดการขยะ น้ำเสีย การขนส่งที่ยั่งยืน พลังงานทดแทน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมุ่งหวังให้เมืองนำร่องทั้ง 4 แห่งนำบทเรียนจากประสบการณ์และความสำเร็จภายใต้โครงการนี้มาต่อยอดการดำเนินงานของเทศบาล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ต่อไป

นางประเสริฐสุข กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายภายในระยะเวลา 4 ปี จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองนำร่องทั้ง 4 แห่ง ไม่น้อยกว่า 1.7 แสนตัน ลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคการขนส่งไม่น้อยกว่า 7.8 แสนกิกะจูล หรือเทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 25 ล้านลิตร จัดการขยะของเสียให้ได้มากขึ้น 3.8 แสนตันต่อปี และสร้างการจ้างงานจากการลงทุนภายใต้โครงการอย่างน้อย 40 ตำแหน่ง

นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาที่พบในเมืองเชียงใหม่ คือกระแสของสังคมเมืองที่ทำให้มีคนต่างถิ่นเข้ามามากขึ้น จึงทำให้มีขยะและปัญหาการจราจรมากขึ้นตาม รวมไปถึงแนวโน้มช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยเพื่อขึ้น ซึ่งในส่วนของเมืองคาร์บอนต่ำได้เตรียมดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก คือ การลดมลพิษจากภาคการขนส่ง การลดมลพิษจากขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยดูดซับมลพิษ

“เชียงใหม่มีจำนวนรถจดทะเบียนประมาณ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 1.6 ล้านคัน และรถยนต์ 4 แสนคัน ขณะที่มีจำนวนประชากร 1.5-1.6 ล้านคน แปลว่าคนน้อยกว่ารถ ดังนั้นสิ่งที่จะทำคือเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ขนส่งมวลชน แล้วเพิ่มความลำบากในการใช้รถส่วนตัวมากขึ้น เช่น ปรับจำนวน เส้นทาง และช่วงเวลาของรถเมล์ขาวเชียงใหม่ให้ครอบคลุมมากขึ้น มีสถานีชาร์จสนับสนุนให้คนใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงจำกัดเส้นทางรถส่วนตัวในบางพื้นที่” นายทัศนัย กล่าว

อนึ่ง โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณเป็นเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก GEF จำนวน 108 ล้านบาท และงบประมาณสมทบในรูปแบบของทรัพยากรในการดำเนินงานและงบปกติของหน่วยงานจาก อบก. จำนวน 14 ล้านบาท UNDP จำนวน 10 ล้านบาท และจาก 4 เมืองนำร่องที่มาจากงบบุคลากร และเงินลงทุนในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก รวมจำนวน 6,300 ล้านบาท

ทั้งนี้โครงการฯ มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2560 – 30 เม.ย.2564 แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.การวางแผนพัฒนาเมือง โดยเตรียมวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละเมือง พร้อมปรับข้อมูลโดยจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากนั้นจึงพัฒนาแผนปฏิบัติการ และฝึกอบรมบุคลากรของเมืองในการวางแผนและบริหารจัดการสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ

2.การลงทุนแบบคาร์บอนต่ำ โดยสนับสนุนช่วยเหลือทางวิชาการและทางการเงิน ในการดำเนินงานและบริหารจัดการเมืองคาร์บอนต่ำ มุ่งเน้นที่การจัดการของเสียและการขนส่งยั่งยืน 3.การส่งเสริมแรงจูงใจทางการเงินและการจัดการเชิงองค์กร เช่น พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม คู่มือแนวทาง และกรอบในการติดตามตรวจสอบ พร้อมขยายเครือข่ายเมืองคาร์บอนต่ำและกิจกรมต่างๆ