ชาวเน็ตกังขา ‘วิสามัญ’ นักกิจกรรมชนเผ่าวัย 17 ปี อ้างขัดขืนจับกุม – เตรียมขว้างระเบิดใส่ จนท.

ชาวเน็ตโพสต์ภาพไว้อาลัย “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมชาวลาหู่วัย 17 ปี พร้อมข้อกังขาหลังถูกวิสามัญ โฆษก ทบ.อ้างจำเป็นหลังพบยาบ้ากว่า 2 พันเม็ด-ปาระเบิดใส่จนท. ด้านเครือข่ายสิทธิเตรียมจัดงานครบ 3 ปี “บิลลี่” หายตัว

โลกออนไลน์แสดงความไว้อาลัยและร่วมติดแฮชแท็ก #Ripชัยภูมิ พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อเหตุการณ์เสียชีวิตของ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่วัย 17 ปี ว่าเป็นกระทำการที่เกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารประจำจุดตรวจยาเสพติดบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วิสามัญฆาตกรรม จากกรณีเรียกตรวจค้นรถยนต์พร้อมพบยาเสพติดจำนวนมาก เมื่อช่วงสายวันที่ 17 มี.ค.2560

ทั้งนี้ ข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องระบุว่า นายชัยภูมิ ป่าแส เป็นเยาวชนที่เคยร่วมกิจกรรมทางสังคมจำนวนมาก เช่น การออกค่าย แต่งเพลง เล่นดนตรี รวมถึงทำหนังสั้น และเคยได้รับรางวัลหนังสั้นดีเด่นช้างเผือกพิเศษจากเทศกาลภาพยนตร์สั้นและวิดีโอครั้งที่ 16 จัดโดยมูลนิธิหนังไทย เรื่อง “เข็มขัดกับหวี” นอกจากนี้ยังเคยทำสารคดีหลายเรื่องส่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ThaiTPBS

นอกจากนี้ นายชัยภูมิ ยังเป็น 1 ใน 19 ตัวแทนชนเผ่าเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า จ.เชียงราย ที่เข้าร่วมโครงการ “เด็กและเยาวชนส่งเสียงเพื่อสื่อสารสังคม” ซึ่่งจัดโดยมูลนิธิส่งเสริมเพื่อเด็กและเยาวชน สถาบันเด็กและเยาวชน (สสย.) เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2560 โดยเขายังได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสถานะบุคคล รวมทั้งปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ภายในเวทีดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมต่อสู้ขัดขืน และพยายามที่จะทำร้ายโดยประสงค์ต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องป้องกันตัว โดยรายละเอียดของเหตุการณ์คือเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก.ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ได้จัดตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณสามแยกรินหลวง

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบรถยนต์ยี่ห้อ Honda Jazz สีดำ หมายเลขทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ พร้อมยาบ้าจำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนไว้บริเวณกรองอากาศ จึงเข้าดำเนินการจับกุมนายพงศ์นัย แสงตะล้า เยาวชนอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถไว้ แต่นายชัยภูมิ ซึ่งเป็นผู้ที่นั่งมาด้วยทางด้านหน้าข้างคนขับได้มีการขัดขืน โดยได้วิ่งหนีออกจากรถไปเพื่อหวังจะหลบการจับกุม เจ้าหน้าทหารจึงได้มีการวิ่งไล่ติดตามไป

“เมื่อเจ้าหน้าที่ใกล้ถึงตัวนายชัยภูมิกลับเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจคือ นายชัยภูมิกลับหยิบระเบิดมือที่พกไว้ออกมา พยายามที่จะขว้างใส่เพื่อหวังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนประจำกายยิงออกไป เพื่อจะหยุดการกระทำและเพื่อเป็นการป้องกันตัวจำนวน 1 นัด จึงเป็นเหตุให้นายชัยภูมิเสียชีวิต โดยขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกคนยึดมั่นในหลักปฏิบัติที่ละมุนละม่อม หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงให้ได้มากที่สุด และจะใช้อาวุธต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น” โฆษกกองทัพบก กล่าว

ขณะที่ นายปณชัย จันตา ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหน่วยงานเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น พบว่ามีความต้องการขอดูการพิสูจน์หลักฐานของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นอย่างไร และจะเรียกร้องตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด โดยอยากให้แยกประเด็นเรื่องของการครอบครองยาเสพติดออกจากประเด็นการวิสามัญฆาตกรรม

“เข้าใจว่าในพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่เข้มงวดในเรื่องยาเสพติด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้งกับกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือเป็นข่าวเนื่องจากไม่ได้เป็นนักเคลื่อนไหวหรือนักกิจกรรม ซึ่งขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งทนายที่มีความเชี่ยวชาญและเคยทำงานร่วมกับชนเผ่า มาให้ความช่วยเหลือทางคดี และพร้อมจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด” นายปณชัย กล่าว

ขณะที่ความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557 ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัวไปสอบสวน ได้มีหลายหน่วยงานเตรียมจัดงานครบรอบ 3 ปี โดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมนายโคอิ มีมิ หรือปู่คออี้ ผู้เป็นปู่ของนายบิลลี่ ที่บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-1 เม.ย.2560 ขณะที่เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี เตรียมจัดงานที่บ้านห้วยกระซู่ ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ในช่วงประมาณวันที่ 17-18 เม.ย.2560 ด้วย