กระทรวงทรัพย์จัดงาน ‘วันคุ้มครองโลก’ สร้างจิตสำนึก – ผนึกภาคีลดก๊าซเรือนกระจก

รมว.ทส. นำทัพข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ เดินรณรงค์ลดโลกร้อน ย้ำเจตนารมณ์ลดก๊าซเรือนกระจก ระบุ ไทยเอาจริงระบบราง-รถพลังงานไฟฟ้า-เพิ่มพื้นที่สีเขียว

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานนำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ทส. เดินรณรงค์ลดโลกร้อน พร้อมแสดงเจตนารมณ์ลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับภาคีหลายภาคส่วน เนื่องในงานวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ผนึกพลังไทยทั้งชาติลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน” เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2560

ทั้งนี้ ภายในงานมีการนำเสนอบทเพลงเทิดพระเกียรติ “พ่อแห่งแผ่นดิน” และ “แม่แห่งแผ่นดิน” ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของ ทส. พร้อมร่วมถ่ายทอดพลังความคิดโดยเด็กนักเรียนชั้นประถมและมัธยมศึกษา ผ่านการประกวดเรียงความในหัวข้อ “คนไทยจะช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนได้อย่างไร?” รวมถึงการประกวดถ่ายภาพในหัวข้อ “มหันตภัยโลกร้อนกับวิถีพอเพียง” และการจัดนิทรรศการการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อนของหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งมวลชนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพัฒนาจากระบบล้อไปสู่ระบบราง รวมถึงการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และในภาคเกษตรยังมีการลดใช้สารเคมีและในอนาคตอาจมีการห้ามนำเข้าบางตัว

นอกจากนี้ ทส.ยังเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่า ทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พื้นที่ป่าของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าชายเลนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งพื้นที่ป่าในเมือง

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.เป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 10-12 ล้านคน จึงมีอัตราการใช้ทรัพยากรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือการเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ดังนั้น กทม.จึงได้กำหนดให้มีแผนพัฒนาปี 2556-2575 และแผนลดก๊าซเรือนกระจกปี 2556-2566 เพื่อรับมือกับปัญหาและให้การเติบโตของเมืองสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก

สำหรับแผนลดก๊าซเรือนกระจกของ กทม.จะครอบคลุมใน 5 ด้าน คือ 1.การขนส่งคมนาคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานทางเลือก 3.การจัดการขยะและน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ 4.การวางผังเมือง ที่มองในเรื่องผังเมืองสีเขียวร่วมกับพื้นที่รอบ กทม. และ 5.แนวทางการปรับตัวภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของ ส.อ.ท.คือการให้อุตสาหกรรมประกอบกิจการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยชาติ ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจมองว่าอุตสาหกรรมเป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ซึ่ง ส.อ.ท.ได้มีการผลักดันผ่านหลายสถาบันที่ก่อตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน หรือสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

“ในส่วนของสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ที่ก่อตั้งมา 17 ปี มุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 องค์กรที่เข้าร่วม หรือในส่วนของโรงงาน ปัจจุบันก็มีแล้วกว่า 75 โรงงาน ที่ได้รับการรองรับให้เป็น Eco Factory” นายเจน กล่าว

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ในฐานะตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า การลดปัญหาโลกร้อนเป็นสิ่งที่ทำตามหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ผู้ปฏิบัติจำเป็นจะต้องมีจิตสำนึกด้วย เช่นเดียวกับ จ.ขอนแก่น ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ในการทำความเข้าใจกับคณะทำงาน หลังจากนั้นจึงเดินหน้าง่ายขึ้นในการขับเคลื่อนขอนแก่นให้เป็น Low Carbon City จนเป็น 1 ใน 3 เมืองที่ สผ.คัดเลือกให้เข้าประกวดรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน

อนึ่ง กิจกรรมงาน Earth Day ตรงกับวันที่ 22 เม.ย.ของทุกปี มีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2512 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเริ่มมีการรณรงค์กิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2533 ส่วนธีม Earth Day ในปีนี้คือ Environmental & Climate Literacy ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศที่กำลังให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ งานดังกล่าวมี สำนักงานปลัด ทส. สำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม (สผ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน (อบก.) เป็นผู้ร่วมจัด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ ทส.เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Earth Day เอง