‘สปีดโบ๊ท’ พุ่งชน ‘เต่าตนุ’ กระดองแตกตายอื้อ ซากเต่าหัวค้อนเกยตื้น ‘สุราษฎร์’ ในรอบ 20 ปี

นักอนุรักษ์เผย “สปีทโบ๊ท” แล่นชนเต่าตนุตายเดือนละ 7-8 ชีวิต รายล่าสุดคาตาชาวประมง ขณะที่ชาวบ้านพบซาก “เต่าหัวค้อน” เกยตื้น หลังจากเข้าใจว่าสูญพันธุ์จากน่านน้ำไทยไปแล้ว

นายขจัด เชาวเจริญพงศ์ เจ้าของรีสอร์ทบริเวณหน้าหาดกรวด เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และที่ปรึกษากลุ่มดอกไม้ทะเล เปิดเผยกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า ระยะหลังมานี้พบเต่าตนุบริเวณเกาะพะงันตายเป็นจำนวนมาก เพียงเดือนเดียวตายถึง 7-8 ตัว ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากกระดองแตกเพราะถูกเรือสปีดโบ๊ทและเรือที่ใช้ความเร็วสูงแล่นมาชนในช่วงที่เต่าตนุขึ้นมาหายใจ

“โดยธรรมชาติแล้วเต่าตนุจะใช้เวลา 30-45 นาทีต่อการหายใจบนผิวน้ำหนึ่งครั้ง ซึ่งขณะหายใจก็มักจะมีเรือวิ่งผ่านด้วยความรวดเร็ว เมื่อหลบไม่ทันก็ต้องชนจนเต่าได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต” นายขจัด กล่าว

นายขจัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2560 ชาวบ้านพบเต่าตนุเพศเมียขึ้นมาเกยตื่นที่หายท้องศาลา เกาะพะงันก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งหลังจากนั้นก็ทราบว่าเต่าตนุตัวดังกล่าวตายเพราะถูกเรือสปีทโบ๊ทชนเช่นกัน เนื่องจากมีชาวประมงเห็นและได้ยินเสียงเรือสปีทโบ๊ทกระแทกกับของแข็ง และเรือลำดังกล่าวก็ได้ย้อนกลับไปดูแล้วพบว่าเป็นเต่าจึงได้ขับเรือหลบหนีไป

สำหรับเต่าตนุตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ได้เข้าตรวจสอบซากและพบว่าเป็นเต่าตนุเพศเมียกำลังผลิตไข่พร้อมผสมพันธุ์ อายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป ขนาดกระดองยาว 95 ซม. กว้าง 82 ซม. สาเหตุการตายเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง

นายขจัด กล่าวอีกว่า ช่วงปี 2557 มีเต่าตนุขึ้นมาวางไข่บริเวณหาดกรวด ฝั่งตะวันตก 5-7 ตัว สำหรับปี 2560 เมื่อคลื่นลมสงบเต่าก็จะขึ้นมาวางไข่เหมือนในทุกๆ ปี โดยช่วง 2-3 วันนี้พบเห็นว่ามีเต่าเข้ามาวนเวียนหน้าหาดพร้อมที่จะหาที่ขึ้นทำรัง เพราะเกาะพะงันมีแนวปะการังซึ่งเป็นผลิตอาหารของเต่าทำให้เต่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น

นายขจัด กล่าวว่า สาเหตุการตายของเต่าเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีด้วยกันทั้งหมด 4 สาเหตุ คือ 1.ขยะทะเล โดยเฉพาะถุงพลาสติกที่เต่าคิดว่าเป็นแมงกะพรุนจึงมักกินเข้าไป 2.เรือสปีดโบ๊ท และเรือที่วิ่งด้วยความเร็วสูง 3.เรืออวนปลาจาระเม็ด ซึ่งมีตาห่าง 5-6 นิ้ว ทำให้หัวของเต่าจะเข้าไปติดพอดี 4.เรืออวนลาก

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2560 บริเวณหาดแม่หาดพบซากเต่าหัวค้อนเกยตื้น โดยไม่ทราบสาเหตุการตายตรงนำกลับไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร เพื่อรอผลการผ่าพิสูจน์ คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า

อนึ่ง เต่าหัวค้อน หรือเต่าตาแดง คือหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 โดยรายงานจากศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.พังงา ระบุว่าในอดีตเต่าหัวค้อนวางไข่ฝั่งทะเลอันดามันแต่ปัจจุบันไม่พบเต่าหัวค้อนขึ้นมาวางไข่อีกเลยตลอดระยะเวลา 20 ปี ซึ่งทำให้เข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปจากน่านน้ำไทยแล้ว

- Advertisement -