‘ป่าไม้’ ลุยสอบธุรกิจ ‘ซิปไลน์’ รุกป่าสงวนภูเก็ต เอกชนซัดทอด ‘อดีตรองผู้ว่า’ เจ้าของกรรมสิทธิ์

“กรมป่าไม้” บุกตรวจธุรกิจผจญภัยโหนสลิงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขากมลา จ.ภูเก็ต พบพฤติกรรมบุกรุกชัดเจน เจ้าของกิจการอ้างเช่าพื้นที่จากอดีตรองพ่อเมือง

นายชลธิส สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2560 ตอนหนึ่งว่า ได้ร่วมกับชุดพยัคฆ์ไพรเข้าตรวจสอบธุรกิจซิปไลน์ (ผจญภัยโหนสลิง) ของบริษัทซิปไลน์ แม็กซ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา รวมเนื้อที่ 36 ไร่ โดยพบว่าพื้นที่จำนวน 32 ไร่ รุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ ขณะที่อีก 4 ไร่ มีการนำเอกสารสิทธิ ส.ค.1 มาแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่

นายสุสรัญ โต๊ะพาน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของธุรกิจซิปไลน์ กล่าวว่า ได้เช่าพื้นที่มาจาก นายปภินวิช อรุณรัตน์ เนื้อที่ทั้งหมด 40 ไร่ โดยไม่ทราบว่ามีเอกสารสิทธิ์เพียง 4-5 ไร่เท่านั้น เพราะในสัญญาเช่าก็ระบุว่าให้เช่า 40 ไร่ และเจ้าของที่ดินก็บอกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นศาลเพื่อออกโฉนดจึงคิดว่าเป็นที่ดินที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่มีปัญหาในการรื้อถอน เพราะอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“ผมเช่าที่ดินจากปภินวิช เขาอยู่กรุงเทพ ท่านเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต” นายสุสรัญ กล่าว

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ธุรกิจซิปไลน์ดังกล่าวตั้งอยู่ในที่ดินที่มีความผิดอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และยังเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ ซึ่งไม่สามารถก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ได้เว้นแต่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรื้อถอน

“เมื่อกลางปี 2559 เคยจับกุมบุคคลดังกล่าวมาแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ในฐานความผิดบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีโทษปรับและโทษจำคุก 2 เดือน แต่โทษจำคุกอยู่ระหว่างการรอลงอาญา” นายชีวะภาพ กล่าว

นายอรรณพ ชัยพรธนรัตน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กล่าวว่า จากการพิจารณาเอกสาร ส.ค.1 เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเอกสารปลอม เนื่องจากมีการใช้ตรายางประทับวันที่ 23 พ.ค.2498 ซึ่งในขณะนั้นไม่น่าจะมีตรายาง มากไปกว่าก็คือมีการใช้ปากกาเส้นเล็กในการเซ็นต์เอกสาร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีปากกาชนิดนี้

ทั้งนี้ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ตรวจสอบสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว พบว่าเป็นการทำสัญญาระหว่าง นางกนกนิภา อรุณรัตน์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 49 เขตบึงกุ่ม จ.กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ให้ใช้สิทธิเช่า กับบริษัทซิปไลน์แม็กซ์ จำกัด ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ 0505558003044 อยู่บ้านเลขที่ 389/6 หมู่ 1 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ในฐานะผู้ขอสิทธิเช่า

สำหรับสาระสำคัญของสัญญาเช่าตอนหนึ่งระบุว่า ใช้สิทธิเช่าเหนือพื้นดินบนที่ดินตามหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 294 จำนวนประมาณ 40 ไร่ ลงวันที่ 30 พ.ค.2558 อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบเอกสาร ส.ค.1 เลขที่ 249 พบว่า ออกตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.2468 ระบุเนื้อที่เพียง 4 ไร่ ซึ่งมีนายหนก จำนงรักษ์ เป็นเจ้าของ โดยครอบครองมาตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.2465

นอกจากนี้ ตรวจสอบพบว่าไม่ปรากฏชื่อ นายปภินวิช อรุณรัตน์ ในทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่ง รอง ผวจ.ภูเก็ต แต่พบชื่อ นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รอง ผวจ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 21 มิ.ย.2553 – 30 ก.ย.2554

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำสำนวนคดีการออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1 โดยมิชอบ ของนายนิวิทย์ ซึ่งจำเป็นต้องรอภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังมาประกอบสำนวน จึงยังไม่สามารถสรุปผลและให้รายละเอียดได้

อนึ่ง เมื่อปี 2554 นายนิวิทย์ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สอบสวนกรณีออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบจำนวน 68 ไร่ และมีความพยายามออกโฉนดที่ดินอีกกว่า 200 ไร่ เพื่อรวมรวมที่ดินผืนเดียวกันเนื้อที่ทั้งหมด 300 ไร่ โดยพบว่าเป็นการครอบครองนอมินีหรือออกโฉนดในชื่อของเครือญาติ ภรรยา เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน และถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนพฤติกรรมมิชอบเรื่องที่ดินด้วยเช่นกัน