Monday, January 21, 2019

เขตมรณะในแหล่งน้ำขยายตัว เครือข่ายใยอาหารพัง กระทบระบบนิเวศโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับ “เขตมรณะ” (Dead Zones) ในแหล่งน้ำยังเป็นความรู้ใหม่ที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงมากนักในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศการเพิ่มขึ้นของเขตมรณะเป็นประเด็นสำคัญเมื่อพูดถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของโลก เขตมรณะหมายถึงแหล่งน้ำ ไม่ว่าแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็มที่ขาดออกซิเจนจนแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย มีเพียงชนิดพันธุ์หรือจุลินทรีย์บางชนิดเท่านั้นที่อยู่รอดได้ แม้กระบวนการทางธรรมชาติ อาทิ การหมุนของโลกที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนของกระแสน้ำจะทำให้เกิดเขตมรณะในทะเลห่างไกลจากฝั่ง แต่มีรายงานว่าการกระทำของมนุษย์เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เขตมรณะขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายล้านตารางกิโลเมตรในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา มีรายงานว่านับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 60 หรือช่วงปีพุทธศักราช 2503-2512 เป็นต้นมา เขตมรณะในทะเลได้เพิ่มจำนวนขึ้นทวีคูณทุกสิบปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 จำนวนเขตมรณะได้เพิ่มขึ้น 75% จนทุกวันนี้มีเขตมรณะมากกว่า 600 แห่งตามแม่น้ำ ทะเลสาบ ท้องทะเล และมหาสมุทร การกระทำของมนุษย์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดเขตมรณะ เช่น ทิ้งของเสียลงบนผืนดินและแหล่งน้ำ การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความเป็นกรดในทะเล นอกจากนี้ การทำปศุสัตว์และการผลิตพืชอาหารสัตว์ ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเขตมรณะในทะเล โดยสารประกอบไนโตรเจน หรือฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยบำรุงพืช และพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด เป็นตัวเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง...

‘วาฬ’ อาร์คติกเผชิญเสียงรบกวนเสี่ยงขั้นสูญพันธุ์ เหตุ ‘เรือเดินสมุทร’ เบิกเส้นทางหลังน้ำแข็งละลาย

ขณะที่แผ่นน้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์คติกละลายลงอย่างรวดเร็ว น่านน้ำแข็งในมหาสมุทรก็ได้ถูกเปิดออก เท่ากับช่องทางใหม่ให้เรือพาณิชย์และเรือท่องเที่ยวหลายลำเดินเรือตัดผ่านเส้นทางนี้ไปได้ (อ่านเพิ่ม: น้ำแข็งอาร์กติกอุณหภูมิสูงทุบสถิติ https://greennews.agency/?p=16164) สิ่งที่เกิดขึ้นคือวาฬในแถบขั้วโลกเหนืออย่าง วาฬเบลูกา หรือวาฬขาว (Beluga whale), วาฬหัวคันศร หรือวาฬโบว์เฮด (bowhead whale) และนาร์วาฬ (Narwhal) ที่ได้รับสมญานาม ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’ ซึ่งทั้งหมดล้วนอาศัยความเงียบและระบบเสียงสะท้อน (echolocation) เพื่อหาอาหารและสื่อสารกับฝูง กำลังได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวนและการแล่นด้วยความเร็วจากเรือเดินสมุทรเหล่านี้ อย่างเลวร้ายที่สุดคืออาจทำให้พวกมัน ‘สูญพันธ์’ แม้แต่จุดที่เรียกว่า ‘นอร์ธโพล’ ก็มีการนำเรือผ่านเส้นทางนี้ได้ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นั่นนำมาสู่คำถามว่า เราจะอนุญาตให้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจและปกป้องวาฬเหล่านี้ไปพร้อมกันอย่างไร? เป็นความเห็นหนึ่งจาก Donna Hauser หัวหน้านักวิจัยเรื่องความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอาร์คติกจากการเดินเรือ และนักนิเวศวิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยอลาสกาแฟร์แบงค์ ทั้งนี้ วิถีชีวิตและการสื่อสารของวาฬและโลมาขึ้นกับการใช้คลื่นเสียงใต้น้ำ หมายความว่าเสียงรบกวนจากการเดินเรือนั้นกระทบต่อการใช้ชีวิตของพวกมัน กล่าวคือ เสียงจากเรือเดินสมุทรทำให้พวกมันเจ็บปวดและป่วย อีกทั้งมีผลต่อการสูญพันธ์ “โดยเฉพาะนาร์วาฬ คือวาฬที่น่ากังวลที่สุด เนื่องจากข้อจำกัดของพวกมัน เช่น ที่อยู่อาศัยของมันมีเพียง 1 ใน...

‘ไอร์แลนด์’ ออกกฎหมายชาติแรกของโลก ถอนการลงทุนธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิล

สาธารณรัฐไอร์แลนด์ กำลังจะเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกกฏหมายบังคับให้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) ยุติการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลทุกประเภท เพื่อแสดงถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนตามกรอบข้อตกลงปารีสที่ตนเองได้ให้สัตยาบันไว้ สภาล่าง (Lower house of Parliament ) ของไอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (12 ก.ค.) ได้มีมติเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนร่างกฏหมายซึ่งมีเนื้อหาระบุให้กองทุนความมั่งคั่งของประเทศซึ่งมีมูลค่าเกือบ 9 พันล้านยูโร หรือราว 3.5 แสนล้านบาท ต้องถอนการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิส เช่น อุตสาหกรรมถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ต่างๆ ทั้งหมด “ให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้” ข้อมูลจากสื่อดัง เดอะการ์เดียน ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของประเทศไอร์แลนด์ มีเม็ดเงินลงทุนอยู่ในบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลก 150 บริษัท คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300 ล้านยูโร หรือราว 1.17 หมื่นล้านบาท โธมัส พริงเคิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไอร์แลนด์ ผู้เสนอร่างกฏหมายฉบับนี้...

Circular Economy บทบาทน่าท้าทาย…ช่วยลดปริมาณ ‘พลาสติก’ โลก?

มีการประเมินว่าในปี ค.ศ. 2030 ความต้องการใช้ทรัพยากรของโลกจะสูงถึง 300% ของปริมาณทรัพยากรที่มีอยู่ และจะสูงขึ้นอีกถึง 400% ในปี ค.ศ. 2050 เมื่ออัตราการใช้ทรัพยากรของเรามีมากกว่าที่โลกจะผลิตได้ ทางเลือกจึงมีสองทาง ทางแรกคือหาทรัพยากรเพิ่ม โดยการแสวงหาโลกใบใหม่ให้ได้อีก 4 ใบ ภายใน 30 ปีข้างหน้า หากมองว่านั่นเป็นไปไม่ได้ แปลว่าทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือลดความต้องการใช้ทรัพยากรลง หรืออย่างน้อยก็นำทรัพยากรที่ใช้ไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ นั่นเป็นจุดที่ "Circular Economy" หรือ "แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน" กำลังจะต้องก้าวเข้ามามีบทบาทในระบบอุตสาหกรรมและภาคการผลิตนับจากนี้ เดิมทีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เราอยู่ในระบบที่เรียกว่า "Linear Economy" หรือ "แนวคิดเศรษฐกิจเส้นตรง" ซึ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำไรของระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด โดยทรัพยากรที่นำมาใช้เพื่อผลิตและส่งมอบให้ผู้บริโภค เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะถูกปล่อยทิ้งไป ไม่ได้นำมาหมุนเวียนใช้เป็นวัตถุดิบอีก แต่ Circular Economy จะให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสีย วัตถุดิบ และพลังงาน ให้ถูกนำกลับไปเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบด้วยกระบวนการที่เหมาะสม โดยผลิตใหม่...

‘ญี่ปุ่น’ อลหม่านภัยพิบัติจัดหนักสุดรอบ 10 ปี สื่อตั้งคำถามต่อ ‘ระบบเตือนภัย’ ในประเทศ

ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 6 ก.ค.จนถึง 8 ก.ค. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาและรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ประกาศเรื่องพายุฝนที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ 11 เมือง บริเวณตะวันตกของประเทศ รายงานล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 170 คน ผู้สูญหายกว่า 90 คน และมีประชาชนอีกกว่า 1,000 คน ยังคงติดอยู่บนหลังคาเพราะเส้นทางอพยพถูกตัดขาด การอพยพผู้คนออกมาต้องใช้เฮลิคอปเตอร์และเรือ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาใหม่คือ ประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพเป็นโรคลมร้อนและอาหารเป็นพิษเนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง 30-35 องศาเซลเซียสทั่วประเทศ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิในประเทศจะสูงระดับนี้ไปอีกอย่างน้อย 7 วัน อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ เช่น ฮิโรชิมา สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติเนื่องจากไม่มีฝนตกซ้ำลงมาต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่กระบวนฟื้นฟู เช่น การจัดการบ้านเรือนที่เสียหาย การตามหาผู้สูญหาย การจัดการผู้คนในพื้นที่อพยพ ประเมินวงเงินประกันที่ผู้ประสบภัยจะได้รับจากบริษัทเอกชนและรัฐ ขณะที่หลายโรงเรียนยังต้องปิดเพราะถูกทำลายจากพายุ ความรุนแรงและความเสียหายต่อภัยพิบัตินี้ ถูกระบุว่าเป็นภัยพิบัติใหญ่ที่สุดในรอบ...

ทั่วโลกปลิดชีวิตสัตว์ 10 เท่าของจำนวนคน ลดบริโภคลงครึ่ง-คุมอุณหภูมิโลกได้

ปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีการปล่อยจากการทำปศุสัตว์ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) เป็น 14% เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำปศุสัตว์ซึ่งมากพอๆ กับการใช้รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถไฟ เรือ รวมกัน จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน มีรายงานว่าถ้าต้องการบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) จากการประชุมภาคีสมาชิก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสเหนืออุณหภูมิในช่วงก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และมีเป้าหมายสูงกว่านั้นคือจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างพร้อมเพรียงกัน หนึ่งในนั้นคือภาคเกษตรกรรมที่มีการทำปศุสัตว์เป็นตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามรายงาน “ลดเพื่อเพิ่ม ‘ลด’ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม ‘เพิ่ม’ สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก” ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่าช่วงปี พ.ศ.2533-2556 ค่าเฉลี่ยโดยประมาณของการบริโภค เนื้อวัว ทั่วโลกลดลง 10%...

อากาศพิษ: มหากาพย์รถเมล์ไทย จากโรคเรื้อรังในปอด ถึงความหวังพลังงานสะอาด

เคยไหม? วันไหนที่พยายามแต่งตัวให้ดีที่สุด ตั้งใจสระและเซตผมอย่างปราณีต รู้สึกเนื้อตัวสะอาดเอี่ยม แต่พอมายืนรอรถเมล์เพียง 5 นาทีเท่านั้น กลับถูกควันดำโหมใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว หมดกัน… ถูกรมควันจนเหม็นฉุนตั้งแต่เส้นผมยันปลายแขนเสื้อ ความโกรธสโลแกน #ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว ยังไม่ทันจางหาย สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นแผงอาหารสตรีทฟู๊ดตั้งเป็นแนวตลอดริมถนน ในใจเกิดความกลัวอย่างประหลาด สสารไม่มีวันหายไปจากโลกฉันใด (อี)ควันดำเมื่อตะกี้ก็คงจะล่องลอยหรือติดอยู่ที่หัว ใบหน้า เสื้อผ้า หรือตกลงในอาหารได้เสมอ แม้พ่อค้าแม่ขายจะพยายามซื่อสัตย์ต่อความสะอาดมากน้อยเพียงใด แต่ฝุ่นพิษเหล่านี้คงอยู่นอกเหนือการควบคุมของพ่อๆ แม่ๆ เป็นแน่ นี่ไม่ใช่แค่กลิ่นควันที่ติดผม แต่มันคือฝุ่นพิษ, มลภาวะ, PM2.5 (ฝุ่นละเอียดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กราว 1 ใน 25 ของเส้นผมมนุษย์ ขนจมูกกรองไม่ได้) และมันยังคือ ... ความตาย !!? #กรี๊ด ‘9 ล้านคน/ปี คือประชากรที่เสียชีวิตจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม นับเป็นตัวเลขที่มากกว่าการตายจากสงคราม อุบัติเหตุบนท้องถนน...

อีกด้านของมาตรการลดพลาสติก: คนพิการยังต้องใช้-ลูกค้าไม่เข้าใจทำร้ายพนักงาน

แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และสก็อตแลนด์ ประกาศแบน ‘หลอดพลาสติก’ ภายในปี 2020, ไต้หวันประกาศแบน ‘พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง’ ภายในปี 2030 เฉพาะในสหรัฐอเมริกา เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และฮาวาย ก็กำลังพิจารณาแบนหลอดพลาสติกในระดับนโยบาย ไม่นับบางเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา นิวเจอร์ซีย์ และวอชิงตัน ที่มีความพยายามจากเทศบาลรณรงค์ลดใช้ ‘หลอดพลาสติก’ ประกาศในรัฐตัวเอง นี่คือรายชื่อประเทศส่วนหนึ่งใน 60 ประเทศที่ ‘ประกาศแบน’ หรือ ‘กำลังจะแบน’ พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง (single-used plastic items) ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ ‘ถุงพลาสติก’ และ ‘หลอดพลาสติก’ (อ่านเพิ่ม: นโยบายล้างบางขยะพลาสติกของอารยประเทศ https://greennews.agency/?p=16903) ขณะที่ประเด็น ‘พลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง’ และ ‘หลอดพลาสติก’ กำลังเป็นที่พูดถึง ผู้คนอ้าแขนรับแคมเปญรณรงค์นี้อย่างคึกคัก...

พื้นที่สีเขียว: ความหนาแน่นประชากรต้นไม้ (ไม่เพียงพอ) ต่อจำนวนหัวคนในเมือง

เชื่อเหลือเกินว่า ชาวกรุงหลายคนเคยสะเทือนใจ ตั้งคำถาม หรือบ่นออกมาเสียงดังๆ เมื่อได้เห็นต้นไม้ข้างทางกลายสภาพเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ราวกับว่ามีคนเอาไม้บรรทัดมาทาบแล้วใช้กรรไกรตัดตามรูปทรง การตัดต้นไม้ในลักษณะนี้ ไม่ใช่แค่สร้างผลกระทบทางทัศนียภาพ แต่มันคือการลดทอน “พื้นที่สีเขียว” ลง นั่นหมายถึงคันร่มธรรมชาติที่ทำหน้าที่กรองแสงแดด เครื่องกรองอากาศที่ทำหน้าที่ฟอกก๊าซพิษ กำลังลดจำนวนลงจากเมืองกรุง ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.2561 ชาวกรุงเทพต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตหมอกควันอย่างต่อเนื่อง ณ ช่วงเวลานั้นไม่อาจมีใครทำอะไรได้นอกเหนือจากภาวนารอให้ฝนตกลงมา ซึ่งหากเรามีต้นไม้มากเพียงพอ สถานการณ์คงจะไม่เลวร้ายอย่างที่ผ่านมา รายงานจาก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London) พบว่าต้นไม้ทั้งในและนอกตัวเมืองลอนดอนจำนวน 8,421,000 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเฮกตาร์ เทียบเท่ากับที่ต้นไม้ใหญ่ในป่าฝนได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าลอนดอนคือ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีปัญหาฝุ่นควันรุนแรง และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก ข้อมูลระบุว่า หากมีการลงทุนกับต้นไม้และระบบนิเวศในเมือง ชาวลอนดอนจะได้ประโยชน์จากระบบนิเวศนี้คิดเป็นมูลค่า 130 ล้านปอนด์/ปี หรือประมาณปีละ 5,700 ล้านบาท แล้วพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย มีปริมาณมากน้อยแค่ไหนกัน ? ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ต้นไม้ในกรุงลอนดอนดูดซับได้ การปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์/คน...

เนเธอร์แลนด์พร้อมทุ่มงบเพิ่ม หนุนคนปั่น ‘จักรยาน’ ไปทำงานมากขึ้น

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งจักรยาน และชาวดัตช์เกินกว่า 1 ใน 4 จะขี่จักรยานไปทำงานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยังคงเดินหน้าทบทวนนโยบาย สนับสนุนงบประมาณให้แต่ละบริษัท "จ่ายเงิน" ให้พนักงานของตัวเองขี่จักรยานไปทำงาน โดยได้เตรียมเม็ดเงินราว 100 ล้านยูโร เพื่อทำทางจักรยานและสร้างที่จอดจักรยานเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม จุดประสงค์ทั้งหมดก็เพื่อลดความแออัดของรถยนต์บนท้องถนน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา Stientje van Veldhoven รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เนเธอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดังกล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น โดยพร้อมให้เงินอุดหนุนแก่บริษัททั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ภายใต้มาตรการนี้จะสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้จักรยานที่เพียงพอ พร้อมมอบเงินอุดหนุนรูปแบบสะสมไมล์ ซึ่งพนักงานจะได้รับสูงสุด 19 เซนต์ (cents) ต่อการขี่จักรยาน ระยะทาง 1 กิโลเมตร หรือแม้กระทั่งให้เงินสนับสนุนเพื่อการซื้อจักรยาน "เป้าหมายคือประชาชนมากกว่า 2 แสนคน ต้องลุกออกจากเบาะรถยนต์มาขี่จักรยาน ให้ได้ระยะทางกว่า 3 พันล้านกิโลเมตร" เธอ...
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -