Tuesday, April 24, 2018
Home Media Cartoon

Cartoon

หนึ่งในคุณสมบัติเด่นของสิ่งมีชีวิตคือการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ให้ดำรงอยู่ ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจึงปรากฏการปรับตัวครั้งใหญ่หลากหลายครั้ง ... การอพยพย้ายถิ่นฐาน การเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนา การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต อาชีพ แหล่งอาหาร ฯลฯ มีให้เห็นเรื่อยมา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวพันโดยตรงกับทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในนามของการพัฒนา มนุษย์พร้อมที่จะสังเวยทรัพยากร-ดัดแปลงสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อแทรกแซงธรรมชาติ ความสมดุลย่อมสูญสิ้น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือหลักฐานสำคัญที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธ เรายังมั่นใจอยู่ใช่หรือไม่ว่า เราแข็งแกร่งพอที่จะผ่านการคัดสรรโดยธรรมชาติในครั้งนี้ ?
หากน้ำคือแหล่งกำเนิดของชีวิต พื้นที่ชุ่มน้ำก็คือแหล่งศักดิ์สิทธิ์ให้ทุกชีวิตได้พึ่งพิงอาศัยในการดำรงอยู่ ที่ผ่านมา พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นทั้งแหล่งอาหารและน้ำให้กับคน พืช และสัตว์ ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำใต้ดิน ช่วยลดและป้องกันปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน ช่วยป้องกันน้ำเค็มรุกแผ่นดิน ช่วยป้องกันรักษาชายฝั่ง ลดการพังทลาย และอื่นๆ อีกมากมาย มีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า พื้นที่ชุ่มน้ำเสมือน "ซุปเปอร์มาร์เก็ต" ของชุมชน หรือเป็น "มดลูก" ของป่าไม้ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2514 ทั่วโลกจึงได้ร่วมกำหนด อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ขึ้นที่เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก พร้อมกำหนดให้วันที่ 2 ก.พ.ของทุกปี เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันตระหนักและเห็นคุณค่าถึงความสำคัญของระบบนิเวศชนิดนี้
นับตั้งแต่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ทุกชีวิตในโลกใบนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ความเจริญด้านเทคโนโลยีได้คืบคลานไปทั่วทุกหัวระแหง เครื่องยนต์ เครื่องจักร สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม ถือกำเนิดขึ้นมากมาย ในมุมหนึ่ง นั่นคือความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเสียทีเดียว แน่นอนว่า การพัฒนานำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่างสูญสลายย่อยยับคู่ขนาน จนถึงปัจจุบันที่อุตสาหกรรมและความเจริญเบ่งบานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผลกระทบก็รุนแรงขึ้นตามลำดับ หากโครงการพัฒนาคือหัวใจของการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้า สิ่งแวดล้อมก็คือหัวใจของการมีชีวิตอยู่ ความสมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเราทุกคนต่างรับรู้ถึงความเป็นจริงข้อนี้เป็นอย่างดี
สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอให้ทุกท่านมีความสุขไปกับโลกใบเดิมที่เรายังต้องช่วยกันดูแลต่อไป Happy New Year 2018
ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราการผลิต "ขยะชุมชน" ราว 1,300 ล้านตันต่อปี และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2,200 ล้านตันต่อปี ภายใน ค.ศ.2025 ตามการประเมินของธนาคารโลก (World Bank) ถ้าเป็นจริงตามนั้น หมายความว่าค่าเฉลี่ยการผลิตขยะต่อคนจะพุ่งจาก 1.2 กิโลกกรัมต่อคนต่อปี เป็น 1.42 กิโลกกรัมต่อคนต่อปี ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี รายงานการศึกษายังสะท้อนอีกว่า รายได้ประชากรแปรผันตรงกับอัตราการผลิตขยะเป็นเงาตามตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อเราเจริญขึ้น เราก็จะบริโภคมากขึ้น และเราก็สร้างขยะมากขึ้นเช่นกัน ในแง่หนึ่ง การกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ คือสิ่งจำเป็นยิ่งในการสร้างสังคมที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ก็นับเป็นความท้าทายยิ่งสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะมูลค่าของการดำเนินการนี้อาจสร้างค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 20-50% ของงบประมาณตามเทศบาลเมือง ไม่นับรวมถึงการสร้างระบบที่ดี และการมีวินัยของส่วนรวม นั่นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ประเทศรายได้ปานกลาง-น้อยส่วนมาก มักจะกำจัดขยะด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง อย่างการฝังกลบในสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเผาในที่โล่ง ไม่น่าแปลกใจอีกเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่ตามมาจากกระบวนการเหล่านี้คือผลกระทบรุนแรงกับสุขภาพของประชาชน ในฐานะของแหล่งแพร่พันธุ์เชื้อโรคและผลกระทบต่อสุขภาพของโลก ในฐานะแหล่งผลิตก๊าซมีเทน ต้นเหตุสำคัญของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คงเป็นเรื่องยากที่เราจะยับยั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร แต่คงไม่ยากจนเกินไป หากเราจะช่วยกันลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะ
สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเมินว่า ปัจจุบันมีหมีขั้วโลก หรือหมีขาว ราว 2.6 หมื่นตัวในอาร์กติก และจะมีแนวโน้มจำนวนลดลงฮวบฮาบในระยะยาว เพราะน้ำแข็งหดหาย ช่วง ก.ย.2560 มีปรากฏการณ์หมีขั้วโลกรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่บนเกาะมากถึง 200 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่แหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติแรงเกลระบุว่า นี่เป็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ทำให้แผ่นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นเคหสถานส่วนใหญ่ของหมีขั้วโลก หลอมละลายเร็วกว่าเดิมในแต่ละช่วงปี ทำให้หมีขั้วโลกต้องใช้ชีวิตอยู่บนเกาะนานขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันว่า หมีขั้วโลกใช้ชีวิตบนเกาะนานขึ้นอีก 1 เดือน เมื่อเทียบกับ 20 ปีที่แล้ว เนื่องจากน้ำแข็งละลายเร็วเป็นสาเหตุให้จำนวนหมีบนเกาะเพิ่มขึ้นจาก 200-300 ตัว เป็น 589 ตัว นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า หมีขั้วโลกเริ่มเข้าไปใกล้หมู่บ้านมากขึ้น ทั้งยังมีเหตุการณ์หมีทุบกระจกหน้าต่างบ้านแตก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกเมื่อคนกับสัตว์มากระจุกตัวบนพื้นที่หนึ่ง ความเสี่ยงขัดแย้งก็เพิ่มขึ้น แน่นอนว่า เราเพียงคนเดียวคงไม่มีแรงพอจะยับยั้งผลกระทบจาก Climate Change ได้ แต่อย่างน้อยเราก็พอที่จะช่วยชะลอสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ออกไปได้
ทุกวันนี้ ทิศทางการพัฒนาประเทศถูกกำหนดโดยส่วนกลาง ... คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าอำนาจจากส่วนกลางกำลังคุกคามทรัพยากรท้องถิ่นอย่างทารุณ คำถามคือ แล้วเรามีทางเลือกเดียวหรือ ? การพัฒนาที่เหมาะสมถูกควรต้องแลกมาด้วยฐานทรัพยากรเท่านั้นจริงๆ หรือ ? สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนเราทุกคน เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ด้วยการลงแรงคนละไม้คนละมือ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะต้องใช้กำลังคนมากเพียงใด และจะต้องช่วยกันออกแรงมากถึงเพียงไหน จึงจะสามารถ "กลับด้าน" นาฬิกาทรายเครื่องนี้ได้สำเร็จ ?
ชีวิตคนแสนสั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ยืนยาว และโลกกำลังหมุนไป โลกใบเดียว โลกใบเดิม เป็นโลกที่เราส่งต่อให้ลูกหลาน คงไม่ยุติธรรม ที่เราต่างใช้ปัจจุบันเป็นเครื่องมือประหัตประหารอนาคต นี่คือความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ... คุณเห็นด้วยหรือไม่ ?
ช่วงปลายปี 2559 หิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 5,000 ตารางกิโลเมตร น้ำหนักกว่า 1 ล้านล้านตัน ชื่อว่า "ลาร์เซน ซี" เกิดการแตกตัวและละลาย องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ประเมินว่า ภายในปี 2563 หรืออีกเพียง 3 ปีข้างหน้า หิ้งน้ำแข็งยักษ์ก้อนนี้อาจจะละลายหมด และนำมาซึ่งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น... นี่คือรูปธรรม ... คือผลพวงจากกิจกรรมของมนุษย์ จนทำให้อุณหภูมิโลกเปลี่ยนแปลงไป เห็นด้วยหรือไม่ว่า การพัฒนาอย่างไร้ทิศทางและไม่มีขีดจำกัด กำลังรุกรานทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนผืนโลก เห็นด้วยหรือไม่ว่า พฤติกรรมความเคยชินและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของเรา กำลังเป็นตัวจุดชนวนระเบิดเวลา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนให้เราทุกคนช่วยกันคิดเพื่อที่จะปรับเปลี่ยน ก่อนที่คำทำนายโบราณ "น้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว" จะเป็นจริง เพราะหากถึงวันนั้น คงไม่มีใครหรือสิ่งมีชีวิตใดจะอยู่เหนือโทษทัณฑ์จากมหันตภัยร้ายไปได้
ภาพเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่กระจุกตัวเนืองแน่นอยู่ตามช่องตามซอกของตะแกรงเหล็ก-ฝาท่อระบายน้ำ ภายหลังเหตุการณ์ฝนตกหนักช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาคลี่คลายลง คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบอะไรได้อีกแล้ว ภาพของถุงพลาสติก หลอดกาแฟ ซองขนมกรุบกรอบ ขวดน้ำขนาดพกพา ที่อุดขวางช่องทางระบายน้ำ คือคำอธิบายที่เป็นเหตุ...เป็นผล และสามารถช่วยตอบคำถามพวกเราได้ว่า อะไรคือต้นทางของปัญหาและเหตุใดสถานการณ์ดูเหมือนว่าจะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่า ขนาดของปัญหาใหญ่ขึ้นตามระดับความมักง่ายและความเคยชินของพวกเราทุกคน ? ท่ามกลางโลกที่กำลังแปรปรวน มนุษยชาติเต็มไปด้วยความโกลาหล สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เชื่อว่า ทางรอดเดียวคือความสำนึกและการเคารพธรรมชาติ เพราะมีแต่ธรรมชาติเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่พอจะโอบอุ้มพวกเราไว้ได้ทั้งหมด
- Advertisement -

MOST POPULAR

RECENT STORIES

- Sponsored -