จ่องัด ม.44 แก้ปัญหา ‘เหมืองทองอัครา’ ชาวบ้านกลุ่มหนุนจี้ ‘บิ๊กตู่’ เร่งเปิดกิจการ

“บิ๊กตู่” จ่อออกคำสั่งหัวหน้า คสช.แก้ปัญหา “เหมืองแร่ทองคำ” ขณะที่ชาวบ้านกลุ่มสนับหนุนเหมืองอ้างผลโพลล์สวนดุสิต จี้นายกฯ พิจารณาเปิดเหมืองทอง

ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2559 ได้หารือเพื่อเตรียมออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตราอำนาจมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว จำนวน 3 ฉบับ โดยหนึ่งในนั้นคือคำสั่งเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอพ.ร.บ.แร่ ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็ววันนี้ โดยภายใต้กฎหมายดังกล่าวจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเหมืองแร่แห่งชาติขึ้น เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการประกอบการเหมืองแร่ อาทิ ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ที่ จ.พิจิตร

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลรับทราบข้อเสนอจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังไม่มีมติใดๆ ทั้งสิ้น โดยขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบความชัดเจน เนื่องจากใกล้ถึงเวลาต่ออายุสัมปทานแล้ว

“ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความเป็นธรรมทำตามสัญญาการประกอบเหมืองแร่ แต่ก็ต้องระมัดระวังการเป็นคดีฟ้องร้องด้วย”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) ตัวแทนประชาชนซึ่งสนับสนุนการประกอบกิจการเหมืองแร่ ในนามกลุ่มเครือข่ายผู้นำชุมชนและประชาชนที่อาศัยอยู่รอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี จำนวน 13 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องให้พิจารณายกเลิกคำสั่งปิดเหมืองทองชาตรี

ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนได้นำผลโพลล์ซึ่งจัดทำโดยสวนดุสิตโพลล์ ที่ระบุว่ากลุ่มตัวอย่าง 76% อยากให้ดำเนินกิจการเหมืองทองคำต่อไปมาอ้างอิง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยตัวแทนชาวบ้านระบุว่าการหยุดกิจการเหมืองทองอัคราฯ ส่งผลให้พนักงานกว่า 1,000 ชีวิตต้องตกงาน ขณะที่ครอบครัวอีกว่า 4,000 คน รวมถึงประชาชนรอบเหมืองจำนวน 29 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม

อนึ่ง เมื่อวันที่  10 พ.ค.2559 ที่ประชุม ครม.มีมติให้เหมืองแร่ทองคำชาตรี ของบริษัทอัคราฯ หยุดดำเนินการด้วยเหตุผลเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ ส่งผลให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม มีคำสั่งให้ต่อใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ของบริษัท อัคราฯ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 เท่านั้น