‘ยูเนสโก’ พอใจหลังลงพื้นที่ ‘Satun Geopark’ เตรียมลุ้นขึ้นทะเบียน ‘อุทยานธรณีโลก’ ปลายปี

รองอธิบดีกรมธรณีฯ ระบุ ท่าที “ยูเนสโก” พอใจหลังลงพื้นที่ประเมิน “อุทยานธรณีสตูล” เข้าร่วมสมาชิก “อุทยานธรณีโลก” ลุ้นขึ้นทะเบียนเดือน พ.ย.นี้

นายนิวัติ มณีขัติย์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจประเมินอุทยานธรณีสตูล จ.สตูล ของคณะกรรมการองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) พบว่ามีท่าทีที่น่าพอใจ และมีความคาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากยูเนสโกในช่วงปลายปีนี้ ว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลกหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25-28 ก.ค.2560 คณะกรรมการยูเนสโก ได้ลงพื้นที่อุทยานธรณีสตูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่ายอุทยานธรณี และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งท่าทีของผู้ประเมินมีความพึงพอใจกับการต้อนรับของภาคส่วนต่างๆ และจากการลงพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนและท้องถิ่นในพื้นที่ที่รับการประเมิน

นายนิวัติ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางการก้าวสู่อุทยานธรณีโลกมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน โดยในขณะนี้อุทยานธรณีสตูลได้เข้าสู่ขั้นตอนที่ 5 คือการลงพื้นที่ตรวจประเมินเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก และคาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการขึ้นทะเบียน ในช่วงเดือน พ.ย.นี้

“หากได้รับการขึ้นทะเบียน จะมีข้อดีทางด้านข้อมูลวิชาการต่างๆ การให้ความรู้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา การอนุรักษ์โดยการมีส่วนร่วม และประโยชน์อีกหลายประการ โดยปัจจุบันมีอุทยานธรณีที่ได้รับการรับรองโดยยูเนสโกแล้วจำนวน 127 แห่งใน 35 ประเทศทั่วโลก” นายนิวัติ กล่าว

อนึ่ง กรมทรัพยากรธรณี ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานสตูล (Satun Geopark) เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2557 ครอบคลุมพื้นที่ 2,597.21 ตร.กม. ใน 4 อำเภอของ จ.สตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก และมีการยกระดับให้เป็นอุทยานธรณีประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2559

สำหรับอุทยานธรณีสตูล ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่และชายหาดที่สวยงาม พร้อมทั้งเป็นแหล่งธรณีวิทยามีคุณค่าทางวิชาการในระดับโลก อาทิ การลำดับชั้นหินของมหายุคพาลีโอโซอินครบทุกยุค ซึ่งมีอายุตั้งแต่ประมาณ 250-500 ล้านปี มีการพบซากดึกดำบรรพ์ของไทรโลไบต์ หรือแมงดาทะเลโบราณ และแบรคิโอพอดสกุลใหม่ของโลก

- Advertisement -