ไตรภาคีภาคประชาชน แถลงการณ์จี้ ‘บิ๊กตู่’ ปลด ‘พล.อ.สกนธ์’ พ้นหัวโต๊ะวงถก 3 ฝ่าย

ไตรภาคีโรงไฟฟ้ากระบี่สัดส่วนภาคประชาชน ออกแถลงการณ์ซัด “พล.อ.สกนธ์” ขัดคำสั่งนายกฯ – ไร้ธรรมาภิบาล เรียกร้อง ‘บิ๊กตู่’ ปลดพ้นประธานกรรมการ 3 ฝ่าย ยืนยัน ไม่ยอมรับการดำเนินการใดๆ หากยังไม่มีข้อสรุป

คณะกรรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ (ไตรภาคี) สัดส่วนภาคประชาชน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ฝ่าย ของคณะกรรมการฯ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2559 เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทบทวนความเหมาะสมในการทำหน้าที่ของ พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการไตรภาคี

สำหรับสาระสำคัญของแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้งคณะกรรรมการไตรภาคีเพื่อพิสูจน์ว่า จ.กระบี่ สามารถพึ่งตนเองจากพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในระยะเวลา 3 ปี ได้หรือไม่นั้น จากการประชุมของคณะกรรมการไตรภาคีและอนุกรรมการชุดต่างๆ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่า จ.กระบี่ มีศักยภาพทางด้านพลังงานหมุนเวียน 1,699 เมกะวัตต์ และจะมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 169 เมกะวัตต์ ในอีก 2 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน จ.กระบี่ ยังประสบปัญหาไม่สามารถขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 2 จึงมีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นการเร่งด่วน และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีบัญชาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้คณะกรรมการไตรภาคีไปศึกษาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียรวมถึงต้นทุนและความคุ้มค่าเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 1 ได้พบความเห็นที่แตกต่างเรื่องขอบเขตการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับข้อเสนอของอนุกรรมการภาคประชาชน โดยอนุกรรมการภาคประชาชนเรียกร้องให้ กฟผ.ถอนรายงานอีไอเอออกมากำหนดขอบเขตกันใหม่แต่ก็ถูกปฏิเสธ คณะอนุกรรมการภาคประชาชนจึงขอลาออกจากการเป็นคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 1 เพราะไม่เห็นถึงความตั้งใจจริงของ กฟผ.ในการหาข้อสรุปร่วมกัน

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการไตรภาคี ครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังประชุมตามข้อบัญชาของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. พล.อ.สกนธ์ กลับกล่าวต่อที่ประชุมว่า จะไม่มีการพิจารณาวาระเพื่อพิจารณานี้แล้วเนื่องจากไม่มีเวลา และขอให้คณะกรรมการไตรภาคีแต่ละคนกรอกแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แล้วประธานฯ จะนำไปสรุปแก่นายกรัฐมนตรีเอง พร้อมกันนี้ยังได้สั่งให้ยุติการดำเนินงานของคณะกรรมการไตรภาคีลง

ทั้งนี้ คณะกรรมการไตรภาคีภาคประชาชนเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวของ พล.อ.สกนธ์ ขัดกับเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีในการแสวงหาคำตอบร่วมกันด้วยกระบวนการทางวิชาการและยังแสดงถึงความไม่มีธรรมาภิบาลในการประชุมและการแสวงหาคำตอบร่วมกัน จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนความเหมาะสมในการทำหน้าที่ของ พล.อ.สกนธ์ ที่ไม่ยอมให้มีการพิจารณาข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และยังได้ยุติการทำงานของคณะกรรมการไตรภาคี โดยที่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ

สำหรับคณะกรรมการไตรภาคีภาคประชาชน พร้อมทำหน้าที่ในคณะกรรมการไตรภาคีต่อไปหากรัฐบาลและ กฟผ.มีความจริงใจที่หาข้อสรุปทางวิชาการและข้อยุติร่วมกันเรื่องพลังงานหมุนเวียน 100%

“คณะกรรมการไตรภาคีภาคประชาชน ขอประกาศให้ทราบล่วงหน้าว่าคณะกรรมการไตรภาคีภาคประชาชนจะไม่ยอมรับข้อสรุปและการตัดสินใจใดๆ จากรัฐบาล ที่จะเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยที่ยังไม่มีข้อสรุปอันเป็นมติร่วมกันของคณะกรรมการไตรภาคี”ตอนท้ายของแถลงการณ์ ระบุ