แค่ปิดไม่พอ … รัฐต้องทำแผน ‘ฟื้นฟู’ ใหม่ ตปท.เลิกเหมือง 20 ปี บ่อกักเก็บแตก

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2559 ส่งผลต่อการประกอบกิจการของ บริษัทอัครา รีซอร์สเซส อย่างรุนแรง แม้ว่าบริษัทอัคราฯ เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ชาตรี จ.พิจิตร จะได้รับประโยชน์จากการต่ออายุโรงประกอบโลหะกรรมถึงปลายปี 2559 ก็ตาม นั่นเพราะ 1 ในมติของ ครม.ได้ระบุเอาไว้ว่า ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลเรื่องดำเนินการ “ฟื้นฟู” พื้นที่ซึ่งประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ อาภา หวังเกียรติ หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิพากษ์ว่า การดำเนินมาตรการฟื้นฟูตามที่ได้กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) นั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้เป็นปัญหาในการปิดเหมืองของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรณีเหมืองตะกั่วคลิตี้ จ.กาญจนบุรี หรือเหมือง ต.แม่ตาว จ.ตาก สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการในขณะนี้ คือต้องเริ่มคุยหรือจัดทำแผนเรื่องการฟื้นฟูทันที ไม่ใช่คอยให้บริษัทอัคราฯ หยุดประกอบกิจการในปลายปี 2559 แล้วถึงค่อยดำเนินการ นั่นเพราะการจัดทำแผนฟื้นฟูนั้นต้องพิจารณาว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สุขภาพ รวมถึงชุมชน มีมากกว่าที่อีไอเอประเมินเอาไว้หรือไม่ “ต้องเข้าใจว่าเวลาทำอีไอเอ หรืออีเอชไอเอ เป็นการประเมินไว้ก่อนที่จะมีการดำเนินกิจการ แต่ในกรณีนี้คือมีการดำเนินกิจการไปแล้ว ผลกระทบเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องไปประเมินกันใหม่ว่าผลกระทบจริงๆ แล้วคืออะไร ถ้าเราจะฟื้นฟูต้องฟื้นฟูอะไรบ้าง ซึ่งต้องมาจัดทำแผนปฏิบัติการให้มีความชัดเจน” อาจารย์อาภา อธิบายว่า รัฐบาลควรเริ่มต้นตั้งแต่ ณ […]

Avatar

ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

25/05/2016

มติ ครม.สั่ง ‘ปิดเหมือง’ ทองคำ จับตารื้อกระดาน ‘ล้างไพ่’ ผลประโยชน์

มีความเป็นไปได้สูงที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่รอบเหมืองแร่ทองชาตรีจะ “ดีใจเก้อ” แม้ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา จะมีมติรับทราบตามข้อเสนอของคณะทำงาน 4 กระทรวง ให้ยุติการอนุมัติประทานบัตร อาชญาบัตร และคำขอต่ออายุในกิจการเหมืองแร่ทองคำ ภายในสิ้นปี 2559 อาภา หวังเกียรติ หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำความเข้าใจว่า มติ ครม.ดังกล่าวเป็นเพียงคำสั่งทาง “นโยบาย” เท่านั้น ไม่ได้มีผลผูกพันเหมือนกฎหมาย ที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อาภา อธิบายว่า มติ ครม.ที่ออกมามีอยู่ 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.การยุติการให้อาชญาบัตรพิเศษ อาชญาบัตรสำรวจ คำขอขยายสัมปทาน 2.อนุญาตโรงประกอบโลหะกรรมของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส ไปจนถึงสิ้นปี 3.ให้หน่วยงานราชการดูแลเรื่องการปิดเหมืองฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วย ปัจจุบันเหมืองทองที่ยังดำเนินการอยู่ในประเทศไทยมีด้วยกัน 2 เหมือง ได้แก่ เหมืองทอง จ.เลย (บริษัททุ่งคำ) และเหมืองทองชาตรี (บริษัทอัคราฯ) สำหรับเหมืองแร่เมืองเลยนั้น การอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้หมดอายุไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขอต่ออายุซึ่งต้องผ่านประชาคมและสภาองค์การบริหารส่วนตำบลก่อน ส่วนโรงประกอบโลหะกรรมและประทานบัตรยังไม่หมดอายุ และมีการยื่นขอสัมปทานแปลงใหม่เพิ่มเติม […]

Avatar

ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

24/05/2016

‘จีน’ พัฒนาชาติ ลดชนบทเพิ่มสัดส่วนเมือง พื้นที่เกษตรหด ต้องพึ่งเพื่อนบ้านผลิตอาหาร

“China Dream” หรือ ความฝันของประเทศจีน คือปลายทางการพัฒนาประเทศจีน ตามแนวคิดของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก “สี จิ้นผิง” ได้ประกาศไว้ว่า ภายในปี 2020 จีนจะต้องเป็นสังคมที่อยู่ดีกินดี และในปี 2021 ซึ่งครบรอบ 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน จีนจะต้องเฉลิมฉลองใหญ่ในฐานะที่กลายเป็น “ประเทศมหาอำนาจ” เต็มรูปแบบ สำหรับระยะที่สอง “สี จิ้นผิง” ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2049 (ครบรอบ 100 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน) จีนจะต้องเป็น “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” นอกจากไทม์ไลน์ที่ วรศักดิ์ มหัทธโนบล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา อธิบายให้เห็นภาพข้างต้นแล้ว เขา ยังบอกอีกว่า จุดสูงสุดของ China Dream ก็คือ จีนจะต้องเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตย์ที่สมบูรณ์ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/04/2016

ปล่อย ‘จีน’ ระเบิดแก่งโขง = ขายชาติ สูญคอนผีหลง ‘ไทย’ เสียดินแดนมหาศาล

นับเป็นความพยายามของประเทศจีนอีกครั้งที่จะการดำเนินโครงการ “ปรับปรุงร่องน้ำ” ในแม่น้ำโขง โดยเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา “สำนักข่าวซินหัว” ได้รายงานความคืบหน้าว่า ประเทศจีนจะร่วมมือกับ 5 ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง เพื่อพัฒนาช่องทางการจัดส่งหลักในเส้นทางแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) “เร็วๆ นี้จะมีการขุดลอกเพื่อเปิดทางให้เรือระวางน้ำหนัก 500 ตัน สามารถเดินทางในแม่น้ำโขงได้ตลอดทั้งปี” รายงานข่าวสำนักข่าวซินหัว ระบุ วรศักดิ์ มหัทธโนบล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา อธิบายว่า ที่ผ่านมาจีนต้องการใช้แม่น้ำโขงในการคมนาคม แต่มีอุปสรรคเรื่องเกาะแก่ง เป็นเหตุให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 100 ตัน แล่นได้เพียงปีละ 6 เดือน ในช่วงฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนเท่านั้น หากต้องการให้เรือแล่นได้ตลอดทั้งปี คือ 12 เดือน ในทางวิชาการก็คือต้อง “ปรับปรุงร่องน้ำ” ซึ่งคำนี้ครอบคลุมการดำเนินการหลายอย่างในแม่น้ำ และเป็นข้อตกลงร่วมกันของประเทศที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ แต่ในกรณีนี้คือการ “ระเบิดเกาะแก่ง” ในแม่น้ำโขง สำหรับ โครงการปรับปรุงร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงแบ่งออกเป็น 3 เฟส เฟสที่ 1 จะปรับปรุงเพื่อให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

16/04/2016

ผ่าแนวคิด ‘ทวารัฐ สูตะบุตร’ ประเทศไทยยังไม่ถึงเวลา ‘นิวเคลียร์’

การพัฒนาโดยมุ่งเน้นตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็นเป้าหมายสูงสุด นำมาซึ่งมาตรการกระตุ้นการลงทุนอย่างเข้มข้น และนำไปสู่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน บอกว่า ทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยที่เร่งส่งเสริมการลงทุนนั้น เป็นไปในลักษณะเดียวกับประเทศเกาหลี เมื่อ15 ปีที่แล้ว หรือประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 30 ปืที่แล้ว นั่นคือช่วงที่ประเทศอยู่ระหว่างการไต่เส้นเคิฟตัวเอสขึ้นมา จึงต้องการให้เกิดการลงทุน ต้องการสร้างจีดีพี ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเศรษฐกิจโต พลังงานก็จะต้องโตตาม ยกตัวอย่างประเทศเกาหลี ซึ่งนำประเทศไทยอยู่ประมาณ 10-15 ปี ขณะนั้นเขาคิดเรื่องการกระจายความเสี่ยงและจัดสมดุลพลังงานเช่นกัน แต่โชคไม่ดีที่เกาหลีมีฐานทรัพยากรน้อยกว่าไทยมาก ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแก๊ส เขาจึงต้องจัดสมดุลด้วยนิวเคลียร์ส่วนหนึ่ง ถ่านหินส่วนหนึ่ง แก๊สแอลเอ็นจีส่วนหนึ่ง แล้วค่อยเอาพลังงานทดแทนมาเติมทีหลัง “ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างแบนแล้วคือเริ่มนิ่ง ประเทศเกาหลีก็เข้าสู่โค้งความนิ่งเช่นกัน แต่ประเทศไทยยังไม่ถึงจุดนั้น” ทวารัฐ อธิบายว่า ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นได้เข้าสู่การพัฒนาเต็มรูปแบบ และถูกจำกัดเพดานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศแล้ว เขาจึงต้องเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์ซึ่งมีข้อดีคือเป็นโรงไฟฟ้ากระแสหลักที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ในประเทศไทยยังไปไม่ถึงจุดนั้นและก๊าซเรือนกระจกก็ยังไม่ใช่ข้อจำกัดของประเทศไทย ฉะนั้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จึงดูว่ายังไม่เป็นที่ต้องการเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยเดินไปถึงจุดเดียวกับเกาหลีหรือญี่ปุ่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็จะตอบโจทย์ในช่วงนั้น “ข้อจำกัดของนิวเคลียร์คือความกลัว และเฉพาะในช่วงนี้อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องนิวเคลียร์ มันยังไกลไป แต่ถามว่าต้องตัดออกไปจากแผนหรือไม่ ก็ไม่ควรตัด เพราะการมีอยู่ในแผนอย่างน้อยๆ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/03/2016

ผ่าแนวคิด ‘ทวารัฐ สูตะบุตร’ ถอดรหัส ม.44 ปลดล็อกผังเมืองเพื่อใคร?

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2559 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเครือข่ายภาคประชาชนว่า เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเท่านั้น นั่นเพราะ คำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 ได้ยกเว้นการใช้กฎหมายผังเมืองใน 5 กิจการ ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้า 2.โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่วยก๊าซ 3.โรงงานปรับปรุงคุณภาพของรวม (โรงบำบัดน้ำเสีย/เตาเผาขยะ) 4.โรงงานคัดแยกและฝังกลบ 5.โรงงานเพื่อการรีไซเคิล ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ตีความว่า หัวใจสำคัญของคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 คือการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นการปลดผังเมืองเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งผู้ที่จะได้ประโยชน์จากคำสั่งฉบับดังกล่าวมากที่สุดคือ “โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน” “ถามว่าปลดผังเมืองสำหรับโรงไฟฟ้าทุกประเภทใช่หรือไม่ คำตอบก็คือใช่ แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วประโยชน์สูงสุดอยู่กับใคร คำตอบก็คืออยู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน” ทวารัฐ อธิบายว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนได้รับการพัฒนาไปไกลมาก และทุกวันนี้โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนก็อยู่ใกล้ตัวของทุกคน เช่น แผงโซล่าบนหลังคาบ้าน หรือพลังงานกังหันลมบนยอดตึกสูง ซึ่งหากตีความตามกฎหมายผังเมืองเดิมก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกฎหมายถือว่าทั้งหมดนี้คือโรงงาน จึงไม่สามารถดำเนินการในพื้นที่ชุมชนหรือตามอาคารสูงได้ แม้แต่ระบบชีวมวลหรือแก๊สชีวภาพซึ่งตามทฤษฎีและตามความเหมาะสมแล้วควรจะตั้งอยู่ติดกับพื้นที่เกษตรกรรม โรงไฟฟ้าแก๊สชีวภาพต้องตั้งอยู่ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือถ้าเป็นโรงไฟฟ้าจากปาล์มก็ต้องอยู่กับโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือกฎหมายผังเมืองล้าหลัง […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/03/2016

ผ่าแนวคิด ‘ทวารัฐ สูตะบุตร’ ผุดโรงไฟฟ้ากระบี่ค้ำระบบภาคใต้

หากเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 (พีดีพี 2015) ภายใน 20 ปีนี้ ประเทศไทยจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 31 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 9 แห่ง ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เริ่มต้นฉายภาพสถานการณ์พลังงานของประเทศไทยว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงานมีแผนการพัฒนาใน 5 ด้าน ซึ่งทั้งหมดมุ่งตอบโจทย์การจัดสมดุลด้านพลังงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสมดุลระหว่างพลังงานกระแสหลักกับพลังงานทดแทน พลังงานฟอสซิลและนอล-ฟอสซิล ทวารัฐ อธิบายว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องการพลังงานทดแทนเข้ามาเสริมระบบมากขึ้น แต่ก็ต้องมีพลังงานหลักสำหรับค้ำระบบอยู่ด้วย นั่นทำให้กระทรวงพลังงานต้องจัดสมดุลพลังงานใหม่ เพราะหากใช้พลังงานจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียวก็จะไม่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่หากใช้พลังงานทดแทน 100% ก็จะไม่ตอบโจทย์ความมั่นคง ดังนั้นแผนพลังงานของประเทศไทยจึงต้องยึดหลักผสมผสาน “การจัดสมดุลด้านไฟฟ้าก็คือการจัดสัดส่วนเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความเสี่ยงเยอะเนื่องจากใช้แก๊สมาก จากนี้ก็จะต้องกระจายความเสี่ยงไปใช้ตัวอื่น เช่น ถ่านหิน ซึ่งก็เข้าใจว่าถ่านหินมีประเด็นเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นก็ต้องคัดเลือกเทคโนโลยีที่ทำให้ถ่านหินไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือถ้ากระทบก็ต้องกระทบน้อยที่สุด นั่นเพราะถ่านหินจะตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงที่สุด …” “… การจัดสมดุลใหม่จะให้ลงตัวทุกอย่างในทุกวินาทีในทุกพื้นที่ก็คงทำไม่ได้ นั่นจึงมีบางพื้นที่ที่ภาครัฐต้องขอให้มีการเสียสละ แต่การเสียสละนั้นๆ จะต้องมีการชดเชยหรือตอบแทนเป็นกรณีพิเศษด้วย” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าถ่านหินจะสามารถตอบโจทย์เรื่องความมั่งคงได้ แต่ “ทวารัฐ” ก็ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้ดันทุรังเฉพาะเรื่องถ่านหินเพียงอย่างเดียว และที่ผ่านมาประเทศไทยก็มีพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบมาเต็มทุกสูบเช่นกัน ทวารัฐ เทียบเคียงให้เห็นภาพว่า จากเดิมการผลิตไฟฟ้า 100% จะใช้แก๊ส 70% ถ่านหิน 20% พลังงานทดแทน 5% และซื้อไฟต่างประเทศ 5% แต่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558–2579 (พีดีพี 2015) ซึ่งคือภาพอนาคตที่อยากจะเป็น […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

06/03/2016

อำนาจเบ็ดเสร็จทำให้เกิดคอรัปชั่นที่สมบูรณ์แบบ ‘รัฐ’ ยังไม่เข้าใจสิทธิชุมชน

เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่มักมาคู่กันราวเงาตามตัว คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน หรือสิทธิด้านใดด้านหนึ่งไม่มากก็น้อย ชาวบ้านที่เคยประสบกับปัญหาจึงมักคุ้นหน้าค่าตา กับหมอผู้เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา และหนึ่งใน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.   นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่กำลังจะหมดวาระลงหลังดำรงตำแหน่งมากว่า 6 ปี นับตั้งแต่ มิ.ย. 2552 แม้จะปฏิบัติหน้าที่เกินกำหนดเนื่องจากปัญหาการสรรหากรรมการชุดใหม่ แต่ในขณะนี้ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติครบ 7 คน เหลือเพียงประชุมเพื่อเลือกตั้งประธาน พร้อมเสนอให้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อนที่กรรมการสิทธิฯ มากประสบการณ์รายนี้จะหมดวาระลง ทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์บนเส้นทางพิทักษ์สิทธิคนเล็กคนน้อย ภาพรวมของสถานการณ์ร้องเรียนสิทธิเหล่านี้ ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน เป็นอย่างไรบ้าง? ตลอดช่วงเวลา 6 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ผมรับผิดชอบเป็นอนุกรรมการใน 3 ส่วนหลักคือ 1. สิทธิชุมชน เป็นสิทธิในเรื่องการจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมปัญหาในเรื่องป่า ที่ดิน ลุ่มน้ำ ทะเลชายฝั่ง สินแร่ 2. สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นวิกฤติของบ้านเมืองไทยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการชุมนุม ความขัดแย้ง การแบ่งฝักฝ่าย […]

Avatar

วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

04/11/2015

เลขาธิการคนใหม่ กับก้าวย่างงานอนุรักษ์ ภารกิจหลักของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหม่ของ “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ในวาระครบรอบ 25 ปี พร้อมคณะกรรมการชุดเก่าที่ได้หมดวาระลง อีกบทบาทที่น่าสนใจคือเลขาธิการคนใหม่ของมูลนิธิสืบฯ “ภานุเดช เกิดมะลิ” เพราะด้วยประสบการณ์ทำงานกับมูลนิธิฯมายาวนานถึง 16 ปี ที่นับได้ว่ายาวนานเป็นรองเพียงอดีตประธานอย่าง “รตยา จันทรเทียร” เท่านั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “ศศิน เฉลิมลาภ” ประธานคนใหม่ มองว่าสามารถเชื่อมต่อทั้งในเรื่องของงานและแนวคิดได้เป็นอย่างดี ทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมพูดคุยเพื่อที่ได้รู้จักตัวตนของเขากันให้มากขึ้น เส้นทางของ “ภานุเดช ” หรือ “บอย”  หลังจบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ภานุเดชก็คลุกคลีกับการทำงานด้านพัฒนาสังคมและมูลนิธิมาโดยตลอด ก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่มูลนิธิสืบฯ ด้วยการใช้เวลาว่างเป็นอาสาสมัคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 อยู่ราว 2 ปีจึงก้าวเข้ามาทำงานเต็มตัว เมื่อทางมูลนิธิสืบฯเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่เพิ่ม ซึ่งเขายอมรับว่ารูปแบบการทำงานคงจะไม่เหมือนกับ “ศศิน เฉลิมลาภ” อดีตเลขาธิการที่มีบทบาทการสื่อสารผ่านตัวตนในการแสดงออก ซึ่งบทบาทการแสดงออกต่างๆนั้นเขามองว่ายังควรเป็นหน้าที่ของ ศศิน ส่วนเขาพร้อมเป็นเบื้องหลังในการประสานงานซึ่งเป็นหน้าที่ที่ได้ดำเนินมาโดยตลอด ทิศทางมูลนิธิสืบฯ หลังการเปลี่ยนแปลงใหม่ บอย เริ่มต้นเล่าถึงวิสัยทัศน์หลังการเปลี่ยนแปลงว่า ทิศทางต่อไปของมูลนิธิฯ คือการที่ทุกคนได้เข้ามามีส่วนช่วยในการผลักดันการทำงาน อย่างช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการอาจเพียงให้คำแนะนำหรือข้อคิดเห็นในบางเรื่องที่ถนัด แต่หลังจากนี้คืออยากให้เข้ามามีบทบาทในการทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งก็นับว่าโชคดีที่คณะกรรมการชุดหลังค่อนข้างเป็นคนรุ่นใหม่ […]

Avatar

วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

24/09/2015

คุยกับ “ครูตี๋” นิวัฒน์ ร้อยแก้ว แห่งโฮงเฮียนแม่น้ำของ “ความเจ็บปวดของคนเล็กคนน้อย”

ครูใหญ่โฮงเฮียนแม่น้ำของเผยเขตเศรษฐกิจพิเศษสร้างมาให้นายทุน โต้หม่อมอุ๋ยท่องเที่ยวไทยไม่หมดมุกหากเห็นหัวคนท้องถิ่น “สิ่งที่ถูกพูดออกมาอาจจะมีนัยยะ ระหว่างการที่จะต้องเลือกว่าเราจะเอาวิถีชีวิตกับการท่องเที่ยว หรือว่าจะเอาอุตสาหกรรมกับการค้าและเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถบ่งบอกได้อย่างดีว่าผู้นำของเราคิดอะไรอยู่ ซึ่งยุคของรัฐบาลทหารนั้นมีปัญหาเรื่องการมีส่วนร่วมมาโดยตลอด” ประโยคดังกล่าวคือส่วนหนึ่งของความคิดเห็นจาก ครูตี๋ – นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้นำเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ต่อคำพูดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวในงานเดินหน้าประเทศไทยเดินหน้าท่องเที่ยวไทย ว่าการท่องเที่ยวไทยเริ่มหมดมุกของ sun sand sea และควรหาเรื่องราวของประวัติศาสตร์มาขายแทน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อมได้มีโอกาสพูดคุยกับ ครูตี๋ ผู้ก่อตั้ง “โฮงเฮียนแม่น้ำของ” สถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นที่สร้างกระบวนทัศน์การเรียนรู้ร่วมกันของคน ด้วยพื้นฐานของธรรมชาติและความเป็นมนุษย์ บนพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่เคยเปี่ยมไปด้วยความงดงาม ความอุดมสมบูรณ์อันดั้งเดิม ก่อนที่จะถูกสั่นคลอนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากผลกระทบภายนอกประเทศ ทั้งการสร้างเขื่อนหลายสิบแห่ง การระเบิดเกาะแก่งเพื่อเปิดเส้นทางเรือ ตลอดจนภายในประเทศ กับการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษที่พร้อมจะเดินหน้าในเร็ววัน ครูใหญ่รายนี้เริ่มต้นโดยการเล่าย้อนให้ฟังว่า หากจะพูดถึงเรื่องการพัฒนาของประเทศไทยนั้น จะต้องพูดโยงไปถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.2504 หรือสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งตั้งแต่ครั้งนั้นก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของสังคม คิดเพียงเรื่องของเศรษฐกิจว่าทำอย่างไรจึงจะเจริญ มีการพูดถึงมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งวิธีคิดเช่นนี้เป็นกระบวนทัศน์ของนักเศรษฐศาสตร์จากฝั่งตะวันตก ตลอดช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นการมุ่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาของตัวเลขจีดีพี แต่ในความเป็นจริงแล้วความเจริญเช่นนี้เกิดขึ้นไม่เท่ากัน […]

Avatar

วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

22/07/2015
1 2 3