ปลายเดือนกรกฎาคม 2560 คาลล์ แอมมานน์ (Karl Ammann) สื่อมวลชนและนักทำสารคดีสัตว์ป่าแนวสืบสวนสอบสวนพร้อมด้วยทีมงาน ได้ร่วมกันชำแหละธุรกิจการค้าช้างป่าผิดกฎหมายในประเทศจีน ซึ่งพบว่าช้างจำนวนมากที่จัดแสดงอยู่ใน “สวนสัตว์” ประเทศจีน ถูกลำเลียงมากจากประเทศลาว

อิสรภาพของช้างป่า ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ 2.3 หมื่นยูโร หรือราวๆ 8.8 แสนบาท

จุดเริ่มต้นมหากาพย์การขุดคุ้ยในครั้งนี้ ตั้งต้นจากข่าวการเตรียมขนช้างป่าจำนวน 16 ตัว ด้วยเรื่องบินสายการบินอาหรับ เอมิเรต ไปยังสวนสัตว์ประเทศดูไบ แต่ถูกระงับไว้โดยคำสั่งของ ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว พร้อมทั้งออกคำสั่งให้เตรียมสอบสวนธุรกิจขนส่งสัตว์ป่าผิดกฎหมายในทันที

“จากนั้นพวกเราเลยย้อนกลับไปสืบหาที่มาของช้างป่าเหล่านี้ สัมภาษณ์พรานช้าง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เท่าที่ทำได้” แอมมานน์ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มเรื่อง ก่อนจะให้ข้อมูลต่อไปว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีช้างผิดกฎหมายกว่า 100 ตัว จะถูกส่งไปใช้ชีวิตที่เหลือที่สวนสัตว์ประเทศจีน

สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ ชุนเหม่ย ฮู (Chunmei Hu) นักอนุรักษ์สัตว์ป่า ในบทความเรื่อง The suffering of China’s circus animals : ความทุกข์ระทมของสัตว์ในสวนสัตว์ประเทศจีน ซึ่งตอนหนึ่งระบุว่า สวนสัตว์ 6 แห่ง ที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ ในระยะเวลาเพียง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าช้างจากประเทศลาวโดยระบุที่มาอย่างชัดเจนจำนวน 38 ตัว แต่มีอีก 50 ตัว ที่ต้องสงสัยว่าเป็นช้างสัญชาติลาวด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูข้อกำหนดของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไซเตส” จะพบว่า “ช้างเอเชีย” เป็นสัตว์ที่ห้ามทำการค้าอย่างเด็ดขาด เว้นไว้แต่จะเป็นไปเพื่อการวิจัยและเพาะพันธ์เท่านั้น (Captive breed: การเพาะพันธุ์สัตว์ในสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมไว้ เช่น พันธุ์สัตว์ สถานที่)

นอกจากนี้ หากอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของพรานช้างป่าซึ่งอยู่ในรายงานของ “แอมมานน์” ยิ่งทำให้ได้ภาพสถานการณ์ชัดขึ้น พรานช้างหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่าช้างที่จะถูกส่งขายไปยังประเทศจีน มักเป็นการผสมพันธุ์ที่คล้ายการผสมพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ (Captive breed) โดยพรานช้างจะเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีไว้ แล้วจึงผูกช้างตัวเมียไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ในป่า เพื่อที่มันจะได้ผสมพันธุ์กับช้างตัวผู้หรือช้างพลาย

แต่ในกรณีนี้ คงไม่ใช่การทำ Captive breed อย่างแน่นอน

“แอมมานน์” สรุปไว้ว่า นี่คือธุรกิจการค้าที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน โดยในวงจรการค้า พ่อค้าคนกลางชาวจีนจะได้รับค่านายหน้ามากกว่านายหน้าคนสุดท้ายในประเทศลาวเกิน 10 เท่า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและก็ใช่ว่าไซเตสจะไม่รู้ไม่เห็นกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในลาว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 จอห์น อี สแคนนอน เลขาธิการไซเตส ได้ออกจดหมายเตือนให้ทางการลาวเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยขอให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและให้กำหนดแผนการเพื่อแก้ไข้ปัญหาอย่างเข้มงวด

ไม่เพียงเท่านั้น สารน์จากเลขาธิการไซเตสยังส่งตรงถึงประเทศจีนในฐานะประเทศคู่ค้าด้วย เพราะจีนไม่เพียงแค่รับช้างป่าผิดกฎหมายจากลาว แต่จีนยังถือเป็นประเทศที่ทำธุรกิจกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ อีกมากด้วย เช่น แรด วาฬ ช้างเอเชีย และลิงชิมแปนซี

ที่มา:
https://www.theguardian.com/environment/2017/jul/25/dozens-of-laotian-elephants-illegally-sold-to-chinese-zoos
https://www.chinadialogue.net/article/show/single/en/6673-The-suffering-of-China-s-circus-animals
Emirates under the spotlight by conservationists for attempted elephant export flight
http://www.karlammann.com

- Advertisement -