Sunday, March 24, 2019
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหม่ของ “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ในวาระครบรอบ 25 ปี พร้อมคณะกรรมการชุดเก่าที่ได้หมดวาระลง อีกบทบาทที่น่าสนใจคือเลขาธิการคนใหม่ของมูลนิธิสืบฯ “ภานุเดช เกิดมะลิ” เพราะด้วยประสบการณ์ทำงานกับมูลนิธิฯมายาวนานถึง 16 ปี ที่นับได้ว่ายาวนานเป็นรองเพียงอดีตประธานอย่าง “รตยา จันทรเทียร” เท่านั้น จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “ศศิน เฉลิมลาภ” ประธานคนใหม่ มองว่าสามารถเชื่อมต่อทั้งในเรื่องของงานและแนวคิดได้เป็นอย่างดี ทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมพูดคุยเพื่อที่ได้รู้จักตัวตนของเขากันให้มากขึ้น เส้นทางของ “ภานุเดช ” หรือ “บอย”  หลังจบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ภานุเดชก็คลุกคลีกับการทำงานด้านพัฒนาสังคมและมูลนิธิมาโดยตลอด ก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่มูลนิธิสืบฯ ด้วยการใช้เวลาว่างเป็นอาสาสมัคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 อยู่ราว 2 ปีจึงก้าวเข้ามาทำงานเต็มตัว เมื่อทางมูลนิธิสืบฯเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่เพิ่ม ซึ่งเขายอมรับว่ารูปแบบการทำงานคงจะไม่เหมือนกับ "ศศิน...
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2559 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเครือข่ายภาคประชาชนว่า เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเท่านั้น นั่นเพราะ คำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 ได้ยกเว้นการใช้กฎหมายผังเมืองใน 5 กิจการ ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้า 2.โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่วยก๊าซ 3.โรงงานปรับปรุงคุณภาพของรวม (โรงบำบัดน้ำเสีย/เตาเผาขยะ) 4.โรงงานคัดแยกและฝังกลบ 5.โรงงานเพื่อการรีไซเคิล ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ตีความว่า หัวใจสำคัญของคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 คือการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นการปลดผังเมืองเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งผู้ที่จะได้ประโยชน์จากคำสั่งฉบับดังกล่าวมากที่สุดคือ “โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน” “ถามว่าปลดผังเมืองสำหรับโรงไฟฟ้าทุกประเภทใช่หรือไม่ คำตอบก็คือใช่ แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วประโยชน์สูงสุดอยู่กับใคร คำตอบก็คืออยู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน” ทวารัฐ อธิบายว่า...
สัมภาษณ์พิเศษ (ตอนที่ 1) ความกังวลใจที่ยังไม่คลายลงของคนเมืองนั่นก็คือ เมื่อฝนตกหนัก เขื่อนเร่งระบายน้ำ ควรรีบเก็บของขึ้นที่สูงดีไหม ? เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แม้จะมีการสั่งการดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน มูลค่า 334,538 ล้านบาท (ใกล้เคียงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์) และโครงการแก้ปัญหาน้ำย่อยๆ อีกจำนวนมาก อาทิ แผนบูรณาการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง 14 จังหวัด วงเงิน 317,600 ล้านบาท ฯลฯ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เข้าสัมภาษณ์พิเศษ ดร.โพยม สราภิรมณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำใต้ดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เพื่ออธิบายถึงภาพรวมของปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ดร.โพยม เริ่มว่า สาเหตุที่รัฐบาลได้ผลักดันโครงการน้ำ (ชื่อยาวๆ) ออกมา เพราะเริ่มตระหนักขึ้นหลังจากเกิดความแปรปรวนของภูมิอากาศ...
เมื่อเอ่ยถึงปัญหาเขาหัวโล้น เชื่อได้ว่า “น่าน” ย่อมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกสายตาจับจ้อง หรือตีตราว่าเป็นผู้สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กินเวลามายาวนาน ตั้งแต่การทำลายป่าไปจนถึงหมอกควัน โดยทั้งหมดมีเกษตรกรตกเป็นจำเลย โจทย์ดังกล่าวกลายเป็นความท้าทายให้โครงการพัฒนาต่างๆ พุ่งเป้าเข้ามายังพื้นที่ตอนเหนือของประเทศนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลอดช่วงปีที่ผ่านมา มีการผุดโครงการอันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความสนใจที่ล้นหลาม หรือที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลหลักพันล้าน เพื่อหวังคืนพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดแสนเนิบนาบแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม มุมมองจากสายตานักอนุรักษ์เจ้าของพื้นที่อย่าง พระครูสุจิณนันทกิจ หรือ พระสมคิด จรณธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโป่งคำ ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน หนึ่งในพระนักพัฒนาผู้คร่ำหวอดในพื้นที่ ตลอดช่วงชีวิตวัย 55 ปี และเห็นแนวทางการแก้ปัญหามานักต่อนักจากหลากองค์กรหลายโครงการ กลับมีความคิดที่ต่างออกไป กล่าวคือ รู้สึกไม่เห็นด้วยกับโครงการปลูกป่าที่เข้ามา ----- "ปลูก" ไม่สำคัญเท่า "ปล่อย" และ "ปาก" ----- พระอาจารย์ กล่าวว่า จ.น่าน มีโครงการปลูกป่าเข้ามาในแต่ละปี...
“ต้นไม้มีความศักดิ์สิทธิอยู่ในตัว” คือคำกล่าวของ พระครูสุจิณนันทกิจ หรือ พระสมคิด จรณธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโป่งคำ ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน พระนักอนุรักษ์ ซึ่งพำนักอยู่ในเมืองน่านตลอดช่วงชีวิตในวัย 55 ปี พระสมคิด อธิบายว่า หากเราศึกษาสรรพคุณของต้นไม้บางต้น รากสามารถเป็นยา เปลือกสามารถเป็นสีย้อมผ้า ใบสามารถเป็นอาหาร ขณะที่ต้นไม้บางต้นคนโบราณจะสอนไว้ว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิอยู่ เมื่อเวลามีพระพุทธรูปที่หักหรือเสียผู้คนก็จะนำเอาไปฝากไว้ ส่วนคนอื่นก็จะไม่ไปแตะต้องต้นไม้ต้นนั้นเพราะเหมือนมีเทพรักษาแล้ว ผู้คนจะถือกันเช่นนี้ นอกจากนี้ ในบางวัฒนธรรม เมื่อผู้หญิงคลอดลูกออกมาก็จะนำเอารกมาฝังไว้กับต้นไม้ ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของบุคคลนั้น และเป็นบุคคลเดียวที่จะสามารถแตะต้องต้นไม้ต้นนี้ได้ สิ่งเหล่านี้คือความศักดิ์สิทธิที่อยู่บนฐานความเชื่อ ทว่า ความศักดิ์สิทธิเหล่านี้กลับถูกล้มล้างด้วยระบบอำนาจและทุน ที่ยิ่งชัดเจนมากขึ้นด้วยนโยบายการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจในระยะหลัง “เมื่อก่อนโยมพ่อโยมแม่ของอาตมาได้ดูแลรักษาพื้นที่แห่งนี้ไว้ แต่วันดีคืนดีกลับมีคนถือกระดาษมา 1 แผ่น อ้างว่าป่าตรงนี้ได้รับการสัมปทานจากรัฐบาล ดังนั้นหน้าที่เดียวที่คุณทำได้คือรับจ้าง พระอาจารย์จึงจะชี้ให้เห็นว่า เมื่อไรก็ตามที่นายรัฐกับนายทุนสมสู่กันขึ้น ก็จะทำให้เกิดความฉิบหายวอดวายในบ้านเมือง วันนี้เราจึงต้องสร้างอำนาจใหม่ที่ขนานกันไป...
แม้ "ความตกลงปารีส" ที่เกิดขึ้นจากการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 (COP21) ในปี 2558 จะกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน และเป็นสิ่งที่หลายประเทศพยายามผลักดันให้เป็นกรอบการดำเนินการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเจรจาทั้งหมดที่มีความพยายามมาอย่างยาวนานอาจไม่มีความหมายและสูญสลายไปกับกาลเวลา หากเป้าประสงค์ร่วมกันเหล่านั้นไร้ซึ่งการปฏิบัติ ดังนั้นเมื่อพูดถึงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะต้องพูดถึงลึกลงไปภายใต้กฎกติกาก็คือการบังคับใช้จริงภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่ปัจจุบัน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ “บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์” ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ลงรายละเอียดข้อตกลงปารีสให้ดียิ่งขึ้น ------ เจาะลึก ‘ไทย’ เตรียมอะไรสู้โลกร้อน ----- บัณฑูร เริ่มต้นฉายภาพผ่านสถานการณ์ประเทศไทยว่า สิ่งที่เราเตรียมตัวไปในความตกลงปารีส คือการสำรวจสิ่งที่มีอยู่ในมือว่าจะสามารถทำส่วนใดได้บ้าง โดยหลักๆ คือในส่วนของภาคพลังงาน ซึ่งเรามีทั้งแผนพลังงานทางเลือก แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน หรือแผนในภาคขนส่งที่เปลี่ยนจากระบบล้อไปสู่ระบบรางมากขึ้น เป็นที่มาของการกำหนดโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ 20% และเพิ่มเป็น 25% หากได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ทั้งนี้...
นับเป็นความพยายามของประเทศจีนอีกครั้งที่จะการดำเนินโครงการ “ปรับปรุงร่องน้ำ” ในแม่น้ำโขง โดยเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา “สำนักข่าวซินหัว” ได้รายงานความคืบหน้าว่า ประเทศจีนจะร่วมมือกับ 5 ประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง เพื่อพัฒนาช่องทางการจัดส่งหลักในเส้นทางแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) “เร็วๆ นี้จะมีการขุดลอกเพื่อเปิดทางให้เรือระวางน้ำหนัก 500 ตัน สามารถเดินทางในแม่น้ำโขงได้ตลอดทั้งปี” รายงานข่าวสำนักข่าวซินหัว ระบุ วรศักดิ์ มหัทธโนบล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา อธิบายว่า ที่ผ่านมาจีนต้องการใช้แม่น้ำโขงในการคมนาคม แต่มีอุปสรรคเรื่องเกาะแก่ง เป็นเหตุให้เรือระวางน้ำหนักไม่เกิน 100 ตัน แล่นได้เพียงปีละ 6 เดือน ในช่วงฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนเท่านั้น หากต้องการให้เรือแล่นได้ตลอดทั้งปี คือ 12 เดือน ในทางวิชาการก็คือต้อง “ปรับปรุงร่องน้ำ” ซึ่งคำนี้ครอบคลุมการดำเนินการหลายอย่างในแม่น้ำ...
พิเชษฐ์ ชูรักษ์ ที่ปรึกษาชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และอดีตประธานชมรมนักช่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สะท้อนมุมมองในฐานะสื่อมวลชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2561 ผ่านเวทีเสวนาเรื่อง “Beat Plastic Pollution: รักษ์โลก เลิกพลาสติก” ทำไม ‘คนไทย’ ไม่ทิ้งขยะที่ต่างประเทศ ? อดีตประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นบทสนทนาด้วยภาพบทบาทของสื่อมวลชนในการสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนทั่วไปได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา “ขยะพลาสติก” เพื่อให้ทราบว่าปัจจุบันมีความรุนแรงมาก-น้อยระดับไหน “ในอดีตมีการสื่อสารผ่านการรณรงค์ในระดับต่างๆ เมื่อรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสารก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลข่าวสารถูกบรรจุอยู่ในโทรศัพท์ หมายความว่าการสื่อสาร การสร้างกิจกรรมต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน” สื่อมวลชนรายนี้ บอกเล่าภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป “เราคิดว่าคนอื่นควรแก้ปัญหาให้เรา แต่เราไม่เคยคิดหรอกว่าตัวเราเองต้องแก้” พิเชษฐ์ ระบุ เขา ตั้งคำถามโดยชวนให้คิดตามว่า เหตุใดคนไทยไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์แต่จะไม่ทิ้งขยะที่สิงคโปร์ หรือเวลาไปประเทศญี่ปุ่นคนไทยจะสุภาพมาก นั่นอาจเป็นเพราะเชื่อว่าสังคมที่นั่นมีความเป็นระเบียบวินัย ผู้คนเคร่งครัดต่อการปฏิบัติ...
“ต้นไม้ คือความผูกพันระหว่างชีวิตของคนกับธรรมชาติ” เป็นมุมมองผ่านแว่นของนักอนุรักษ์ อย่าง พระครูสุจิณนันทกิจ หรือ พระสมคิด จรณธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโป่งคำ ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน พระครูสมคิด ยกตัวอย่างว่า หากไปศึกษาดูในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีความรู้อยู่บนฐานธรรมและใช้องค์ความรู้ภูมิปัญญาจะพบว่า มีทั้งครูที่รู้เรื่องต้นไม้ มีทั้งหมอที่ใช้ต้นไม้เป็นยา มีทั้งช่างถักทอที่เอาต้นไม้ไปเป็นเส้นด้ายหรือสี หรือกระทั่งศิลปินที่เอาต้นไม้ไปทำเครื่องดนตรี อย่างไรก็ดี หากเป็นนายทุนมองก็จะคิดว่าต้องเอาไปแปรรูปสร้างมูลค่าที่มากขึ้น ถ้าเป็นรัฐมองก็จะให้คนอื่นทำแล้วเก็บภาษี ส่วนชาวบ้านเขาไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้ ใครมาชวนทำอะไรเขาก็ทำ  สำหรับ “พระครูสมคิด” ท่านมองว่าต้นไม้เป็น “ตำรา” เป็นองค์ความรู้ไปปลูกฝังให้คนสำนึกเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของแนวคิดพัฒนาให้ “วัดโป่งคำ” เป็นศูนย์เรียนรู้ พระสมคิด เล่าว่า ความได้เปรียบของสังคมเรา คือมีฐานวัฒนธรรมความเชื่อที่ค่อนข้างเข็มแข็งต่อผู้นำทางจิตวิญญาณ มักให้ความเชื่อถือกับพระ และให้ความสำคัญกับวัด เปรียบเสมือนบ่อเกิดความรู้ของชุมชนในแต่ละพื้นที่ จึงเกิดความคิดที่จะใช้วัดเป็นพื้นที่ให้คนได้เรียนรู้ และพยายามทำวัดให้เป็นมากกว่าวัด ในบทบาทหนึ่งจะเป็นเรื่องของความเชื่อ การปลูกฝังเรื่องบาปบุญคุณโทษ...
เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่มักมาคู่กันราวเงาตามตัว คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน หรือสิทธิด้านใดด้านหนึ่งไม่มากก็น้อย ชาวบ้านที่เคยประสบกับปัญหาจึงมักคุ้นหน้าค่าตา กับหมอผู้เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา และหนึ่งใน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.   นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่กำลังจะหมดวาระลงหลังดำรงตำแหน่งมากว่า 6 ปี นับตั้งแต่ มิ.ย. 2552 แม้จะปฏิบัติหน้าที่เกินกำหนดเนื่องจากปัญหาการสรรหากรรมการชุดใหม่ แต่ในขณะนี้ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติครบ 7 คน เหลือเพียงประชุมเพื่อเลือกตั้งประธาน พร้อมเสนอให้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อนที่กรรมการสิทธิฯ มากประสบการณ์รายนี้จะหมดวาระลง ทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์บนเส้นทางพิทักษ์สิทธิคนเล็กคนน้อย ภาพรวมของสถานการณ์ร้องเรียนสิทธิเหล่านี้ ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน เป็นอย่างไรบ้าง? ตลอดช่วงเวลา 6 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ผมรับผิดชอบเป็นอนุกรรมการใน 3 ส่วนหลักคือ 1. สิทธิชุมชน เป็นสิทธิในเรื่องการจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมปัญหาในเรื่องป่า...
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -