เครือข่ายค้านโรงไฟฟ้ากระบี่บุกทำเนียบ โกนหัวประท้วง ‘บิ๊กตู่’ – ทวงคำสัตย์รัฐบาล

เครือข่ายปกป้องอันดามันฯ บุกทำเนียบทวงสัญญาหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แกนนำโกนหัวประท้วง ด้าน กป.อพช.ใต้ ร่อนแถลงการณ์หนุน

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2559 เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ประกอบกิจกรรมนั่งสมาธิภาวนาบริเวณทำเนียบรัฐบาล พร้อมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์ในการยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และเปิดโอกาสให้ จ.กระบี่ ได้ใช้พลังงานหมุนเวียนในการพึ่งพาตนเอง 100% โดยมีนายอัครเดช ฉากจินดา หนึ่งในเครือข่ายฯ ทำการโกนหัวประท้วงบริเวณดังกล่าว

นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า จากการเรียกร้องของเครือข่ายฯ เมื่อครั้งก่อน ที่รัฐบาลได้ยอมรับเงื่อนไข ด้วยการให้ชะลอกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และยุติการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ รวมถึงให้ จ.กระบี่ ทำพลังงานหมุนเวียน 3 ปีภายใต้การสนับสนุนสายส่งและการรับซื้อของรัฐบาล ปรากฏว่าพฤติกรรมหลายอย่างทำให้เชื่อได้ว่าจะไม่นำไปสู่ข้อสรุปตามที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เดินหน้าหาผู้ประมูลก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน ส่วนคณะกรรมการไตรภาคีที่ตั้งขึ้นเพื่อการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการใช้พลังงานหมุนเวียนนั้นก็ไม่มีข้อสรุปใดๆ แม้ว่าผลการศึกษาจะมีข้อสรุปว่า จ.กระบี่ มีศักยภาพ รวมถึง พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมการฯ ที่บอกว่าจะไม่มีการประชุมอีกต่อไป โดยจะไปรายงานกับนายกรัฐมนตรีเอง

“นอกจากนี้ รมว.พลังงาน ยังประกาศตลอดเวลาว่าต้องเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือ กฟผ.เองที่กระทำการหลายอย่างให้เชื่อได้ว่าจะไม่ยอมยุติการเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า ด้วยเหตุทั้งมวลทำให้เครือข่ายฯ เชื่อว่าการดำเนินการจะไม่นำไปสู่ข้อตกลงอย่างแน่นอน เราจึงไม่อาจรับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นทั้งมวลกับอันดามันเพียงเพื่อประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน จึงขอใช้ความสงบนั่งภาวนาให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์” นายประสิทธิชัย กล่าว

ภายในวันเดียวกัน นายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการคณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ กฟผ.เอาความโศกเศร้าของประชาชน มาเป็นตัวประกันเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่” โดยระบุว่า แม้ตลอดเวลาได้มีการแสดงพลังของมวลชนคนกระบี่ที่ออกมาคัดค้านจำนวนหลายพันคน หากแต่การส่งเสียงที่ผ่านมานั้นแทบมลายหายไปกับสายลม และความซับซ้อนของผลประโยชน์ในกลุ่มทุนถ่านหิน

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังโศกเศร้าอย่างหนักกับการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากแต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลับปล่อยให้ กฟผ.ได้อาศัยสถานการณ์นี้เพื่อเดินหน้าโครงการ ทั้งที่ยังมีปัญหาการคิดเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งอย่างหนักในพื้นที่ เสมือนเป็นการข่มขืนประชาชนบนความทุกข์ที่มีอยู่แล้วมาเป็นเครื่องประกัน อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรยิ่ง

“นั่นบีบบังคับให้เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินแทบไร้ทางออกอื่นใด จึงต้องออกมาสื่อสารกับสังคมให้รับรู้ถึงความเลวร้ายดังกล่าวด้วยความจำเป็น ซึ่งรัฐบาลจะดึงดันเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มทุนถ่านหินอย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือจะหันกลับมาเงี่ยหูฟังเสียงของประชาชนเพื่อรับรู้เหตุผลด้วยหัวใจจริง เป็นเพียงสองทางเลือกที่รัฐบาลจะกระทำได้ และสังคมจะเฝ้าติดตามท่านอย่างไม่กระพริบตา” เลขาธิการ กป.อพช. ภาคใต้ ระบุ

ภาพจาก: เฟสบุ๊ค หยุดถ่านหินกระบี่

เครือข่ายปกป้องอันดามันฯ บุกทำเนียบทวงสัญญาหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แกนนำโกนหัวประท้วง ด้าน กป.อพช.ใต้ ร่อนแถลงการณ์หนุน

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2559 เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ประกอบกิจกรรมนั่งสมาธิภาวนาบริเวณทำเนียบรัฐบาล พร้อมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์ในการยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และเปิดโอกาสให้ จ.กระบี่ ได้ใช้พลังงานหมุนเวียนในการพึ่งพาตนเอง 100% โดยมีนายอัครเดช ฉากจินดา หนึ่งในเครือข่ายฯ ทำการโกนหัวประท้วงบริเวณดังกล่าว

นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า จากการเรียกร้องของเครือข่ายฯ เมื่อครั้งก่อน ที่รัฐบาลได้ยอมรับเงื่อนไข ด้วยการให้ชะลอกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และยุติการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ รวมถึงให้ จ.กระบี่ ทำพลังงานหมุนเวียน 3 ปีภายใต้การสนับสนุนสายส่งและการรับซื้อของรัฐบาล ปรากฏว่าพฤติกรรมหลายอย่างทำให้เชื่อได้ว่าจะไม่นำไปสู่ข้อสรุปตามที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เดินหน้าหาผู้ประมูลก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน ส่วนคณะกรรมการไตรภาคีที่ตั้งขึ้นเพื่อการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการใช้พลังงานหมุนเวียนนั้นก็ไม่มีข้อสรุปใดๆ แม้ว่าผลการศึกษาจะมีข้อสรุปว่า จ.กระบี่ มีศักยภาพ รวมถึง พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมการฯ ที่บอกว่าจะไม่มีการประชุมอีกต่อไป โดยจะไปรายงานกับนายกรัฐมนตรีเอง

“นอกจากนี้ รมว.พลังงาน ยังประกาศตลอดเวลาว่าต้องเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือ กฟผ.เองที่กระทำการหลายอย่างให้เชื่อได้ว่าจะไม่ยอมยุติการเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า ด้วยเหตุทั้งมวลทำให้เครือข่ายฯ เชื่อว่าการดำเนินการจะไม่นำไปสู่ข้อตกลงอย่างแน่นอน เราจึงไม่อาจรับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นทั้งมวลกับอันดามันเพียงเพื่อประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน จึงขอใช้ความสงบนั่งภาวนาให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์” นายประสิทธิชัย กล่าว

ภายในวันเดียวกัน นายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการคณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ กฟผ.เอาความโศกเศร้าของประชาชน มาเป็นตัวประกันเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่” โดยระบุว่า แม้ตลอดเวลาได้มีการแสดงพลังของมวลชนคนกระบี่ที่ออกมาคัดค้านจำนวนหลายพันคน หากแต่การส่งเสียงที่ผ่านมานั้นแทบมลายหายไปกับสายลม และความซับซ้อนของผลประโยชน์ในกลุ่มทุนถ่านหิน

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังโศกเศร้าอย่างหนักกับการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากแต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลับปล่อยให้ กฟผ.ได้อาศัยสถานการณ์นี้เพื่อเดินหน้าโครงการ ทั้งที่ยังมีปัญหาการคิดเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งอย่างหนักในพื้นที่ เสมือนเป็นการข่มขืนประชาชนบนความทุกข์ที่มีอยู่แล้วมาเป็นเครื่องประกัน อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรยิ่ง

“นั่นบีบบังคับให้เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินแทบไร้ทางออกอื่นใด จึงต้องออกมาสื่อสารกับสังคมให้รับรู้ถึงความเลวร้ายดังกล่าวด้วยความจำเป็น ซึ่งรัฐบาลจะดึงดันเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มทุนถ่านหินอย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือจะหันกลับมาเงี่ยหูฟังเสียงของประชาชนเพื่อรับรู้เหตุผลด้วยหัวใจจริง เป็นเพียงสองทางเลือกที่รัฐบาลจะกระทำได้ และสังคมจะเฝ้าติดตามท่านอย่างไม่กระพริบตา” เลขาธิการ กป.อพช. ภาคใต้ ระบุ

ภาพจาก: เฟสบุ๊ค หยุดถ่านหินกระบี่