กนช.ไฟเขียว ‘ทัพบก’ ปรับปรุงแหล่งน้ำ 22 โครงการ ‘บิ๊กตู่’ จ่อตั้งศูนย์นโยบายน้ำ – ขึ้นตรง ‘สำนักนายกฯ’

กนช. ไฟเขียว 22 โครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ “กองทัพบก” แม่งานหลัก ครอบคลุม 15 จังหวัด “บิ๊กตู่” จ่อตั้งศูนย์บริหารนโยบายน้ำ ขึ้นตรงสำนักนายกรัรฐมนตรี

ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2560 มีมติเห็นชอบโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำ จำนวน 22 โครงการ ในพื้นที่ 15 จังหวัด ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของกองทัพบกและมูลนิธิอุทกพัฒน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมทั้งกระจายน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร ประมาณ 2,600 ไร่

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) นำแผนพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ บึงสีไฟ จ.พิจิตร กว๊านพะเยา จ.พะเยา และหนองหาน จ.สกลนคร ไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการกลั่นกรองแผนงานบูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เนื่องจากแต่ละปีแผนการดำเนินการบูรณาการน้ำได้งบประมาณถึง 5-7 หมื่นล้านบาท แต่กลไกการปฏิบัติกลับไม่มีประสิทธิภาพ มีการทำงานซับซ้อน จึงจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์คัดกรองการเสนอโครงการของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังประชุม กนช.ตอนหนึ่งว่า กนช.เป็นคณะทำงานที่สำคัญที่สุด ขณะนี้จึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้หน่วยงานนี้มีลักษณะการบริหารงานเชิงนโยบาย ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการนโยบายเรื่องทรัพยากรทางธรรมชาติของรัฐบาลที่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อมาบริหารทั้งเรื่องน้ำ ที่ดิน ป่า

“หากไม่ทำเช่นนี้ทุกอย่างก็จะอยู่ที่หน่วยงานข้างล่าง ถ้าไม่มีหน่วยงานที่มาบริหารหรือกำหนดนโยบายมันก็จะเกิดปัญหาเหมือนเดิม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะต้องเร่งรัดในหลักการดำเนินการเรื่องน้ำให้ได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะมีการแบ่งย่อยโครงการเป็นโครงการขนาดเล็กให้มากขึ้นเพื่อจะให้ถึงมือผู้ใช้น้ำให้ได้มากที่สุด และอาจจะต้องมีการนำมาปลดล็อคโดยนำเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เพื่อให้เกิดการดำเนินการได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการตั้งศูนย์ขึ้นมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเอาทุกคนมาอยู่ที่นี่ แต่จะต้องมีหน่วยงานที่กำกับดูแลตรงนี้ คือกำกับนโยบายลงไปข้างล่าง ไม่เช่นนั้นทุกกระทรวงก็จะทำตามกฎหมาย ตามฟังก์ชั่นอย่างเดียวโดยที่ไม่ประสานกัน