ด้วยความก้าวหน้าของนวัตกรรมของพลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่ได้รับความต้องการมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คือความต้องการแบตเตอรี่สมรรถนะสูงเพื่อนำมาตอบสนองเทคโนโลยีเหล่านั้น

ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน ความทนทาน ระยะเวลาการชาร์จที่รวดเร็ว รวมไปถึงราคาที่ต่ำ คือสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากอุปกรณ์ชิ้นนี้

สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่นิยมใช้เป็นอย่างสูงในปัจจุบัน คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) ซึ่งได้เข้ามาพลิกโฉมหน้าระบบการผลิตและอุตสาหกรรมโลกให้เดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1991

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ถูกใช้อย่างแพร่หลายแทนแบตเตอรี่นิเกิลแคดเมียม (Ni-Cd) ที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ยุคกลางศตวรรษที่ 18 โดยมีความสามารถในการเก็บไฟฟ้ามากกว่าถึงสามเท่า อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องความจำของแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้นานมาแล้วมากกว่า 25 ปี และกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง

ที่ผ่านมามีความพยายามพัฒนาแบตเตอรี่ในหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีลิเธียมอ็อกซิเจน (Li–O2) ลิเธียมซัลเฟอร์ (Li-S) หรืออื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามภาพความฝันเหล่านี้ยังคงอยู่ในขั้นการทดลอง

ดังนั้น แม้ปัจจุบันอาจยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่หลายคนคาดหวัง แต่ความต้องการแบตเตอรี่ที่สูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีตัวแบตเตอรี่และกระบวนการผลิตเชิงปริมาณมากๆ ก็ได้ทำให้แบตเตอรี่มีต้นทุนถูกลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

เมื่อแบตเตอรี่มีความสามารถในการจุไฟฟ้าได้มากเพียงพอ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ตามบ้าน ตามอาคาร ตามสถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่ใช้ในการเก็บสะสมไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงเวลากลางคืน ช่วงไม่มีแดด ช่วงไม่มีลม หรือช่วงที่ชีวมวลไม่เพียงพอ

แบตเตอรี่จึงจะเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีขีดความสามารถในการจ่ายป้อนไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง คงที่ และมีเสถียรภาพ หลุดพ้นข้อครหาเรื่องความผันผวนตามสภาพดินฟ้าอากาศอีกต่อไป

- Advertisement -