Monday, February 19, 2018
Home Media Cartoon

Cartoon

สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอให้ทุกท่านมีความสุขไปกับโลกใบเดิมที่เรายังต้องช่วยกันดูแลต่อไป Happy New Year 2018
ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราการผลิต "ขยะชุมชน" ราว 1,300 ล้านตันต่อปี และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2,200 ล้านตันต่อปี ภายใน ค.ศ.2025 ตามการประเมินของธนาคารโลก (World Bank) ถ้าเป็นจริงตามนั้น หมายความว่าค่าเฉลี่ยการผลิตขยะต่อคนจะพุ่งจาก 1.2 กิโลกกรัมต่อคนต่อปี เป็น 1.42 กิโลกกรัมต่อคนต่อปี ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี รายงานการศึกษายังสะท้อนอีกว่า รายได้ประชากรแปรผันตรงกับอัตราการผลิตขยะเป็นเงาตามตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเราเจริญขึ้น เราก็จะบริโภคมากขึ้น และเราก็สร้างขยะมากขึ้นเช่นกัน ในแง่หนึ่ง การกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ คือสิ่งจำเป็นยิ่งในการสร้างสังคมที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ก็นับเป็นความท้าทายยิ่งสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะมูลค่าของการดำเนินการนี้อาจสร้างค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 20-50% ของงบประมาณตามเทศบาลเมือง ไม่นับรวมถึงการสร้างระบบที่ดี และการมีวินัยของส่วนรวม นั่นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ประเทศรายได้ปานกลาง-น้อยส่วนมาก มักจะกำจัดขยะด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง อย่างการฝังกลบในสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเผาในที่โล่ง ไม่น่าแปลกใจอีกเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่ตามมาจากกระบวนการเหล่านี้คือผลกระทบรุนแรงกับสุขภาพของประชาชน ในฐานะของแหล่งแพร่พันธุ์เชื้อโรคและผลกระทบต่อสุขภาพของโลก ในฐานะแหล่งผลิตก๊าซมีเทน ต้นเหตุสำคัญของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คงเป็นเรื่องยากที่เราจะยับยั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร แต่คงไม่ยากจนเกินไป หากเราจะช่วยกันลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะ
สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเมินว่า ปัจจุบันมีหมีขั้วโลก หรือหมีขาว ราว 2.6 หมื่นตัวในอาร์กติก และจะมีแนวโน้มจำนวนลดลงฮวบฮาบในระยะยาว เพราะน้ำแข็งหดหาย ช่วง ก.ย.2560 มีปรากฏการณ์หมีขั้วโลกรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่บนเกาะมากถึง 200 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่แหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติแรงเกลระบุว่า นี่เป็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ทำให้แผ่นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นเคหสถานส่วนใหญ่ของหมีขั้วโลก หลอมละลายเร็วกว่าเดิมในแต่ละช่วงปี ทำให้หมีขั้วโลกต้องใช้ชีวิตอยู่บนเกาะนานขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันว่า หมีขั้วโลกใช้ชีวิตบนเกาะนานขึ้นอีก 1 เดือน เมื่อเทียบกับ 20 ปีที่แล้ว เนื่องจากน้ำแข็งละลายเร็วเป็นสาเหตุให้จำนวนหมีบนเกาะเพิ่มขึ้นจาก 200-300 ตัว เป็น 589 ตัว นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า หมีขั้วโลกเริ่มเข้าไปใกล้หมู่บ้านมากขึ้น ทั้งยังมีเหตุการณ์หมีทุบกระจกหน้าต่างบ้านแตก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกเมื่อคนกับสัตว์มากระจุกตัวบนพื้นที่หนึ่ง ความเสี่ยงขัดแย้งก็เพิ่มขึ้น แน่นอนว่า เราเพียงคนเดียวคงไม่มีแรงพอจะยับยั้งผลกระทบจาก Climate Change ได้ แต่อย่างน้อยเราก็พอที่จะช่วยชะลอสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ออกไปได้
ทุกวันนี้ ทิศทางการพัฒนาประเทศถูกกำหนดโดยส่วนกลาง ... คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าอำนาจจากส่วนกลางกำลังคุกคามทรัพยากรท้องถิ่นอย่างทารุณ คำถามคือ แล้วเรามีทางเลือกเดียวหรือ ? การพัฒนาที่เหมาะสมถูกควรต้องแลกมาด้วยฐานทรัพยากรเท่านั้นจริงๆ หรือ ? สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนเราทุกคน เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ด้วยการลงแรงคนละไม้คนละมือ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะต้องใช้กำลังคนมากเพียงใด และจะต้องช่วยกันออกแรงมากถึงเพียงไหน จึงจะสามารถ "กลับด้าน" นาฬิกาทรายเครื่องนี้ได้สำเร็จ ?
ชีวิตคนแสนสั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ยืนยาว และโลกกำลังหมุนไป โลกใบเดียว โลกใบเดิม เป็นโลกที่เราส่งต่อให้ลูกหลาน คงไม่ยุติธรรม ที่เราต่างใช้ปัจจุบันเป็นเครื่องมือประหัตประหารอนาคต นี่คือความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ... คุณเห็นด้วยหรือไม่ ?
ช่วงปลายปี 2559 หิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 5,000 ตารางกิโลเมตร น้ำหนักกว่า 1 ล้านล้านตัน ชื่อว่า "ลาร์เซน ซี" เกิดการแตกตัวและละลาย องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ประเมินว่า ภายในปี 2563 หรืออีกเพียง 3 ปีข้างหน้า หิ้งน้ำแข็งยักษ์ก้อนนี้อาจจะละลายหมด และนำมาซึ่งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น... นี่คือรูปธรรม ... คือผลพวงจากกิจกรรมของมนุษย์ จนทำให้อุณหภูมิโลกเปลี่ยนแปลงไป เห็นด้วยหรือไม่ว่า การพัฒนาอย่างไร้ทิศทางและไม่มีขีดจำกัด กำลังรุกรานทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนผืนโลก เห็นด้วยหรือไม่ว่า พฤติกรรมความเคยชินและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของเรา กำลังเป็นตัวจุดชนวนระเบิดเวลา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนให้เราทุกคนช่วยกันคิดเพื่อที่จะปรับเปลี่ยน ก่อนที่คำทำนายโบราณ "น้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว" จะเป็นจริง เพราะหากถึงวันนั้น คงไม่มีใครหรือสิ่งมีชีวิตใดจะอยู่เหนือโทษทัณฑ์จากมหันตภัยร้ายไปได้
ภาพเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่กระจุกตัวเนืองแน่นอยู่ตามช่องตามซอกของตะแกรงเหล็ก-ฝาท่อระบายน้ำ ภายหลังเหตุการณ์ฝนตกหนักช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาคลี่คลายลง คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบอะไรได้อีกแล้ว ภาพของถุงพลาสติก หลอดกาแฟ ซองขนมกรุบกรอบ ขวดน้ำขนาดพกพา ที่อุดขวางช่องทางระบายน้ำ คือคำอธิบายที่เป็นเหตุ...เป็นผล และสามารถช่วยตอบคำถามพวกเราได้ว่า อะไรคือต้นทางของปัญหาและเหตุใดสถานการณ์ดูเหมือนว่าจะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่า ขนาดของปัญหาใหญ่ขึ้นตามระดับความมักง่ายและความเคยชินของพวกเราทุกคน ? ท่ามกลางโลกที่กำลังแปรปรวน มนุษยชาติเต็มไปด้วยความโกลาหล สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เชื่อว่า ทางรอดเดียวคือความสำนึกและการเคารพธรรมชาติ เพราะมีแต่ธรรมชาติเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่พอจะโอบอุ้มพวกเราไว้ได้ทั้งหมด
คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่า ... อนาคตเป็นสิ่งที่สามารถออกแบบได้ ? ในเมื่อปัจจุบันที่เราดำรงอยู่คือผลพวงจากเงื่อนไขในอดีตกาล อนาคตที่เรากำลังเผชิญภายภาคหน้าจะปฏิเสธรากเหง้าของปัจจุบันได้อย่างไร ?... น่าสนใจว่าคำกล่าวคุ้นชินอย่าง "อนาคตต้องดีกว่า" นั้น ... มันจะดีกว่าอะไร ? และมันจะดีได้จริงๆ หรือ ? ในเมื่อเราต่างเลือกที่จะทำอะไรเดิมๆ เพื่อหมุดหมายเดิมๆ แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่ผิดแผกแตกต่างออกไปจากเดิม มีแต่ถลำลึกลงไปเรื่อยๆ คำถามก็คือ ... คุณพอใจกับคุณภาพชีวิต คุณภาพสังคม สภาพแวดล้อมรอบตัวแล้วหรือไม่ ? สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชวนทุกท่านช่วยกันคิด ... นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะส่งมอบให้ลูกหลานแล้วจริงๆ หรือ ?
ความเปราะบางของธรรมชาติสำแดงตัวให้เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านพิบัติภัยที่ถาโถมมาเป็นระลอก หากเราเชื่อกันว่า ความวิปริตของสภาพอากาศ ความแปรปรวนของอุณหภูมิ มหาอุทกภัย และความแห้งแล้งแร้นแค้นทุกหย่อมหญ้า คือเสียงกรีดร้องจากธรรมชาติที่เคยเคร่งขรึมมาโดยตลอด... เราอาจเผชิญกับฝันร้ายในระยะเวลาอันใกล้ โครงการพัฒนาที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อมนุษย์ ในมุมหนึ่งกำลังไล่ต้อนให้มนุษย์ค่อยๆ จนแต้ม โดยเฉพาะในวันที่ธรรมชาติกำลังร้าวราน เป็นไปได้ว่าเราทุกคนต้องรับโทษทัณฑ์ ไม่มีข้อยกเว้น สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนเราทุกคนช่วยกันคิด ... โลกของเรากำลังถูกพัฒนาให้กลายเป็นสิ่งที่ด้อยลงใช่หรือไม่ ?
พลาสติกหุ้มฝาขวด ขยะชิ้นเล็กๆ ที่เรามักมองข้าม กำลังเป็นต้นเหตุและก่อกำเนิดเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ในแต่ละวัน มีเศษพลาสติกจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งอย่างเรี่ยราดในทันทีที่เราแกะขวดน้ำดื่ม ชิ้นแล้วชิ้นเล่า มากขึ้นมากขึ้น แล้วมันก็ปลิวไปตามถนนหน้าร้านชำ แล้วมันก็ลอยไปตามเส้นทางหน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วฝนก็นำมันไปอัดแน่นในท่อระบายน้ำ แล้วเราก็ฟาดงวงฟาดงาใส่กันในยามที่เกิดน้ำท่วม แต่พลาสติกเหล่านั้นยังจะอยู่ต่อไป ชั่วลูก ชั่วหลาน หรืออีกหลายชั่วอายุเรา มันก็ยังคงอยู่สืบต่อไปอีก 300-400 ปี สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอเป็นตัวแทนชักชวนให้ช่วยกันฉุกคิด เจ้าพลาสติกหุ้มฝากขวดเหล่านี้มันประโยชน์อะไร ? เราจำเป็นต้องมีมันต่อไปอีกจริงๆ หรือ ?
- Advertisement -

MOST POPULAR

RECENT STORIES

- Sponsored -