ฝ่ายหนุนกว่าพันร่วมเวทีฟังความเห็น ‘โรงไฟฟ้า’ ‘ชาวบำเหน็จณรงค์’ ลั่นอย่าเลิกถ่านหินแค่ปาก

เวทีรับฟังความเห็นเปลี่ยนเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้า จ.ชัยภูมิ เนืองแน่นด้วยผู้สนับสนุน เหตุกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์มีฉันทามติไม่เข้าร่วม ชาวบ้านฝ่ายคัดค้านตั้งคำถาม เหตุใดเวทีรับฟังความเห็นจึงไม่มีผู้แสดงความเห็น ระบุ อย่าเลิกถ่านหินแต่ปาก ต้องมีสัญญาเป็นหนังสือ

เวทีรับฟังความคิดเห็นกรณีการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาเป็นชีวมวล ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม สำหรับโครงการเหมืองแร่โพแตชและเกลือหินของบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2560 ณ หอประชุมโรงเรียนบางอำพันธ์วิทยาคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการแทบทั้งสิ้น

สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว มี พล.ท.นพ.มงคล จิระสันติการ ประธานกรรมการบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร รอง ผวจ.ชัยภูมิ  หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ จาก 3 ตำบล ได้แก่ บ้านหัวทะเล บ้านเพ็ชร และบ้านตาล เข้าร่วม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกว่า 100 นาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมมีกลุ่มผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าฯ ในนามกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จำนวนกว่า 500 ราย เดินทางมายังสถานที่จัดการประชุมเพื่อเข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็น แต่มีชาวบ้านบางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่ได้นำบัตรประชาชนมา เจ้าหน้าที่จึงไม่อนุญาตให้เข้าร่วมเวที

ทั้งนี้ ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ได้เสนอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านช่วยให้การรับรองว่าชาวบ้านมีตัวตนและเป็นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จริง แต่ทางผู้จัดการประชุมไม่ยินยอมและยืนกรานไม่ยอมให้ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์เข้าร่วม ที่สุดแล้วชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโครงการทุกคนได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง

นางสุวรรณี ศรีสูงเนิน หนึ่งในกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เชื้อเพลิงในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมแห่งนี้คือถ่านหิน แต่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) กลับไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ถึง 3 ครั้ง จึงมีการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงเป็นชีวมวล คือ กะลา ปาล์ม แทน

“ส่วนตัวไม่ถึงกับคัดค้านเชื้อเพลิงชีวมวลโดยตรง แต่แค่มาบอกว่าจะมาเปลี่ยนเชื้อเพลิงด้วยปากเปล่าคงไม่ได้ ต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโครงการยกเลิกถ่านหินจริงๆ หลังจากนั้นเราจะมาพิจารณาชีวมวลทีละขั้นตอนว่ามีประโยชน์ และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหรือไม่” นางสุวรรณี กล่าว

นางสุวรรณี กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เพราะมีผู้สูงอายุบางคนลืมบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย ซึ่งถ้าหากกลับไปเอาก็คงกลับมาประชุมไม่ทัน จึงขอให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านออกมารับรองว่ากลุ่มชาวบ้านเป็นชาวบ้านจริงๆ แต่สุดท้ายทางผู้จัดก็ไม่อนุญาตให้เข้า โดยการประชุมดำเนินไปได้เพียง 1 ชั่วโมง ก็มีการกล่าวปิดการประชุม ชาวบ้านที่เข้าร่วมซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนก็เข้ารับแจกข้าวกล่อง ถุงผ้า ปลอกแขน ก่อนจะเดินทางกลับ

“กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ขอตั้งคำถามว่า เหตุใดเวทีแสดงความคิดเห็นครั้งนี้จึงเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีคนแสดงความคิดเห็นเลย” นางสุวรรณี กล่าว

อนึ่ง เมื่อปี 2559 บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ต้องการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โพแจตชและเกลือหิน ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ สำหรับผลิตไอน้ำไว้ใช้ในการขับเคลื่อนกังหันไอน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ภายในโครงการ โดยมีกำลังการผลิตไอน้ำ 248 ตันต่อชั่วโมง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 54 เมกะวัตต์ โดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 1,337.8 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อรายงานอีไอเอไม่ผ่านจึงมีการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นชีวมวลแทน

- Advertisement -