กนช.สั่งเดินหน้าผันน้ำ ‘โขง-เลย-ชี-มูล’ เต็มกำลัง กรมชลฯ ลุยขุด ‘แม่น้ำเลย’ จุดยุทธศาสตร์โครงการ

รองอธิบดีกรมชลฯ เร่งเดินหน้าผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล เฟส 1 เตรียมขุดปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน รองรับอุโมงค์ส่งน้ำ คาดเริ่มต้นภายในปี 2562

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ให้โจทย์กรมชลประทานให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ในเฟสที่ 1 เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย มาที่ห้วยหลวง

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนับเป็นจุดแรกซึ่งเป็นหัวใจของโครงการ เพราะทุกอย่างจะเริ่มจากปากแม่น้ำเลย-แม่น้ำโขง โดย กนช.ได้ย้ำว่าเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ หากโครงการใดศึกษาเสร็จก็ให้ทำไปก่อน ไม่จำเป็นต้องรอภาพรวมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมเสร็จแล้ว จึงเหลือเพียงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เสร็จภายใน 1 ปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเฟส 1 ได้ภายในปี 2562 ประกอบด้วยการขุดขยายปากแม่น้ำเลยระยะทางจากปากแม่น้ำ 900 เมตร เพื่อรองรับอุโมงค์ส่งน้ำขนาด 150 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ขุดคลองชักน้ำ ระยะทาง 1 กิโลเมตร (กม.) เพื่อรับน้ำ 1,600 ล้านลบ.ม. เชื่อมต่อด้วยอุโมงค์ส่งแรงดันน้ำ 64.8 กม. มาลงห้วยโมง จ.หนองคาย อีกส่วนมาห้วยหลวง จ.อุดรธานี ด้วยระบบสูบ วางแนวท่อ เชื่อมคลอง ระยะทาง 40 กม.เพื่อส่งน้ำไปเติมเขื่อนอุบลรัตน์ 500 ลบ.ม.ต่อปี เขื่อนลำปาว และห้วยหลวง รวม 100 ล้านลบ.ม. ช่วยพื้นที่ชลประทาน 416,000 ไร่

นายสมเกียรติ กล่าวว่า โครงการจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ใช้งบ 1.785 ล้านล้านบาท เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานภาคอีสาน 36 ล้านไร่ ใน 20 จังหวัด ซึ่งหากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบตามผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างเกือบ 18-20 ปี ซึ่งจากนี้จำเป็นต้องเร่งแผนระยะแรกคือการขยายปากแม่น้ำเลยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหัวงานระบบส่งน้ำให้เสร็จภายใน 2 ปี

ทั้งนี้ จะทำการปรับปรุงปากแม่น้ำเลย ขุดคลองชักน้ำ และขุดเจาะปากทางเข้าอุโมงค์ส่งน้ำความยาว 64.8 กิโลเมตร (กม.) รวมทั้งมีการพัฒนาปรังปรุงลำน้ำ สร้างประตูน้ำบ้านธาตุ ประตูน้ำศรีสองรัก คาดว่าน้ำจะเท้อขึ้นไปในลำน้ำ 49 กม.เก็บน้ำไว้ในลำน้ำได้ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ช่วยพื้นที่การเกษตรใน จ.เลยได้ถึง 6.6 หมื่นไร่

นายสมเกียรติ กล่าวว่า เฟสแรกถือเป็นหัวใจหลักที่จะต้องเพิ่มความลึกแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย ตรงรอยบรรจบกับแม่โขงเพื่อให้มีปริมาณน้ำไหลได้150 ลบ.ม.ต่อวินาที ให้แล้วเสร็จเพื่อพิสูจน์ว่าเห็นผลจริง สามารถส่งน้ำในฤดูฝน 1,600 ล้านลบ.ม. หน้าแล้ง 1,200 ล้านลบ.ม.

นอกจากนี้ จะมีการสร้างอุโมงค์ผันน้ำ 1 แถว คลองส่งน้ำสายหลัก 2 สาย ระยะทางรวม 244 กม. ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รับประโยชน์ 6 จังหวัด 22 อำเภอ พื้นที่ส่งน้ำ 1.69 ล้านไร่ โดยใช้งบ 1.5 แสนล้านบาท ส่วนเฟสอื่นๆ ก็ทยอยตามมา

“ทุกวันนี้น้ำไหลออกจากแม่น้ำเลยลงแม่โขงในฤดูฝน ปีละ1,100 ล้านลบ.ม. แต่หน้าแล้งระดับน้ำแม่โขงสูงกว่า น้ำเลยจึงมีความสมบูรณ์ คาดว่าภายใน 4-5 ปีหากทำได้จบเฟสแรก เร่งรัดพัฒนาโครงการให้มากในอนาคตกักน้ำไว้ในประเทศ”นายสมเกียรติ กล่าว