ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันกำลังก้าวกระโดดอย่างไร้ที่สิ้นสุด ขณะที่อีกมุมหนึ่งของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี จำเป็นต้องหาทางออกเพื่อรองรับทรัพยากรที่กำลังจะค่อยๆ หมดลง

ในขณะที่ฟอสซิลกำลังจะหมดไป “พลังงานไฟฟ้า” ถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกหยิบยกมาใช้ทดแทน โดยเฉพาะกับการเดินทางสัญจรที่อยู่ในชีวิตประจำวัน

รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) จึงกลายเป็น 1 ใน 7 เทคโนโลยีพลิกโฉม Disruptive Technology ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

รถยนต์ไฟฟ้า หรือที่มักเรียกกันว่ารถยนต์ EV เป็นเทคโนโลยีที่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ก่อนที่จะจางหายไปเนื่องจากความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ซึ่งมีพัฒนาการที่ก้าวไกลกว่า

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ EV ยังคงได้รับความสนใจในบางช่วง อย่างเช่นวิกฤตพลังงานในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เรื่อยมาจนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการจัดการพลังงานที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ไปจนถึงกระแสความสนใจในสิ่งแวดล้อม และสภาวะโลกร้อน จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่รถ EV มีความพร้อมจะก้าวเข้ามาสู่ตลาดรถยนต์อย่างเต็มตัว

ปัจจุบันเทคโนโลยีรถยนต์ EV ได้มาพร้อมกับแบตเตอรี่สมรรถนะสูง เมื่อชาร์จไฟฟ้าเข้าระบบจนเต็มในแต่ละครั้ง รถยนต์ EV จะสามารถขับได้ในระยะทางเทียบเท่ากับรถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมัน แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงที่รถยนต์ EV จะถูกกว่าเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือเป็นพลังงานสะอาด ไม่มีไอเสียที่ก่อมลพิษ กอปรกับเครื่องยนต์ที่เดินเงียบ ไร้เสียงกระหึ่ม รวมถึงตัวรถและชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ EV ที่น้อยชิ้นและมีความซับซ้อนน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป

นอกจากนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยียังสามารถพัฒนาต่อยอดได้ถึงระดับให้เป็นรถยนต์ไร้คนขับ หรือขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Driverless, Self-driveing, Smart car) ได้ง่ายมากขึ้นในอนาคต

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ภายหลัง Elon Musk ซีอีโอของบริษัท Tesla Motors เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่น Model 3 เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ทั่วไป ผลที่ตามมาคือยอดจองอย่างถล่มทลาย หลายค่ายรถยนต์หลายแห่งต้องหันมาให้ความสนใจ และเดินหน้าผลิตรถยนต์ EV กันอย่างจริงจัง และเพิ่มมากขึ้น

สำหรับรถยนต์ EV นั้นสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ที่บ้าน หรือที่ใดก็ตามที่มีหัวชาร์จไฟฟ้าให้บริการ เช่น ที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้าหรือสำนักงาน ขณะเดียวกันปั๊มน้ำมันที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องปรับตัวให้มีบริการชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์ EV ในอนาคต

- Advertisement -