‘เหนือ-อีสาน’ ป่วยตายจาก ‘เห็ดพิษ’ มากที่สุด เตือนอย่ากินมั่ว ‘ต้ม-ทอด-ย่าง’ สลายพิษไม่ได้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยรอบ 10 ปี ภาคเหนือ-อีสาน ป่วยตายจากเห็ดพิษมากที่สุด เตือนไม่ควรนำเห็ดที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหารเด็ดขาด ชี้ความร้อนทำลายพิษไม่ได้

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเกิดพิษจากการรับประทานเห็ดพิษในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2551-2560 พบว่าเกิดมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีป่าเบญจพรรณ ป่าหัวไร่ปลายนา หรือป่าชุมชนจำนวนมาก

สำหรับเห็ดพิษมีหลายชนิด บางชนิดมีพิษร้ายแรงถึงตาย เช่น เห็ดระโงกหิน ที่จัดว่ามีปริมาณสารพิษในเห็ดร้ายแรงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการต้ม ทอด ย่าง ยังไม่สามารถทำลายพิษได้เนื่องจากพิษทนความร้อน

นพ.สุขุม กล่าวว่า เห็ดบางชนิดมีพิษทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เช่น เห็ดหัวกรวดครีบเขียว ขณะที่เห็ดบางชนิดรับประทานเพียงเล็กน้อยทำให้เกิดจินตนาการเป็นภาพหลอนคล้ายยาเสพติด เช่น เห็ดขี้วัว และยังมีเห็ดบางชนิดที่โดยปกติตัวเห็ดเองไม่มีพิษ แต่อาการพิษจะปรากฏเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 24-72 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังรับประทานเห็ดชนิดนั้น เช่น เห็ดน้ำหมึก โดยจะมีอาการหน้าแดง ปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็วและหายใจลำบาก หัวใจเต้นแรง เป็นต้น

นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่รับประทานเห็ดพิษ จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ด อาจจะเกิดขึ้นภายหลังการกินไม่กี่นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมงหรือหลายวัน หรือในรายที่อาการรุนแรงจะเสียชีวิตภายใน 1-8 วัน สาเหตุเกิดจากการที่ตับและไตถูกทำลาย

“วิธีการช่วยเหลือที่สำคัญคือทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้มากที่สุด โดยดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกงแล้วล้วงคอให้อาเจียนออกมา เพื่อลดการดูดซึมพิษเข้าสู่ร่างกาย แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านทันที พร้อมทั้งนำตัวอย่างเห็ดสดที่เหลือจากการปรุงอาหารที่รับประทานไปด้วย เพื่อส่งตรวจพิสูจน์สารพิษและสายพันธุ์เห็ดพิษ” นพ.สุขุม กล่าว

- Advertisement -