Sunday, June 24, 2018
11 มิถุนายน World Meat Free Day – วันงดการบริโภคเนื้อสัตว์โลก “ลดเพื่อเพิ่ม ... ลด: เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม เพิ่ม: สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก” คือส่วนหนึ่งของข้อความบนโปสเตอร์แสดงวิสัยทัศน์ของกรีนพีซ เรื่องระบบเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ถึงปี พ.ศ.2593 ซึ่งถูกจัดแสดงพร้อมข้อมูลการรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมจากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ผ่านท้ายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ครั้งเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต “เพิ่มสุขภาวะที่ดีของโลก” ประโยคชวนสงสัย การลดบริโภคเนื้อสัตว์จะสามารถช่วยให้โลกแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร ? บริโภคเนื้อสัตว์ เพิ่มก๊าซเรือนกระจก ต้นเหตุโลกร้อน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้พูดคุยกับ ขวัญ-วัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงประเด็น การลดเพื่อเพิ่ม-ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อความอยู่รอดของเราและโลก ทำไมต้องลด? ประโยคเริ่มต้นบทสนทนา ชายผู้สวมใส่เสื้อยืดสีครีม สกรีนลายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เอกลักษณ์ของต้นสังกัดในการต่อกรกับอาชญากรทางสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องโลก...
พิเชษฐ์ ชูรักษ์ ที่ปรึกษาชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และอดีตประธานชมรมนักช่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สะท้อนมุมมองในฐานะสื่อมวลชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2561 ผ่านเวทีเสวนาเรื่อง “Beat Plastic Pollution: รักษ์โลก เลิกพลาสติก” ทำไม ‘คนไทย’ ไม่ทิ้งขยะที่ต่างประเทศ ? อดีตประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นบทสนทนาด้วยภาพบทบาทของสื่อมวลชนในการสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนทั่วไปได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา “ขยะพลาสติก” เพื่อให้ทราบว่าปัจจุบันมีความรุนแรงมาก-น้อยระดับไหน “ในอดีตมีการสื่อสารผ่านการรณรงค์ในระดับต่างๆ เมื่อรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป ชีวิตผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสารก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลข่าวสารถูกบรรจุอยู่ในโทรศัพท์ หมายความว่าการสื่อสาร การสร้างกิจกรรมต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน” สื่อมวลชนรายนี้ บอกเล่าภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป “เราคิดว่าคนอื่นควรแก้ปัญหาให้เรา แต่เราไม่เคยคิดหรอกว่าตัวเราเองต้องแก้” พิเชษฐ์ ระบุ เขา ตั้งคำถามโดยชวนให้คิดตามว่า เหตุใดคนไทยไปเที่ยวประเทศสิงคโปร์แต่จะไม่ทิ้งขยะที่สิงคโปร์ หรือเวลาไปประเทศญี่ปุ่นคนไทยจะสุภาพมาก นั่นอาจเป็นเพราะเชื่อว่าสังคมที่นั่นมีความเป็นระเบียบวินัย ผู้คนเคร่งครัดต่อการปฏิบัติ...
นอกจากจะเป็นปัญหาในระดับปัจเจกแล้ว “การบริโภคที่เกินความจำเป็น” กำลังกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของมนุษยชาติด้วย นั่นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันโดยตรงกับการแย่งชิง-ครอบครองทรัพยากรอันมีจำกัด และเป็นหนึ่งในต้นทางที่นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลากหลายมิติ “การบริโภคที่ยั่งยืน” จึงถูกพูดถึงอย่างหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าจะเป็น “ทางออก” ของสถานการณ์ที่ค่อนข้างขมึงเกลียว ที่จริงแล้วหัวใจของ “การบริโภคที่ยั่งยืน” ก็คือการสร้างสมดุลและความเอื้อเฟื้อ โดย “สมดุล” ในที่นี้หมายถึงสมดุลร่างกาย สมดุลชีวิต รวมไปถึงสมดุลทรัพยากร ซึ่งจะสืบเนื่องไปสู่การเอื้อเฟื้อและแบ่งปันสังคมรอบข้างต่อไป สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) มีโอกาสพูดคุยกับ วัลลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด บริษัทอินี่ เครือข่ายนวัตกรรมสากล จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านหัวข้อ “ประชาธิปไตยทางอาหาร” ซึ่งสามารถสะท้อนภาพการบริโภคที่ยั่งยืนได้เป็นอย่างดี “วัลลภา” เริ่มพูดคุยด้วยเรื่องราวของสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองในระบบอาหาร โดยตั้งประเด็นจากการอ้างอิงคำพูดของ โคลิน กอนซาลเวส์ (Colin Gonsalves) เจ้าของรางวัล Right Livelihood...
‘ไอ้นักอนุรักษ์’ ฉันรู้จัก ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ครั้งแรกผ่านข้อความข้างต้น พร้อมด้วยเรื่องราวการเดินเท้ากว่า 300 กิโลเมตร จากป่าสู่เมืองด้วยหัวใจและเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยว เพื่อคัดค้านรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ สำหรับฉันแล้ว เรื่องราวของเขานับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในแวดวงสิ่งแวดล้อม และหากต้องการสนทนาเรื่องของ ‘ป่า’ โดยเฉพาะผืนป่าตะวันตกผืนป่าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บุคคลแรกที่ฉันคิดถึงก็คือเขา เช้าวันจันทร์ยามพระอาทิตย์ข้ามพ้นขอบฟ้า บนถนนติวานนท์เลยแยกแครายมาราวๆ 650 เมตร ภายใต้อาคารสีเขียวปรากฏป้าย ‘มูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ เจ้าหน้าที่กล่าวต้อนรับฉันด้วยกาแฟจอมป่า กาแฟรักษาป่าต้นน้ำผลผลิตของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าออแกนิคจากชุมชนใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก “ป่านิ่งๆ มาหลายปีแล้ว” บทสนทนาระหว่างฉันกับนักอนุรักษ์ชั้นแนวหน้าของประเทศเริ่มต้นขึ้นด้วยเรื่องราวสถานการณ์ป่าไม้ในประเทศไทย เขาอัพเดทข้อมูลผืนป่าว่า ตลอด 10 ปีมานี้ ป่ามีช่วงเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2% ของพื้นที่ทั้งหมดในประเทศ และมีช่วงลดลง-เพิ่มขึ้น แต่หากมองในภาพรวมป่าไม้ทั้งประเทศจะพบว่าพื้นที่ป่าอยู่ในระดับนิ่ง ซึ่งประเทศไทยมีป่าไม้ประมาณ 30-32% ศศิน เล่าว่า...
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่งในโลกใบนี้ โดยเฉพาะกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีความเปราะบาง และพร้อมกับแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเมื่อได้รับสิ่งเร้า สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) พูดคุยกับ ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถึงผลพวงจากการผกผันของสภาพอากาศและอุณหภูมิต่อผืนป่า ----- ‘อุณหภูมิ’ เปลี่ยน พืชเสี่ยงสูญพันธุ์ ----- ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ดีกรีด็อกเตอร์รายนี้ เล่าให้ฟังว่า ทางสำนักอุทยานฯ ใช้ระบบดิจิตอลเก็บข้อมูลป่าไม้เป็นรายชั่วโมงในทุกๆ วัน ซึ่งทำให้ทราบว่าช่วงเวลาใดหรือฤดูกาลใดอุณหภูมิเป็นอย่างไร มีการขึ้น-ลงแตกต่างกันหรือไม่ นั่นเพราะอุณหภูมิจะสัมพันธ์โดยตรงกับการออกดอก-ผลของต้นไม้ “ช่วงที่มีการกระตุ้นให้มันออกดอกอุณหภูมิต้องต่ำ เพราะฉะนั้นเราเก็บมาหลายปี 4-5 ปี เราก็รู้ว่าปีไหนอุณหภูมิต่ำ ปีไหนอุณหภูมิสูงในช่วงที่ต้นไม้จะออกดอกในแต่ละชนิด ผลปรากฏว่าบางชนิดถ้าไม่หนาวพอ หรืออุณหภูมิไม่ต่ำพอมันไม่ออกดอก” ผอ.ทรงธรรม ให้ภาพรูปธรรมของผลกระทบ เขา กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลในหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าต้นไม้หลายชนิดไม่ออกดอก...
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมายมั่นปั้นมือสานฝันต่อยอดความสำเร็จจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาคพื้นดิน ทางน้ำ หรือทางอากาศ แม้จะถูกนับว่าเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของกิจกรรมทั้งหมดภายใต้โครงการ EEC แต่โครงการ "สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก" กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม พร้อมกับงบประมาณที่ต้องใช้ลงทุนอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน เมื่อวันที่ 23-24 ก.พ.2561 ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการ โดยสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ พล.ร.ต.ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อให้เห็นภาพถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานรายนี้ เริ่มเล่าย้อนกลับไปยังจุดตั้งต้นของสนามบินอู่ตะเภาว่า เดิมทีสนามบินแห่งนี้เป็นของทหารเรือที่ใช้ในด้านความมั่นคง มีฝูงบินของทหารเรือ 9...
แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีความพยายามอย่างสูงที่จะแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่าง "การกัดเซาะชายฝั่ง" แต่ในมุมมองใครบางคนอาจกล่าวได้ว่าความทุ่มเทนี้ไม่ต่างไปจากการเทงบละลายแม่น้ำ เพราะสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งในภาพรวมจนถึงขณะนี้ มีแต่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยมีน้ำมือมนุษย์เป็นสาเหตุโดยตรงแล้ว ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นผลพวงจากกิจกรรมของมนุษย์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยเช่นกัน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ร่วมพูดคุยกับ ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย และหนึ่งในอาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น อาจารย์ธรณีรายนี้ ระบุว่า จากตัวเลขที่เคยศึกษาให้กับธนาคารโลก (World Bank) เมื่อปี 2549 พบว่าประเทศไทยมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามันอยู่ที่ประมาณ 590 กิโลเมตร จากชายฝั่งทั้งหมดกว่า 2,600 กิโลเมตร หรือเฉลี่ยประมาณ 22% โดยมีอัตราการกัดเซาะตั้งแต่ 3 เมตร ไปจนถึง 20-30 เมตรในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการติดตามศึกษาอีกครั้งในปี 2556...
อีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 19 ม.ค.2561 จะพิจารณาลงมติในวาระที่ 2 ของ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ การพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นไปท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักหน่วงจากทั้งเครือข่ายนักอนุรักษ์ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม รวมถึงนักวิชาการ ที่ต่างออกมาเรียกร้องให้ยุติพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตหลากหลายประการ หนึ่งในนั้นก็คือกระบวนการรวบรัดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 ว่าด้วยการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ภายหลังที่ประชุม สนช.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวในวาระแรกไปแล้ว สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้พูดคุยกับ สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ถึงสาระสำคัญของกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ...
แม้ "ความตกลงปารีส" ที่เกิดขึ้นจากการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 (COP21) ในปี 2558 จะกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน และเป็นสิ่งที่หลายประเทศพยายามผลักดันให้เป็นกรอบการดำเนินการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเจรจาทั้งหมดที่มีความพยายามมาอย่างยาวนานอาจไม่มีความหมายและสูญสลายไปกับกาลเวลา หากเป้าประสงค์ร่วมกันเหล่านั้นไร้ซึ่งการปฏิบัติ ดังนั้นเมื่อพูดถึงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะต้องพูดถึงลึกลงไปภายใต้กฎกติกาก็คือการบังคับใช้จริงภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่ปัจจุบัน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ “บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์” ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ลงรายละเอียดข้อตกลงปารีสให้ดียิ่งขึ้น ------ เจาะลึก ‘ไทย’ เตรียมอะไรสู้โลกร้อน ----- บัณฑูร เริ่มต้นฉายภาพผ่านสถานการณ์ประเทศไทยว่า สิ่งที่เราเตรียมตัวไปในความตกลงปารีส คือการสำรวจสิ่งที่มีอยู่ในมือว่าจะสามารถทำส่วนใดได้บ้าง โดยหลักๆ คือในส่วนของภาคพลังงาน ซึ่งเรามีทั้งแผนพลังงานทางเลือก แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน หรือแผนในภาคขนส่งที่เปลี่ยนจากระบบล้อไปสู่ระบบรางมากขึ้น เป็นที่มาของการกำหนดโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ 20% และเพิ่มเป็น 25% หากได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ทั้งนี้...
ความตกลงนานาชาติในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน นั้นอาจเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง ประสบความล้มเหลวมาแล้วหลายหน ทว่า สุดท้ายผู้คนก็เริ่มเห็นภาพที่สดใสขึ้น เมื่อโจทย์ใหญ่ระดับโลกนี้ เริ่มมีกติกาที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อความตกลงมามากมาย ภายใต้ชื่อเมืองสำคัญหลังการจัดประชุม แต่เหตุใด "ปารีส" จึงกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติมากกว่าครั้งที่ผ่านมา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้ร่วมพูดคุยกับ “บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์” ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำความเข้าใจกับกติกานี้ให้ดียิ่งขึ้น เขาเริ่มเล่าว่า "ความตกลงปารีส" ในการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 (COP21) ในปี 2558 เป็นผลที่เกิดจากการเจรจากว่า 8 ปี นับตั้งแต่การประชุม COP13 ที่เกาะบาหลี ในปี 2550 ภายหลังเห็นว่ากติกาของโลกในการจัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ยังไม่เพียงพอสำหรับการรับมือ ทั้งนี้ ตามกติกาเดิมคือ...
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -