ฝูงชายฉกรรจ์รุมยำชาวเลหลีเป๊ะ ชักปืนขู่บังคับรื้อบ้าน-ตำรวจสั่งปรับ

ชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเอกชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเกาะหลีเป๊ะ รุมยำ 2 ชาวเล พร้อมชักปืนขู่สั่งให้รื้อถอนบ้าน เบื้องต้นตำรวจรวบผู้ก่อเหตุได้ 5 ราย

นายตา หาญทะเล อายุ 42 ปี ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล และพวก ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย กลางดึกวันที่ 10 ก.ค.2559

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 ก.ค.2559 ระหว่างที่นายตาซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนตูโป๊ะ กำลังก่อสร้างห้องน้ำในบริเวณบ้านพักของตัวเองทดแทนห้องน้ำเดิมที่พุพัง มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธได้เดินทางเข้ามาข่มขู่ พร้อมทั้งสั่งให้ระงับและรื้อถอนห้องน้ำดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นการก่อสร้างในกรรมสิทธิ์ที่ดินของบริษัทเอกชน

นายตา ตัดสินใจรื้อถอนห้องน้ำดังกล่าวในเวลา 19.00 น. แต่ชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพนักงานบริษัทเอกชนได้เดินทางกลับมาอีกรอบ และสั่งให้นายตาและนายเล็กรื้อถอนบ้านที่ตัวเองพักอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากสร้างอยู่ในที่ดินที่ตัวเองไม่มีกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ เมื่อนายตาไม่ยอมดำเนินการจึงถูกทุบตีและตบที่ใบหน้ากว่า 10 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะแยกย้ายไป ซึ่งระหว่างนั้นนายกล้าหาญ หาญทะเล ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่เกิน 50 เมตร ได้มีปากเสียงกับกลุ่มชายฉกรรจ์ จึงถูกตบหน้า 3 ครั้ง

จากนั้นชาวเลจีงรวมตัวกันไปยังสถานีตำรวจเกาะหลีเป๊ะเพื่อแจ้งความ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ทหารมาช่วยเจรจาจึงสามารถแจ้งความได้

นายกล้าหาญ หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้ 5 คน และนัดเจรจากันในวันที่ 11 ก.ค.2559

สำหรับผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายเรวัตร เดชสม อายุ 37 ปี ชาว จ.พัทลุง นายเจริญ จันทร์ช่วย อายุ 50 ปี ชาว จ.พัทลุง นายสมนึก ศรีศิริ ชาว จ.พัทลุง ซึ่งทั้งหมดให้การว่าได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง แต่เป็นการทำร้ายร่างกายที่ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ

ทั้งนี้ ผู้ต้องหายินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปรียบเทียบปรับในชั้นสอบสวน และพร้อมชดเชยสินไหมทดแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว

อนึ่ง ข้อพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะนั้น มีนายทุนหลายรายอ้างเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ซึ่งทางคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของเอกสารสิทธิ์ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่