‘ไทย’ ส่งกากขยะอันตรายคืน ‘ญี่ปุ่น’ หลังพบลอบทิ้งกว่า196ตัน – ดันกลับปท.ต้นทาง

กรมโรงงานฯ เร่งส่ง “ของเสียอันตราย” จำพวกขยะอิเล็กทรอนิกส์ 196 ตัน กลับต้นทางประเทศญี่ปุ่น หลังเอกชนลักลอบส่งมาทิ้งที่แหลมฉบัง ปี 2557

นายศักดา พันธ์กล้า รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เตรียมดำเนินการส่งของเสียอิเล็กทรอนิกส์อันตราย ที่เอกชนลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายจำนวน 7 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักรวม 196.11 ตัน กลับไปยังต้นทางประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 29 ก.ค. 2559 และคาดว่าจะเดินทางถึงในวันที่ 7 ส.ค. 2559 ก่อนกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ส่งออกต่อไป

นายศักดา กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับแจ้งจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบสินค้านำเข้า ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่เข้าข่ายการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดน ต่อมาในวันที่ 28 ส.ค. 2557 เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี จึงได้เข้าตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 8 ตู้ ซึ่งมีต้นทางจากประเทศญี่ปุ่น

จากการตรวจสอบพบว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดสำแดงสินค้าเป็นเศษโลหะ, เศษทองแดง และเศษอลูมิเนียม โดยมีสินค้าจำนวน 1 ตู้ถูกต้องตรงตามสำแดง แต่อีกจำนวน 7 ตู้ที่เหลือตรวจพบเป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ปริมาณรวม 196.11 ตัน ซึ่งกากอันตรายดังกล่าวจัดเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล อีกทั้งยังเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ผู้ใดนำเข้าจะต้องได้รับการอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

“กรณีนี้ผู้นำเข้ามีความผิดฐานสำแดงสินค้าเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้าม ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยุติปัญหาและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้นำเข้า ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรในการส่งสินค้าดังกล่าวกลับต้นทาง โดยประเทศญี่ปุ่นได้ตอบรับและยินยอมให้ส่งของเสียทั้งหมด” นายศักดา กล่าว

นายสมคิด วงศ์ไชยสุวรรณ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดส่งของเสียอันตรายทั้งหมด กลับไปยังประเทศญี่ปุ่น เป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญาบาเซล ที่มีภาคีสมาชิก 183 ประเทศ และยังเป็นการแสดงถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่น ที่มีเจตนารมณ์ในการยุติปัญหาการลักลอบเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายระหว่างประเทศ และแสดงถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลไทยในการป้องกันลักลอบนำเข้าของเสียที่เป็นอันตรายเข้ามาทิ้งภายในประเทศ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ภาพจาก: โพสต์ทูเดย์