Tuesday, June 25, 2019

‘บราซิล’ ยกเลิกคุ้มครอง ‘อเมซอน’ ยกผืนป่าอนุรักษ์ประเคนนายทุนขุดแร่

รัฐบาลบราซิลไฟเขียวเปิดพื้นที่ในเขตป่าอเมซอนให้เอกชนเข้าทำเหมืองแร่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า นี่คือการทำลายผืนป่าอเมซอนครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี เหตุแห่งความวินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น ชัดเจนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ส.ค.2017 เมื่อรัฐบาลบราซิลได้เผยแพร่คำสั่งของ มิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีประเทศบราซิล ที่ประกาศยกเลิกคำสั่งเขตพื้นที่สงวนแห่งชาติในเขตป่าอเมซอน (National Reserve of Copper and Associates: Renca) ที่ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1984 เพื่อเปิดพื้นที่ดังกล่าวให้เอกชนเข้าไปทำเหมืองแร่ คำสั่งดังกล่าวได้รับการกล่าวขานจาก แรนโดวเฟ โรดริเกตส์ สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายค้านว่า นี่คือการโจมตีป่าอเมซอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี พื้นที่ป่าอเมซอนมีอาณาเขตราว 4.6 หมื่นตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่พาดข้ามระหว่างเขตรัฐอมาปาและรัฐปารา ซึ่งนับว่าใหญ่กว่าประเทศเดนมาร์กที่มีพื้นที่ราว 42,931 ตารางกิโลเมตร นั่นหมายความว่า การเปิดพื้นที่ป่าที่ใหญ่ขนาดนี้นอกจากจะทำให้มีการเข้าทำลายป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังหมายถึงชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆ จะได้รับผลกระทบด้วย ความต้องการจะเปิดป่าอเมซอนเพื่อทำธุรกิจเหมืองแร่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ “เตเมอร์” เคยเสนอเรื่องการทำเหมืองแร่มาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยต้องการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจที่กำลังทรุดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยที่ “ดิลมา...

‘จีน’ รับซื้ออิสรภาพ ‘ช้างป่าลาว’ ไม่อั้น ‘ไซเตส’ ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าเงิน 2.3 หมื่นยูโร

ปลายเดือนกรกฎาคม 2560 คาลล์ แอมมานน์ (Karl Ammann) สื่อมวลชนและนักทำสารคดีสัตว์ป่าแนวสืบสวนสอบสวนพร้อมด้วยทีมงาน ได้ร่วมกันชำแหละธุรกิจการค้าช้างป่าผิดกฎหมายในประเทศจีน ซึ่งพบว่าช้างจำนวนมากที่จัดแสดงอยู่ใน “สวนสัตว์” ประเทศจีน ถูกลำเลียงมากจากประเทศลาว อิสรภาพของช้างป่า ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ 2.3 หมื่นยูโร หรือราวๆ 8.8 แสนบาท จุดเริ่มต้นมหากาพย์การขุดคุ้ยในครั้งนี้ ตั้งต้นจากข่าวการเตรียมขนช้างป่าจำนวน 16 ตัว ด้วยเรื่องบินสายการบินอาหรับ เอมิเรต ไปยังสวนสัตว์ประเทศดูไบ แต่ถูกระงับไว้โดยคำสั่งของ ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว พร้อมทั้งออกคำสั่งให้เตรียมสอบสวนธุรกิจขนส่งสัตว์ป่าผิดกฎหมายในทันที “จากนั้นพวกเราเลยย้อนกลับไปสืบหาที่มาของช้างป่าเหล่านี้ สัมภาษณ์พรานช้าง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เท่าที่ทำได้” แอมมานน์ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มเรื่อง ก่อนจะให้ข้อมูลต่อไปว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีช้างผิดกฎหมายกว่า 100 ตัว จะถูกส่งไปใช้ชีวิตที่เหลือที่สวนสัตว์ประเทศจีน สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ ชุนเหม่ย ฮู (Chunmei Hu) นักอนุรักษ์สัตว์ป่า...

ไม่หยุดประมงผิดกฎหมายในปี 2048 จะไม่มีปลา (ทูน่า) ให้จับอีกต่อไป

แม้เส้นกราฟความต้องการสินค้า และอาหารทะเลจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศร่ำรวยจะทะยานสูงขึ้นอย่างมาก และไม่หยุดยั้ง แต่เม็ดเงินตอบแทนสำหรับธุรกิจประมงไม่ได้คืนกลับสู่ครอบครัวชาวประมงในปริมาณที่เป็นธรรม ซ้ำร้ายกลับสร้างความต้องการ (demand) ที่เร่งเร้าให้ธุรกิจประมงเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ใช้วิธีการทำประมงที่ผิดกฎหมายมากขึ้น เดินเรือไกลออกจากชายฝั่งทะเลบ้านตัวเองมากขึ้น เพียงเพื่อหวังว่า ‘อย่างน้อยที่สุด’ จะได้ปลาในปริมาณเท่าเดิม "มันยากมากที่จะทำงานเพื่อให้พอเลี้ยงลูกและเมีย" คือเสียงของ ราอูล โกเมซ (Raul Gomez) ชาวประมงชาวฟิลิปปินส์ ในบทความสารคดี 'They are taking out a generation of tuna': overfishing causes crisis in Philippines ('พวกเขากำลังทำให้การแพร่พันธุ์ทูน่าสูญหาย': วิกฤตประมงในฟิลิปปินส์) โดยโจนาทาน วัตส์ (Jonathan Watts) บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อมโลก สำนักข่าว The Guardian บทความสารคดีชิ้นนี้ วัตส์ต้องการฉายภาพธุรกิจประมงผิดกฎหมายสีเทา...

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ยกเลิก ‘สิทธิชุมชน’ – ปิดทางฟ้องรัฐ ?

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เผยแพร่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวน 15 หมวด รวมทั้งสิ้น 270 มาตรา โดยพบว่ามีการตัดสาระสำคัญเรื่อง "สิทธิชุมชน" ออกทั้งหมด

ผ่าเทรนด์โลกลดอุณหภูมิร้อนด้วย ‘ชุมชน’ COP22 พุ่งเป้า ‘เอกชน-ปชช.’ มากกว่า ‘รัฐบาล’

ในหลายประเทศเริ่มพูดไปถึงขั้นที่มากกว่า คือการสร้างความร่วมมือไปยังภาคส่วนอื่นๆ นอกเหนือไปจากการดำเนินงานระดับรัฐบาล (NAZCA platform)

ขั้วโลกใต้เผชิญคาร์บอนสูงสุดในรอบ 4 ล้านปี วัดค่าทะลุ 400 ppm – มนุษยชาติเสี่ยงมหันตภัย

NOAA ได้ประกาศการค้นพบนี้อย่างเป็นทางการเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนสัญญาณที่จะเกิดการทวีความรุนแรงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศทั่วโลก

ฟ้าหลั่งน้ำตาคลี่คลายวิกฤตฝุ่นละออง กทม.ดีขึ้นไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาล !!?

จนถึงขณะนี้ ดูเหมือนว่าภาครัฐยังไม่มีแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว (PM 2.5) ที่ห่มคลุมท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร (กทม.) และอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทย “ฝนหลวง” เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกพูดถึงเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากแต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเสถียรภาพของอากาศ เป็นเหตุห้ปฏิบัติการดังกล่าวยังเกิดขึ้นไม่ได้ สุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลได้สั่งให้ปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อสลายฝุ่นละอองจากปัญหาหมอกควันอย่างเร่งด่วน แต่ทว่าขณะนี้ยังไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ อย่างไรก็ดี กรมฝนหลวงฯ ยังคงติดตามสภาพอากาศและเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหาหมอกควันปกคลุมในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ต่อไป โดยเบื้องต้นกรมฝนหลวงฯ ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 3 หน่วย ได้แก่ นครสวรรค์ ระยอง และหัวหิน เตรียมความพร้อมไว้แล้ว แม้ว่าปฏิบัติการฝนหลวงยังไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2561 กทม.ก็ได้อานิสงส์จากฝนที่ตกลงมาช่วงหนึ่ง ส่งผลให้ค่าอากาศดีขึ้นตามลำดับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ของพื้นที่ กทม.ว่า ทุกสถานีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว โดยหลังจากฝนตกสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แน่นอนว่า หากระยะนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กคงคลี่คลายและเบาบางลง...

ปะการังฟอกขาว: การสูญพันธุ์โลกใต้บาดาลได้เกิดขึ้นแล้ว

จากญี่ปุ่น ถึงมัลดีฟ และออสเตรเลีย ทั้งหมดนี้คือลิงก์ข่าว “อย่างน้อย” ที่เชื่อมกัน เมื่อกดอ่านข่าวประเด็น “ปะการังฟอกขาว” และ “ความหลากหลายของปลาในแนวปะการัง ลดจำนวนลง” ทั้งยังมีรายงานวิจัยทำนายว่า ภายในปี 2050 ปะการังทั่วโลกจะกลายเป็นสีขาว 99% ทั้งหมดมีมูลเหตุเดียวกันคือ สภาพอากาศโลกแปรเปลี่ยน โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น (เพียง 1-2 องศาเซลเซียส) ทำให้ปะการังต้องขับสาหร่ายออกมาจากเนื้อเยื่อ ปะการัง -จากที่เคยมีสีสันสดใส ก็จะเหลือเพียงเนื้อเยื่อใสๆ เหมือนแท่นหินสีขาว อ่อนไหว และติดโรคได้ง่าย แต่สีสันเหล่านี้ (ซึ่งได้พลังงานมาจากสาหร่ายในเนื้อเยื่อของปะการัง) จะคืนกลับได้ถ้าอุณหภูมิของน้ำกลับไปเป็นปกติ แต่ถ้าไม่ น้ำยังคงอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่องเกิน 1 เดือน ปะการังพวกนี้ก็จะตาย* ในที่สุด นอกจากอุณหภูมิที่ไม่คงที่และเพิ่มสูงขึ้น อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการฟอกขาวของปะการัง คือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่มาจากการจับปลาที่มากไป มลพิษ การพัฒนาแนวชายฝั่งและเกษตรกรรมต่างๆ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ข่าวใหม่ แต่เป็นข่าวใหญ่...

เมื่อ ‘ป่าเขตร้อน’ ไม่ใช่ปอดของโลกอีกต่อไป จากดูดซับ … ตาลปัตรเป็นตัวการปั๊มคาร์บอน

กลายเป็นเรื่องชวนปวดหัวกุมขมับของเหล่านักสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์ เมื่องานวิจัยล่าสุดเปิดเผยว่า ทุกวันนี้ป่าเขตร้อนที่เคยทำหน้าที่เป็น Carbon Sink หรืออ่างกักเก็บคาร์บอนและฟอกใหม่ ถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งสร้างคาร์บอนเสียเอง โดยเฉพาะป่าเขตร้อนในทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย ซึ่งเคยมีบทบาทเป็นป่าหลักที่สำคัญในการชำระล้างคาร์บอน ปัจจุบันป่าเหล่านี้ปล่อยคาร์บอนต่อปีสูงถึง 425 เทราแกรม (teragram) ซึ่งมากกว่าควันรถยนต์บนท้องถนนทั่วสหรัฐเสียอีก งานวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านวารสารวิชาการ Science เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ย.2017 พร้อมข้อความเป็นกังวลจากเหล่านักวิจัยที่ออกมาเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องรีบทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขโดยด่วน สำหรับป่าเขตร้อนถือเป็นโอเอซิสหลักสำคัญหรือปอดของโลกมาอย่างยาวนาน เป็นพื้นที่สำคัญในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ แต่อย่าลืมว่าป่าเหล่านั้นยังสามารถปล่อยมลพิษกลับมาและก่อให้เกิดภัยธรรมชาติอย่างที่เราเห็นได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง หรือไฟป่า ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ ภัยดังกล่าวทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็หนีไม่พ้นฝีมือมนุษย์เอง โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่า ประกอบกับป่าที่เคยเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนชั้นดีเริ่มอ่อนแอและเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้เช่นเคย อเลสสาโดร์ บาซซินี (Alessandro Baccini) หัวหน้าทีมวิจัยจากศูนย์วิจัย Woods Hole Research Center แห่งมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) แสดงความเห็นต่อเรื่องราวที่ไม่คาดฝันว่า การค้นพบที่สำคัญคือป่าในเขตร้อนไม่ได้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนแต่เป็นแหล่งสร้างคาร์บอนเสียเอง นั่นหมายความว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากป่าเขตร้อนจะมากกกว่าการกำจัดคาร์บอนที่ภูมิภาคนี้เคยสามารถทำได้ ข้อมูลเหล่านั้นมันมันทำให้พวกเราแทบนั่งไม่ติดพื้น...

ชาวพีพีลงขันผูกทุ่น หวังลดปัญหาเรือท่องเที่ยวทิ้งสมอทำลายปะการัง

ชาวพีพีหัวใจอนุรักษ์ลงเงินลงแรงทำทุ่นกลางน้ำ หวังลดปัญหาการทิ้งสมอเรือของภาคการท่องเที่ยวต้นเหตุแนวปะการังเสื่อมโทรม ล่าสุดกรมอุทยาน ฯ เตรียมยื่นมือเข้าช่วย หลังชาวบ้านทำมา 10 ปีแล้วได้ผล
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -