ข่าวดี! ‘ไทย’ เข้าร่วมอนุสัญญา ‘มินามาตะ’ แล้ว ลำดับ 66 ของโลก – ขึ้นแท่นผู้นำเอเชียอาคเนย์

“ไทย” เข้าร่วมภาคีอนุสัญญามินามาตะแล้ว นับเป็นอันดับที่ 66 ของโลก อธิบดี คพ.ระบุ ช่วยควบคุมสารปรอทในผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ลดปลดปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนับเป็นอันดับที่ 66 ของโลก และถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านของเสียอันตรายและสารอันตรายครบทั้ง 4 อนุสัญญา

นายจตุพร กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว สืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2560 ที่เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท และเห็นชอบให้จัดทำภาคยานุวัติสาร โดยประเทศไทยได้ส่งภาคยานุวัติสารให้สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2560

สำหรับภาคยานุวัติสาร คือสารให้ความยินยอมของรัฐซึ่งไม่ได้เป็นรัฐภาคีที่เข้าร่วมเจรจาและลงนามในสนธิสัญญาตั้งแต่แรก ได้ดำเนินการให้ความยินยอมเพื่อเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาและผูกพันตามสนธิสัญญาที่รัฐอื่นๆ ได้ทำการวินิจฉัยตกลงก่อนแล้วและสนธิสัญญานั้นได้มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว

“รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตระหนักถึงพิษภัยของปรอทและสารประกอบปรอท และความสำคัญในคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมอนุสัญญามินามาตะฯ เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทยและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย จากผลกระทบอันเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงจากสารปรอทและสารประกอบปรอท”นายจตุพร กล่าว

นายสุวรรณ นันทศรุต รองอธิบดี คพ. กล่าวว่า อนุสัญญามีความสำคัญกับประเทศไทยในการที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและจัดการสารปรอทอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ประเทศไทยจะต้องออกอนุบัญญัติในเรื่องของการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่เติมปรอทให้มีปริมาณสารปรอทในปริมาณที่จำกัดตามที่อนุสัญญากำหนด และการห้ามใช้สารปรอทในกระบวนการผลิตบางประเภทที่มีการใช้สารปรอทเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

สำหรับการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญานั้นจะเริ่มตั้งแต่ในเรื่องของการค้าขายปรอทและสารประกอบปรอทจะสามารถทำได้เฉพาะกับกลุ่มภาคีด้วยกันเท่านั้น ในกรณีที่เป็นประเทศนอกภาคีจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าตามขั้นตอนว่าจะยอมให้มีการนำเข้าหรือไม่มีการนำเข้าจากประเทศนอกภาคี โดยที่ในส่วนของประเทศไทยจะใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายในการที่จะควบคุมในส่วนนี้

นายสุวรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เติมปรอท ได้แก่แบตเตอรี่ หลอดไฟโฟร์ออเลตเซนต์ สวิตไฟฟ้า และรีเลย์ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อเครื่องสำอาง สบู่ผิวขาว ครีมผิวขาว จะต้องเลิกเติมปรอทหรือเติมปรอทในปริมาณที่อนุสัญญากำหนดเท่านั้น

ทั้งนี้ รวมถึงโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน โรงงานอุตสาหกรรมพลังงานถ่านหิน โรงหลอมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น ตะกั่วทองแดง โรงปูนซีเมนต์ และโรงเผาขยะจะต้องปลดปล่อยปริมาณปรอทไม่เกินกว่าที่กำหนด ส่วนแหล่งกำเนิดที่มีการปลดปล่อย ตลอดสู่น้ำ หรือดิน จะต้องมีการควบคุมการปลดปล่อยสารปรอทในน้ำและดินให้เป็นไปตามกฎหมายภายใน และมีแผนจัดการระดับชาติในการควบคุมจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม