เผยคนไทย 61% ตั้งมั่นบริโภค ‘หูฉลาม’ ต่อไป เชื่อรสชาติดี – พบเป็นเมนูเด็ดขึ้นโต๊ะ ‘งานแต่ง’

©Shawn Heinrichs

“ไวล์ดเอด” เปิดข้อมูลการบริโภคหูฉลาม พบคนไทยกว่า 60% ยังต้องการกิน ชี้ความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผงะ! ปัจจุบันสูญหายไปจากน่านน้ำไทยแล้ว สลดถูกฆ่าเฉือนครีบปีละ 73 ล้านตัว

นายจอห์น เบเกอร์ กรรมการผู้จัดการ องค์กรไวล์ดเอด ช่วยสัตว์ป่า (WildAid) เปิดเผยรายงานเรื่อง “ผลสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 ตอนหนึ่งว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย พบว่าคนไทยมากกว่า 50% เคยบริโภคหูฉลาม และที่น่าเป็นห่วงก็คือมีมากกว่า 60% ที่ยังต้องการบริโภคต่อไปในอนาคต ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการบริโภคหูฉลามของคนไทยมีแนวโน้มที่สูงขึ้น และประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นตลาดสำคัญของการค้าหูฉลาม

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทย 57% ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเคยบริโภคหูฉลามและยังคงบริโภคหูฉลามตามโอกาสต่างๆ โดยกลุ่มตัวอย่าง 72% บริโภคบ่อยที่สุดในงานแต่งงาน รองลงมา 61% คือร้านอาหาร และ 47% ในงานเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มตัวอย่าง 29% ที่ได้บริโภคหูฉลาม และมีร้านอาหารอย่างน้อย 100 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีเมนูหูฉลาม สะท้อนว่าเมนูดังกล่าวสามารถพบได้ทั่วไป และซื้อหาได้อย่างง่ายดาย

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ คนไทย 61% ยังต้องการบริโภคหูฉลามในอนาคต โดยให้เหตุผลว่าอยากรู้ อยากลอง และเคยได้ยินมาว่าหูฉลามมีรสชาติดี” นายจอห์น เบเกอร์ ระบุ

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวจัดทำโดยองค์กรไวล์ดเอด และบริษัทวิจัยแรพพิดเอเชีย (RapidAsia) เมื่อเดือน ม.ค.2560 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะทำความเข้าใจปัจจัยการบริโภคหูฉลามของคนในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมทั้งประเมินความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามประชากรฉลามและการค้าหูฉลาม เข้าใจถึงเหตุผลในการบริโภคหูฉลาม และแนวทางโน้มน้าวให้ผู้บริโภคเลิกกินหูฉลาม

นายจอห์น เบเกอร์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจเป็นที่แน่ชัดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความตระหนักให้คนไทยรับรู้ถึงผลกระทบจากการบริโภคหูฉลามที่มีต่อประชากรฉลามทั่วโลก และจำเป็นต้องลดความต้องการบริโภคหูฉลาม เพราะหยุดซื้อคือการหยุดฆ่า

ด้าน นายศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสารคดี และนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล กล่าวว่า ฉลามมีมากกว่า 500 ชนิด และสามารถพบได้ในประเทศไทย 76 ชนิด โดยฉลามเป็นสัตว์ที่สำคัญมากต่อระบบนิเวศเพราะเป็นนักล่าระดับสูงที่คอยควบคุมประชากรสัตว์น้ำ มีอายุยืน และออกลูกได้ประมาณ 10-20 ตัว

นายศิรชัย กล่าวอีกว่า ภัยคุกคามอันดับ 1 ของฉลามคือการทำประมงเกินขนาด คาดว่าฉลามได้หมดไปแล้วจากน่านน้ำไทย ส่วนใหญ่ที่จับได้มาจากน่านน้ำเพื่อนบ้าน เช่น พม่า อินโดนีเซีย ซึ่งจากสถิติกรมประมงพบว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฉลามลดลงถึง 90%

อนึ่ง ในแต่ละปีมีฉลามกว่า 100 ล้านตัวถูกฆ่าอย่างโหดร้าย ในจำนวนนี้มีถึง 73 ล้านตัวที่ถูกนำครีบไปทำเป็นซุปหูฉลาม หรือประกอบเป็นเมนูอื่นๆ ซึ่งประเทศไทยถูกจัดได้ว่าเป็นตลาดค้าครีบฉลามรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

- Advertisement -