เครือข่ายค้านถ่านหิน นัด ‘ล้อมทำเนียบ’ ประกาศพร้อมชุมนุมยืดเยื้อ 30 ต.ค.นี้

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ประกาศนัดเคลื่อนไหว “ล้อมทำเนียบ” 30 ต.ค.นี้ ยื่นข้อเรียกร้องเดิมหลังถูกเสียสัตย์ ลั่นชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะเป็นไปตามข้อเรียกร้อง พร้อมปฏิเสธตั้งกรรมการศึกษาอีก

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ประกาศนัดเคลื่อนไหวแสดงออกที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 30 ต.ค.2559 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และจัดทำแผนระยะเวลา 3 ปี ให้ จ.กระบี่สามารถพิสูจน์ศักยภาพในการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมระบุว่าการชุมนุมครั้งนี้จะยืดเยื้อจนกว่าจะเป็นไปตามข้อเรียกร้อง และขอปฏิเสธการตั้งกรรมการอื่นมาศึกษาปัญหานี้

นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เปิดเผยว่า นับจากการชุมนุมอดอาหารคัดค้านโรงไฟฟ้าเมื่อเดือน ก.ค.2558 ที่ผ่านมารัฐบาลยอมรับเงื่อนไขของเครือข่ายฯ 3 ประการ คือ 1.ชะลอการทำอีไอเอ 2.ยุติการประมูล 3.ให้กระบี่พิสูจน์พลังงานหมุนเวียน 3 ปี ด้วยการสนับสนุนสายส่งของรัฐบาล พร้อมกับแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย (ไตรภาคี) เพื่อศึกษาทางเลือกด้านพลังงานสำหรับ จ.กระบี่

นายประสิทธิชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เสียสัตย์เปิดการประมูลไปแล้ว ส่วนคณะกรรมการไตรภาคีกลับไม่ได้สรุปแนวทางให้กระบี่เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน 3 ปี ทั้งที่ศึกษาจนได้ผลลัพธ์แล้วว่ามีศักยภาพเพียงพอ ซ้ำร้ายประธานกรรมการยังได้แสดงพฤติกรรมอันน่าสงสัยหลายประการตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ ขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังคงประกาศว่าต้องเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

“ข้อเรียกร้องของเราคือ ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินและจัดทำแผน 3 ปี ให้กระบี่พิสูจน์ตัวเองเรื่องการทำพลังงานหมุนเวียน 100% อันนี้ไม่ใช่ข้อเรียกร้องใหม่ มันคือของเดิมที่รัฐบาลกำลังจะเสียสัตย์ต่อคนกระบี่ การล้อมทำเนียบจะยืดเยื้อจนกว่าจะได้ตามข้อเรียกร้อง และขอปฏิเสธการตั้งกรรมการอื่นใดโดยประการทั้งปวง” นายประสิทธิชัย กล่าว

ขณะที่ นายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการคณะกรรมการประสานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ ระบุผ่านเฟสบุ๊คว่า ถ่านหินคือหายนะและความเลวร้ายในการดำรงอยู่ของมนุษย์ ซึ่งมีความชัดเจนในประชาคมโลกแล้วหลายประเทศ แต่ กฟผ.หรือกลุ่มทุนเบื้องหลังใดๆ กลับยังดื้อด้านที่จะอาศัยอำนาจทางการเมืองขณะนี้ เพื่อที่จะเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้ได้ทั้งที่ จ.กระบี่ และ อ.เทพา จ.สงขลา อีกทั้งทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ให้ได้อย่างน้อย 9 โรงตามเป้าหมาย

นายสมบูรณ์ ระบุอีกว่า การไม่ยอมรับฟังเสียงทักท้วงของประชาชนในพื้นที่ของ กฟผ. และยังยุยงให้ประชาชนในพื้นที่เป็นศัตรูกันท่ามกลางความไม่เข้าใจในข้อมูลที่ กฟผ.พยายามบิดเบือน และยิ่งไปกว่านั้นคือความพยายามที่จะรวบรัดขั้นตอนของกระบวนการกลั่นกรองทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยการอาศัยอำนาจพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ล้วนแต่เป็นท่วงทำนองอันไม่เหมาะสมยิ่งของ กฟผ.

“เขาไม่ได้คัดค้านการมีโรงไฟฟ้าหรือการผลิตพลังงานใดๆ ของรัฐ แต่เขากำลังคัดค้านการใช้เชื้อเพลิงชนิดที่เรียกว่าถ่านหิน นี่คือข้อเสนอที่พยายามส่งเสียงไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่มันคงแผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยิน การล้อมทำเนียบในวันที่ 30 ต.ค.นี้ คงเป็นหนทางสุดท้ายที่เขาอยากให้รัฐบาลรับฟังก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป และที่มากไปกว่านั้นคือความต้องการสื่อสารให้สังคมโดยรวมได้เข้าใจต่อเรื่องนี้อย่างถ่องแท้เสียที แล้วพบกันอย่างพร้อมเพียงครับ” นายสมบูรณ์ ระบุ

ภาพจาก: เพจ หยุดถ่านหินกระบี่