Monday, January 21, 2019

สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ไปให้ไกลกว่า ‘ไทยแลนด์ 4.0’

สารคดี: เมื่อปลาจะกินดาว#15 ผู้เขียน: นิธิ นิธิวีรกุล “จากการรายงานผลการศึกษามลพิษอุตสาหกรรมของมูลนิธิบูรณะนิเวศ เมื่อเห็นข้อมูลแล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่สถิติคนไทยป่วยเป็นมะเร็งมากที่สุด เพราะสารที่ตรวจพบไม่ว่าจะเป็นสารหนู แคดเมียม นิกเกิล โครเมียม ล้วนแต่เป็นสารก่อมะเร็งทั้งสิ้น รวมถึงสารปรอทที่มีผลทำลายสมอง... “ในบางครั้งเราอาจเห็นว่าพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งอุตสาหกรรมนั้นไม่ได้ดูสกปรก พืชก็ยังเจริญเติบโตดี แต่เมื่อตรวจตะกอนใต้ดินแล้วกลับพบว่ามีสารโลหะหนักปะปนอยู่มากมาย เพราะฉะนั้นการดูด้วยตาเปล่า และการที่โรงงานอ้างว่าปลาในแหล่งน้ำยังไม่ตาย อาจไม่ได้แปลว่าแหล่งน้ำนั้นสะอาด แม้ปลาจะยังไม่ตาย แต่มันก็ป่วยได้” คำกล่าวของรองศาสตราจารย์ ดร.เรณู เวชรัชต์พิมล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ เวทีแถลงข่าว “ภาพรวมปัญหามลพิษอุตสาหกรรม 2558-2559 และผลการศึกษาโลหะหนักในตะกอนดินในพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม 8 จังหวัด” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2560 ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ ร่วมกับ ARNIKA Association จากสาธารณรัฐเช็ก และสหภาพยุโรป บ่งบอกถึงสถานการณ์บางอย่างที่ไม่ได้สะท้อนเพียงปัญหาโลหะหนักที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ ใต้ผิวดิน แต่ยังสะท้อนบางสิ่งที่...

‘ขยะ’ ภาระใคร ?

สารคดี: เมื่อปลาจะกินดาว#15 ผู้เขียน: กันติพิชญ์ ใจบุญ “1.14 กิโลกรัม” คือ ปริมาณขยะโดยเฉลี่ยที่คนไทยผลิตขึ้นต่อคนต่อวัน มีปัจจัยหลายด้านที่เป็นตัวเร่งให้เกิดขยะจากน้ำมือของมนุษย์ โดยเฉพาะพฤติกรรมความมักง่าย ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับผลพวงที่ตามมาของปัญหาขยะ ความฟุ่มเฟือยในการอุปโภคบริโภค การใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า การใช้ถุงพลาสติกบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่เกินความจำเป็น ฯลฯ อีกด้านหนึ่ง แม้จะมีการรณรงค์และพากันระดมทำกิจกรรมต่างๆ ในลักษณะของจิตอาสา แต่ก็เป็นเพียงกิจกรรมชั่วครู่ยาม หรือสุดท้ายอาจนำมาซึ่งปัญหาขยะที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมนั้นๆ เสียเอง ยังไม่นับเรื่ององค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและกระบวนการกำจัดขยะที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ การเติบโตของขยะจึงไม่เคยหยุดนิ่ง สวนทางกับความสามารถในการจัดการขยะที่ยังไล่ตามปัญหาไม่ทัน เมืองขยาย...ขยะยิ่งโต ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศไทยไว้ล่าสุดเมื่อปี 2559 ทำให้เห็นจำนวนขยะมหาศาลที่สะสม หมักหมม ท้าทายต่อการแก้ไข เฉพาะในปี 2559 มีขยะมูลฝอยมากถึง 27.06 ล้านตัน และเมื่อคิดเป็นอัตราเฉลี่ยพบว่า แต่ละคนผลิตขยะคนละ 1.14 กิโลกรัมต่อวัน ในจำนวนขยะทั้งหมดมีเพียง 35 เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้อง หรือคิดเป็นปริมาณขยะ 9.57 ล้านตัน และมีอีกเพียง 21 เปอร์เซ็นต์...

เปิดงานวิจัยสัตว์ทะเลพื้นที่เศรษฐกิจ ‘ชลบุรี’ ‘อ่างศิลา’ หอยปนเปื้อน ‘ไมโครพลาสติก’ สูง

นักวิจัยร่วม 2 ประเทศ จากประเทศไทยและศรีลังกา ร่วมกันสุ่มตรวจสัตว์ทะเลตระกูลหอยใน “พื้นที่เศรษฐกิจชลบุรี” พบสารเคมีปนเปื้อนจากไมโครพลาสติก (พลาสติกขนาดจิ๋ว) เกินค่ามาตรฐาน โดยพื้นที่บริเวณอ่างศิลาพบการปนเปื้อนมากที่สุด ข้อกังวลจึงพุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคอาหารทะเลซึ่งมีโอกาสได้รับสารพิษมือสอง และเกิดเป็นคำถามว่านี่อาจถึงเวลาขีดเส้นเขตอนุรักษ์ปลอดถุงพลาสติกบริเวณชายหาดอย่างเข้มงวดแล้ว นักวิจัยร่วม 2 ประเทศ ได้ลงพื้นที่สำรวจประชากรสัตว์ที่ใช้ชีวิตตามพื้นทะเล (sessile invertebrates) ทั้งหมด 3 พื้นที่ คือ อ่างศิลา บางแสน และเกาะแสมสาร โดยเจาะจงไปที่สัตว์ทะเลตระกูลหอยที่มักเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารทะเล อย่างหอยนางรม หอยกาบคู่ และหอยตระกูลอื่นที่อาศัยบริเวณชายฝั่ง อย่างหอยเพอริวิงเคิล (periwinkle) และเพรียง ภายใต้สมมุติฐานว่าสัตว์ทะเลที่เปลือกแข็งและไม่มีกระดูกสันหลังเหล่านี้ คือตัวบ่งชี้ (indicator) ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการปนเปื้อนสารเคมีในทะเลได้ ผลการสำรวจถูกนำเสนอและเผยแพร่ผ่านงานวิจัยชื่อ ผลกระทบจากชิ้นส่วนไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก : ข้อเสนอต่อการสร้างเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลไทย (Effects of microplastics on sessile invertebrates in the...

‘หูฉลาม’ เมนูจักรพรรดิเปื้อนเลือด ชะตาเจ้าสมุทรในถ้วยซุปไร้ประโยชน์

“นึกถึงเมืองไทยนึกถึงต้มยำกุ้ง นึกถึงเยาวราชนึกถึงหูฉลาม” ไกด์นำเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีนแนะนำข้อมูลกับคณะทัวร์กว่าสิบชีวิต ก่อนจะเดินเข้าภัตตาคารหรูที่มี “หูฉลาม” เป็นซิกเนเจอร์ ----- สำรวจ “เยาวราช” แหล่งชุมนุมเมนู “หูฉลาม” ----- หากใครมีโอกาสได้แวะเข้ามาที่ “ถนนเยาวราช” จะพบว่าระยะทางเพียง 500 เมตร ตั้งแต่แยกเฉลิมบุรี เรื่อยไปจนถึงแยกร้านทองฮั่วเซ่งเฮง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านทองสลับกับภัตตาคาร ซึ่งเกือบจะทุกร้านอาหารมักแสดงเมนูไว้ด้านหน้าทางเข้า หากลองเปิดดูก็จะพบว่ารายการอาหารคล้ายคลึงกัน หน้ารองปกและหน้าถัดไปถูกจับจองด้วย “เมนูหูฉลาม” แทบทั้งสิ้น ซึ่งราคาจะแตกต่างกันออกไปตามขนาดของวัตถุดิบ “หูฉลามน้ำแดง (แผ่นใหญ่พิเศษ) S 6,000 M 8,000 L 10,000 บาท หูฉลามน้ำแดง (แผ่นใหญ่) S 3,000 M 4,000 L 5,000 บาท ... หูฉลามน้ำแดง (แผ่นเล็ก) S 500...

วันสิ่งแวดล้อมโลก 2018: ถ้าเอาพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ก็จงปฏิเสธมันซะ

“วันสิ่งแวดล้อมโลก” ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีนั้น เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 47 ปีก่อน หรือในปี ค.ศ.1974 โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) มุ่งหวังที่จะสร้างความตระหนักในประเด็นสิ่งแวดล้อมให้กับประชากรโลก ตั้งแต่ปัญหามลพิษในทะเล การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการบริโภคที่ยั่งยืน และการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2018 มาในธีม Beat Plastic Pollution: If you can’t reuse it, refuse it หรือ “สู้กับปัญหาขยะพลาสติก: ถ้าเอามันกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ก็จงปฏิเสธมันซะ” โดยพุ่งเป้าไปยังพลาสติกประเภท “ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง” อาจเรียกว่าเป็น ‘เทรนด์’ และเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาคมโลกต่างพากันออกมาแสดงความตั้งใจ รวมถึงกำหนดมาตรการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเกี่ยวกับขยะพลาสติกประเภท “ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง” ไม่ว่าจะเป็นการเก็บภาษีพลาสติก...

EEC กับภาพอนาคต ‘ฉะเชิงเทรา’ มุ่งสู่สมาร์ทซิตี้ บนวิถีปล่องควัน !!?

จ.ฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 3 พื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : Eastern Economic Corridor (EEC) ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายมั่นปั้นมือให้เกิดขึ้นเพื่อปลุกเศรษฐกิจไทย ด้วยการสร้างเขตเศรษกิจที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้เม็ดเงินลงทุนร่วมๆ 1.5 ล้านล้านบาทในปี 2560-2564 สำหรับ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ได้มีมติร่วมกันในการกำหนดแนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็น “ต้นแบบเมืองทันสมัย” หรือสมาร์ทซิตี้ “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนา EEC ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเมืองอยู่อาศัยที่บริษัทต่างชาติหลายบริษัทอยากเข้าไปอยู่” ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อธิบาย เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรายละเอียดที่ กิตติพันธ์ โรจนชีวะ รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา ให้ในเวทีเสวนาเรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม...

นวัตกรรมสุดจ๊าบ ‘ถุงกินได้’ ละลายในน้ำ ไม่ละลายในมือ

บริษัทสัญชาติอินโดนีเซียผลิต ‘ถุงกินได้-นำกลับมาใช้ใหม่-ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ’ ทำจากมันสำปะหลัง แก้ปัญหาขยะล้นเมือง-ล้นคลอง ประเทศอินโดนีเซีย บนถุงบอกนิยามตัวใหญ่ว่า ‘I AM NOT PLASTIC’ หรือ ‘ฉันไม่ใช่ถุงพลาสติกนะ’ แม้หน้าตาจะเหมือน สัมผัสเหมือน แต่ก็ไม่ใช่ บริษัท Avani Eco ผู้ผลิตนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักโลกสัญชาติอินโดนีเซีย อธิบายว่า “ถุงกินได้” นี้ ผลิตจากมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกทั้งในแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย มีคุณสมบัติตั้งแต่ นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ที่สำคัญคือมันละลายได้ในน้ำ หมายความว่านอกจากจะแก้ปัญหาขยะในลำคลอง ยังเป็นมิตรกับนกและปลา ซึ่งมักเข้าใจผิดคิดว่าขยะพลาสติกตรงหน้าเป็นอาหาร และชอบกินเข้าไปจนต้องตกตายไปตามๆ กันในท้ายที่สุด จุดประสงค์หนึ่งของ Avani Eco คือต้องการแก้ปัญหาขยะในลำคลองในอินโดนีเซีย ซึ่งท่วมล้นจนต้องระดมกำลังทหารเข้าไปขุดลอก แต่ในอีกด้านมันคือการเปลี่ยนนวัตกรรม เปลี่ยนเครื่องจักร ออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกใหม่ที่ทำให้พลาสติกใช้แล้วทิ้งหนึ่งใบ กลายเป็นพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และย่อยสลายได้ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องยาก...

ส่องสถานการณ์ป่าไม้โลกในรอบ 25 ปี ถอดบทเรียนความล้มเหลวจากนานาประเทศ

สถานการณ์ป่าไม้เลวร้ายลงทุกปี ล่าสุดผลสำรวจพื้นที่ป่าทั่วโลกมีจำนวนร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พยายามถีบตัวทางเศรษฐกิจ และยังพบด้วยว่า ตัวการทำลายป่าอันดับต้นๆ คือ อุตสาหกรรมกระดาษ-เหมืองแร่ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) เก็บข้อมูลพื้นที่ป่าไม้ตั้งแต่ปี 1990-2015 ประมวลผลจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งพื้นที่ป่าในที่นี้หมายถึง พื้นที่ที่มีต้นไม้ปลูกหรือขึ้นเอง สูงอย่างน้อย 5 เมตร เป็นไม้ยืนต้นทั้งในป่าไม้เสื่อมโทรม ไม่เสื่อมโทรม และพื้นที่ทางการเกษตร เช่น สวน ระบบวนเกษตร ต้นไม้ในสวนสาธารณะ หรือกระทั่งสวนปลูกในบ้าน เพื่อดูว่าในรอบ 25 ปี สถานการณ์ป่าไม้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง รายงานของ FAO ระบุว่า ในวันสุดท้ายของการสำรวจ มีต้นไม้ราว 3 ล้านล้านต้นบนโลกใบนี้ และถ้าลองหารเฉลี่ยประชากรโลก 7,300...

เขตมรณะในแหล่งน้ำขยายตัว เครือข่ายใยอาหารพัง กระทบระบบนิเวศโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับ “เขตมรณะ” (Dead Zones) ในแหล่งน้ำยังเป็นความรู้ใหม่ที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงมากนักในสังคมไทย แต่ในต่างประเทศการเพิ่มขึ้นของเขตมรณะเป็นประเด็นสำคัญเมื่อพูดถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของโลก เขตมรณะหมายถึงแหล่งน้ำ ไม่ว่าแหล่งน้ำจืดหรือน้ำเค็มที่ขาดออกซิเจนจนแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย มีเพียงชนิดพันธุ์หรือจุลินทรีย์บางชนิดเท่านั้นที่อยู่รอดได้ แม้กระบวนการทางธรรมชาติ อาทิ การหมุนของโลกที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนของกระแสน้ำจะทำให้เกิดเขตมรณะในทะเลห่างไกลจากฝั่ง แต่มีรายงานว่าการกระทำของมนุษย์เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เขตมรณะขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายล้านตารางกิโลเมตรในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา มีรายงานว่านับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 60 หรือช่วงปีพุทธศักราช 2503-2512 เป็นต้นมา เขตมรณะในทะเลได้เพิ่มจำนวนขึ้นทวีคูณทุกสิบปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 จำนวนเขตมรณะได้เพิ่มขึ้น 75% จนทุกวันนี้มีเขตมรณะมากกว่า 600 แห่งตามแม่น้ำ ทะเลสาบ ท้องทะเล และมหาสมุทร การกระทำของมนุษย์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดเขตมรณะ เช่น ทิ้งของเสียลงบนผืนดินและแหล่งน้ำ การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความเป็นกรดในทะเล นอกจากนี้ การทำปศุสัตว์และการผลิตพืชอาหารสัตว์ ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเขตมรณะในทะเล โดยสารประกอบไนโตรเจน หรือฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยบำรุงพืช และพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด เป็นตัวเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์สาหร่ายสะพรั่ง...

25 ชาติ ผุดมาตรการล้างบาง ‘ถุงพลาสติก’ อัดยาแรง! ห้ามผลิต – แจกแถมผิดกฎหมาย

ขณะที่คนในประเทศไทยกำลังหลงระเริงกับการใช้ “ถุงพลาสติก” อย่างเกินความจำเป็น หลายประเทศทั่วโลกกลับมีทัศนคติต่อพลาสติกว่าเป็น “สิ่งแปลกปลอม” และเป็นภยันตราย มีการประเมินว่า ในแต่ละปีทั่วโลกอาจมีถุงพลาสติกกว่า 1 ล้านล้านใบ ที่ลอยปลิวอยู่ในอากาศ ไหลลงที่ท้องทะเล และส่วนหนึ่งเข้าไปอยู่ในท้องของทั้งสัตว์บกและน้ำ ทว่า สถิติเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงไป เพราะขณะนี้หลายประเทศทั่วโลก เห็นพ้องในการประกาศมาตรการ “ต่อต้านถุง” โดยห้ามร้านสะดวกซื้อให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า รวมทั้งมีการเก็บภาษีถุงพลาสติก ประกาศมาตรการเก็บภาษีเฉพาะพลาสติกบางประเภท (market based solutions) หรือรุนแรงถึงขั้นประกาศ “ห้ามผลิต ห้ามนำเข้า สต็อก จำหน่าย แจกจ่ายถุงพลาสติก” เลย ----- ‘เอเชีย’ ยาแรงสั่งแบนถุงพลาสติก ----- ไม่น่าเชื่อว่า รัฐบาลในหลายประเทศแถบเอเชียตัดสินใจใช้ “ยาแรง” กับถุงพลาสติก ถึงขั้นออกเป็น “กฎหมาย” ห้ามผลิตถุงพลาสติก ห้ามผู้ประกอบการแถมถุงพลาสติกให้กับลูกค้า รวมทั้งมีการกำหนดอัตราการเรียกเก็บภาษีถุงพลาสติกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยาแรงดังกล่าว ถือเป็นมาตรการที่ใช้กันมากในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งระบบจัดเก็บภาษียังไม่ดีพอ โดยรายนามประเทศในแถบเอเชียที่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวแล้วคือ บังกลาเทศ จีน...
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -