Tuesday, April 24, 2018
‘ไอ้นักอนุรักษ์’ ฉันรู้จัก ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ครั้งแรกผ่านข้อความข้างต้น พร้อมด้วยเรื่องราวการเดินเท้ากว่า 300 กิโลเมตร จากป่าสู่เมืองด้วยหัวใจและเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยว เพื่อคัดค้านรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ สำหรับฉันแล้ว เรื่องราวของเขานับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในแวดวงสิ่งแวดล้อม และหากต้องการสนทนาเรื่องของ ‘ป่า’ โดยเฉพาะผืนป่าตะวันตกผืนป่าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บุคคลแรกที่ฉันคิดถึงก็คือเขา เช้าวันจันทร์ยามพระอาทิตย์ข้ามพ้นขอบฟ้า บนถนนติวานนท์เลยแยกแครายมาราวๆ 650 เมตร ภายใต้อาคารสีเขียวปรากฏป้าย ‘มูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ เจ้าหน้าที่กล่าวต้อนรับฉันด้วยกาแฟจอมป่า กาแฟรักษาป่าต้นน้ำผลผลิตของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าออแกนิคจากชุมชนใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก “ป่านิ่งๆ มาหลายปีแล้ว” บทสนทนาระหว่างฉันกับนักอนุรักษ์ชั้นแนวหน้าของประเทศเริ่มต้นขึ้นด้วยเรื่องราวสถานการณ์ป่าไม้ในประเทศไทย เขาอัพเดทข้อมูลผืนป่าว่า ตลอด 10 ปีมานี้ ป่ามีช่วงเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2% ของพื้นที่ทั้งหมดในประเทศ และมีช่วงลดลง-เพิ่มขึ้น แต่หากมองในภาพรวมป่าไม้ทั้งประเทศจะพบว่าพื้นที่ป่าอยู่ในระดับนิ่ง ซึ่งประเทศไทยมีป่าไม้ประมาณ 30-32% ศศิน เล่าว่า...
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่งในโลกใบนี้ โดยเฉพาะกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีความเปราะบาง และพร้อมกับแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเมื่อได้รับสิ่งเร้า สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) พูดคุยกับ ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถึงผลพวงจากการผกผันของสภาพอากาศและอุณหภูมิต่อผืนป่า ----- ‘อุณหภูมิ’ เปลี่ยน พืชเสี่ยงสูญพันธุ์ ----- ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ดีกรีด็อกเตอร์รายนี้ เล่าให้ฟังว่า ทางสำนักอุทยานฯ ใช้ระบบดิจิตอลเก็บข้อมูลป่าไม้เป็นรายชั่วโมงในทุกๆ วัน ซึ่งทำให้ทราบว่าช่วงเวลาใดหรือฤดูกาลใดอุณหภูมิเป็นอย่างไร มีการขึ้น-ลงแตกต่างกันหรือไม่ นั่นเพราะอุณหภูมิจะสัมพันธ์โดยตรงกับการออกดอก-ผลของต้นไม้ “ช่วงที่มีการกระตุ้นให้มันออกดอกอุณหภูมิต้องต่ำ เพราะฉะนั้นเราเก็บมาหลายปี 4-5 ปี เราก็รู้ว่าปีไหนอุณหภูมิต่ำ ปีไหนอุณหภูมิสูงในช่วงที่ต้นไม้จะออกดอกในแต่ละชนิด ผลปรากฏว่าบางชนิดถ้าไม่หนาวพอ หรืออุณหภูมิไม่ต่ำพอมันไม่ออกดอก” ผอ.ทรงธรรม ให้ภาพรูปธรรมของผลกระทบ เขา กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลในหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าต้นไม้หลายชนิดไม่ออกดอก...
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมายมั่นปั้นมือสานฝันต่อยอดความสำเร็จจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาคพื้นดิน ทางน้ำ หรือทางอากาศ แม้จะถูกนับว่าเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของกิจกรรมทั้งหมดภายใต้โครงการ EEC แต่โครงการ "สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก" กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม พร้อมกับงบประมาณที่ต้องใช้ลงทุนอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน เมื่อวันที่ 23-24 ก.พ.2561 ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการ โดยสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ พล.ร.ต.ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อให้เห็นภาพถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานรายนี้ เริ่มเล่าย้อนกลับไปยังจุดตั้งต้นของสนามบินอู่ตะเภาว่า เดิมทีสนามบินแห่งนี้เป็นของทหารเรือที่ใช้ในด้านความมั่นคง มีฝูงบินของทหารเรือ 9...
แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีความพยายามอย่างสูงที่จะแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่าง "การกัดเซาะชายฝั่ง" แต่ในมุมมองใครบางคนอาจกล่าวได้ว่าความทุ่มเทนี้ไม่ต่างไปจากการเทงบละลายแม่น้ำ เพราะสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งในภาพรวมจนถึงขณะนี้ มีแต่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยมีน้ำมือมนุษย์เป็นสาเหตุโดยตรงแล้ว ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นผลพวงจากกิจกรรมของมนุษย์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยเช่นกัน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ร่วมพูดคุยกับ ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย และหนึ่งในอาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น อาจารย์ธรณีรายนี้ ระบุว่า จากตัวเลขที่เคยศึกษาให้กับธนาคารโลก (World Bank) เมื่อปี 2549 พบว่าประเทศไทยมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามันอยู่ที่ประมาณ 590 กิโลเมตร จากชายฝั่งทั้งหมดกว่า 2,600 กิโลเมตร หรือเฉลี่ยประมาณ 22% โดยมีอัตราการกัดเซาะตั้งแต่ 3 เมตร ไปจนถึง 20-30 เมตรในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการติดตามศึกษาอีกครั้งในปี 2556...
อีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 19 ม.ค.2561 จะพิจารณาลงมติในวาระที่ 2 ของ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ การพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นไปท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักหน่วงจากทั้งเครือข่ายนักอนุรักษ์ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม รวมถึงนักวิชาการ ที่ต่างออกมาเรียกร้องให้ยุติพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตหลากหลายประการ หนึ่งในนั้นก็คือกระบวนการรวบรัดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 ว่าด้วยการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ภายหลังที่ประชุม สนช.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวในวาระแรกไปแล้ว สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้พูดคุยกับ สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ถึงสาระสำคัญของกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ...
แม้ "ความตกลงปารีส" ที่เกิดขึ้นจากการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 (COP21) ในปี 2558 จะกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน และเป็นสิ่งที่หลายประเทศพยายามผลักดันให้เป็นกรอบการดำเนินการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเจรจาทั้งหมดที่มีความพยายามมาอย่างยาวนานอาจไม่มีความหมายและสูญสลายไปกับกาลเวลา หากเป้าประสงค์ร่วมกันเหล่านั้นไร้ซึ่งการปฏิบัติ ดังนั้นเมื่อพูดถึงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะต้องพูดถึงลึกลงไปภายใต้กฎกติกาก็คือการบังคับใช้จริงภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่ปัจจุบัน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ “บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์” ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ลงรายละเอียดข้อตกลงปารีสให้ดียิ่งขึ้น ------ เจาะลึก ‘ไทย’ เตรียมอะไรสู้โลกร้อน ----- บัณฑูร เริ่มต้นฉายภาพผ่านสถานการณ์ประเทศไทยว่า สิ่งที่เราเตรียมตัวไปในความตกลงปารีส คือการสำรวจสิ่งที่มีอยู่ในมือว่าจะสามารถทำส่วนใดได้บ้าง โดยหลักๆ คือในส่วนของภาคพลังงาน ซึ่งเรามีทั้งแผนพลังงานทางเลือก แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน หรือแผนในภาคขนส่งที่เปลี่ยนจากระบบล้อไปสู่ระบบรางมากขึ้น เป็นที่มาของการกำหนดโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ 20% และเพิ่มเป็น 25% หากได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ทั้งนี้...
ความตกลงนานาชาติในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน นั้นอาจเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง ประสบความล้มเหลวมาแล้วหลายหน ทว่า สุดท้ายผู้คนก็เริ่มเห็นภาพที่สดใสขึ้น เมื่อโจทย์ใหญ่ระดับโลกนี้ เริ่มมีกติกาที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อความตกลงมามากมาย ภายใต้ชื่อเมืองสำคัญหลังการจัดประชุม แต่เหตุใด "ปารีส" จึงกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติมากกว่าครั้งที่ผ่านมา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ “บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์” ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำความเข้าใจกับกติกานี้ให้ดียิ่งขึ้น เขาเริ่มเล่าว่า "ความตกลงปารีส" ในการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 (COP21) ในปี 2558 เป็นผลที่เกิดจากการเจรจากว่า 8 ปี นับตั้งแต่การประชุม COP13 ที่เกาะบาหลี ในปี 2550 ภายหลังเห็นว่ากติกาของโลกในการจัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ยังไม่เพียงพอสำหรับการรับมือ ทั้งนี้ ตามกติกาเดิมคือ...
กัญจน์ ทัตติยกุล ชายร่างบาง ผู้ถือกำเนิดบนพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จังหวัด ที่อยู่ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) หรือ อีอีซี หากภาพฝันที่รัฐวาดไว้ก่อกำเนิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้จริงๆ ภายในปี พ.ศ.2566 หรืออีก 5 ปี ข้างหน้า โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้วยงบลงทุน 1.5 ล้านล้าน จะเสกให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น “มหานครเมืองใหม่” อันทันสมัยพรั่งพร้อม ซึ่งลูกแม่น้ำบางประกงอย่าง “กัญจน์” ก็น่าจะเห็นดีเห็นงามด้วย “อีอีซี ยังไม่ใช่คำตอบของคนในพื้นที่” ชายหนุ่มรวบยอดความคิดในขณะที่กำลังรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน บทสนทนายิ่งทำให้อาหารออกอรรถรส ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก...
สัมภาษณ์พิเศษ (ตอนที่ 2) บทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.โพยม สราภิรมณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำใต้ดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในตอนที่เหลือนี้ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ขอให้อาจารย์ช่วยอธิบายให้เห็นภาพรวมของน้ำ และแนวทางการจัดการที่ถูกต้อง เพื่อรองรับอนาคตของสภาวะอากาศที่แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงบ่อย ----- ทุกวันนี้พวกเรากำลังดื่มน้ำใต้ดิน ----- อาจารย์โพยม อธิบายว่า วัฏจักรน้ำ ประกอบด้วย น้ำฝน 736,802 ลบ.ม. มีฝนเฉลี่ย 1,455 มม.ต่อปี น้ำซึมลงน้ำบาดาล 102,809 ลบ.ม. มีการสูบน้ำบาดาลมาใช้ 3,500 ลบ.ม. โดยน้ำใต้ดินจะนำมาใช้ดื่ม หรือผลิตน้ำแร่ โดยปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีจุดมอนิเตอร์ 1,408 บ่อทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีน้ำเพื่อการเกษตร 113,960 ลบ.ม....
สัมภาษณ์พิเศษ (ตอนที่ 1) ความกังวลใจที่ยังไม่คลายลงของคนเมืองนั่นก็คือ เมื่อฝนตกหนัก เขื่อนเร่งระบายน้ำ ควรรีบเก็บของขึ้นที่สูงดีไหม ? เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แม้จะมีการสั่งการดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน มูลค่า 334,538 ล้านบาท (ใกล้เคียงโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์) และโครงการแก้ปัญหาน้ำย่อยๆ อีกจำนวนมาก อาทิ แผนบูรณาการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง 14 จังหวัด วงเงิน 317,600 ล้านบาท ฯลฯ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เข้าสัมภาษณ์พิเศษ ดร.โพยม สราภิรมณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำใต้ดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เพื่ออธิบายถึงภาพรวมของปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ดร.โพยม เริ่มว่า สาเหตุที่รัฐบาลได้ผลักดันโครงการน้ำ (ชื่อยาวๆ) ออกมา เพราะเริ่มตระหนักขึ้นหลังจากเกิดความแปรปรวนของภูมิอากาศ...
- Advertisement -

MOST POPULAR

RECENT STORIES

- Sponsored -