31 C
Bangkok
Friday, June 23, 2017

ตั้งเป้า 5 ปี ‘สมุนไพรไทย’ ผงาดผู้นำอาเซียน จากแผนแม่บท … สู่ภาพอนาคต Herbal City

“5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน และมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว” นี่คือ 2 เป้าหมายสำคัญของ แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559 คำกล่าวข้างต้นนับเป็นอีกหนึ่งความหวังของวงการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งองค์กรภาครัฐ-เอกชน ในหลายๆ หน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาและทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ ----- แผนแม่บทพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 ----- ข้อมูลจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เจ้าภาพการจัดทำแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ระบุถึง 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อให้บรรลุผลเลิศตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร แปรรูปเบื้องต้นอย่างมีคุณภาพ ปริมาณวัตถุดิบสมุนไพรมีคุณภาพมีความเพียงพอใกล้เคียงต่อความต้องการใช้ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม...

ชำแหละชะตากรรมประชาชนภายใต้ ‘รัฐราชการ’ ‘ไทยแลนด์ 4.0’ สุมความขัดแย้งยืดเยื้อเรื้อรัง

ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การเมืองไทยกับสังคม 4.0” ภายในงานสัมมนาประจำปี “Direk’s Talk ทิศทางการเมืองโลก การเมืองไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2560 ตอนหนึ่งของการปาฐกถาพิเศษมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองภาคประชาชน โดยอาจารย์เสกสรรค์ ระบุว่า การเมืองภาคประชาชนเล่าจะมีสภาพเป็นเช่นใดภายใต้กฎกติกาการเมืองชุดล่าสุด พื้นที่สำหรับการเมืองภาคประชาชนยังมีเหลือหรือมีเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ถ้าพูดกันตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้ว เราอาจจะมองโลกในแง่ดีได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังคงยืนยันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในด้านต่างๆ ไว้โดยละเอียด ในหมวด 3 ตั้งแต่มาตรา 25 ถึงมาตรา 49 อีกทั้งยังมีมาตรา 77 ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรากฎหมายแต่ละฉบับ และมาตรา 133 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน เพื่อเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพได้ อย่างไรก็ตาม...

‘แบตเตอรี่’ ความหวังโลกอนาคต จุดเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าสู่เทคโนโลยีสะอาด

ด้วยความก้าวหน้าของนวัตกรรมของพลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่ได้รับความต้องการมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คือความต้องการแบตเตอรี่สมรรถนะสูงเพื่อนำมาตอบสนองเทคโนโลยีเหล่านั้น ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน ความทนทาน ระยะเวลาการชาร์จที่รวดเร็ว รวมไปถึงราคาที่ต่ำ คือสิ่งที่ผู้คนคาดหวังจากอุปกรณ์ชิ้นนี้ สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่นิยมใช้เป็นอย่างสูงในปัจจุบัน คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) ซึ่งได้เข้ามาพลิกโฉมหน้าระบบการผลิตและอุตสาหกรรมโลกให้เดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1991 แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ถูกใช้อย่างแพร่หลายแทนแบตเตอรี่นิเกิลแคดเมียม (Ni-Cd) ที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ยุคกลางศตวรรษที่ 18 โดยมีความสามารถในการเก็บไฟฟ้ามากกว่าถึงสามเท่า อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องความจำของแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้นานมาแล้วมากกว่า 25 ปี และกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมามีความพยายามพัฒนาแบตเตอรี่ในหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีลิเธียมอ็อกซิเจน (Li–O2) ลิเธียมซัลเฟอร์ (Li-S) หรืออื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามภาพความฝันเหล่านี้ยังคงอยู่ในขั้นการทดลอง ดังนั้น แม้ปัจจุบันอาจยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่หลายคนคาดหวัง แต่ความต้องการแบตเตอรี่ที่สูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีตัวแบตเตอรี่และกระบวนการผลิตเชิงปริมาณมากๆ ก็ได้ทำให้แบตเตอรี่มีต้นทุนถูกลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เมื่อแบตเตอรี่มีความสามารถในการจุไฟฟ้าได้มากเพียงพอ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ตามบ้าน ตามอาคาร ตามสถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่ใช้ในการเก็บสะสมไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงเวลากลางคืน ช่วงไม่มีแดด...

‘รถยนต์ EV’ สมรรถนะแห่งอนาคต นวัตกรรมขับเคลื่อนเพื่อสิ่งแวดล้อม

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันกำลังก้าวกระโดดอย่างไร้ที่สิ้นสุด ขณะที่อีกมุมหนึ่งของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี จำเป็นต้องหาทางออกเพื่อรองรับทรัพยากรที่กำลังจะค่อยๆ หมดลง ในขณะที่ฟอสซิลกำลังจะหมดไป “พลังงานไฟฟ้า” ถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกหยิบยกมาใช้ทดแทน โดยเฉพาะกับการเดินทางสัญจรที่อยู่ในชีวิตประจำวัน รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) จึงกลายเป็น 1 ใน 7 เทคโนโลยีพลิกโฉม Disruptive Technology ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รถยนต์ไฟฟ้า หรือที่มักเรียกกันว่ารถยนต์ EV เป็นเทคโนโลยีที่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ก่อนที่จะจางหายไปเนื่องจากความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ซึ่งมีพัฒนาการที่ก้าวไกลกว่า อย่างไรก็ตาม รถยนต์ EV ยังคงได้รับความสนใจในบางช่วง อย่างเช่นวิกฤตพลังงานในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เรื่อยมาจนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการจัดการพลังงานที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ไปจนถึงกระแสความสนใจในสิ่งแวดล้อม และสภาวะโลกร้อน จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่รถ EV มีความพร้อมจะก้าวเข้ามาสู่ตลาดรถยนต์อย่างเต็มตัว ปัจจุบันเทคโนโลยีรถยนต์ EV ได้มาพร้อมกับแบตเตอรี่สมรรถนะสูง เมื่อชาร์จไฟฟ้าเข้าระบบจนเต็มในแต่ละครั้ง...

ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน … เทรนด์เทคโนโลยีพลิกโฉมอนาคต

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนเป็นที่ทราบดีในแวดวง “พลังงานไฟฟ้า” ถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงที่โลกกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือจาก "ฟอสซิล" ไปสู่ "พลังงานสะอาด" และจากระบบ "ผูกขาด" ไปสู่ระบบ "เสรี" ทิศทางความเปลี่ยนแปลงข้างต้น นำมาสู่ โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว. ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งได้ฉายภาพเทคโนโลยีเปลี่ยนพลิกโฉม (Disruptive Technology) ซึ่งกำลังจะเติบโตและเป็นความหวังในอนาคต คาดกันว่า Disruptive Technology จะทำให้ระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าเปลี่ยนพลิกโฉม โดยโครงการฯ ได้จำแนกออกมาทั้งสิ้น 7 ประเภท หนึ่งในนั้นก็คือ “ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน” ที่ผ่านมา เมื่อมีการถกเถียงเรื่องเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า ประเด็น "พลังงานหมุนเวียน" นับเป็นสิ่งแรกที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งไม่ว่าจะถูกขนานนามเป็นพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด หรืออย่างไรก็ตาม แต่ส่วนใหญ่มักจะสื่อถึงไปในทางเดียวกัน พลังงานหมุนเวียนที่มักรู้จักกันดี ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล...

กทม.ปลุกความเชื่อ ‘น้ำท่วม’ ไม่มีวันแก้ได้ !!? ‘ขยะ’ ต้นตอปัญหา – คนกรุงต้องร่วมรับผิดชอบ

คนกรุงเทพฯ อาจจะไม่ได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลผ่านอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปมากนัก แต่สัญญาณบางอย่างได้บอกว่าเรากำลังเข้าสู่หน้ามรสุมอย่างเที่ยงตรง สัญญาณดังกล่าวก็คือ หนึ่งเมื่อฝนเริ่มถล่มเมืองจนทำให้การจราจรในเมืองหลวงกลายเป็นอัมพาตในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และสองก็คือภาพขยะที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) พยายามทำให้คนกรุงเชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมขังไม่มีวันแก้ไขได้ สิ่งที่ กทม.พยายามบอกกับคนกรุงเทพฯ คงไม่ผิดนัก เพราะทุกคนล้วนทราบดีว่าขยะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะปริมาณขยะที่สูงเกินการจัดการ อีกทั้งคนทิ้งขยะแบบไร้ความรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ไม่มีการรณรงค์ที่ชัดเจนเพื่อลดการผลิตขยะดังกล่าว ในทุกๆ ปี กลุ่มผู้บริหารกทม.มักจะนำคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมขยะกองโตที่ลอยมาติดที่หน้าสถานีสูบน้ำจนทำให้น้ำรอระบายจากถนนและพื้นที่สาธารณะในเมืองเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า และไม่สามารถระบายไปสู่อุโมงค์น้ำยักษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขยะนั้นมีตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น ถุงหรือขวดพลาสติกไปจนถึงขยะขนาดใหญ่ เช่น ที่นอนขนาด 6 ฟุต หรือแม้แต่โซฟา และในปีนี้กทม.ยังแสดงภาพของขยะน้ำมันแข็งตัวที่ผู้ขายอาหารแผงลอยได้ทิ้งลงในท่อระบายน้ำบนทางเท้าจนทำน้ำไม่สามารถระบายลงสู่ท่อระบายน้ำได้ ข้อมูลจาก กทม.ระบุถึงปริมาณการจัดเก็บขยะระหว่างปี 2559 ถึงเดือนเมษายน 2560 ว่า ขยะในน้ำที่จัดเก็บโดย กทม.ทั่วเมืองหลวงตลอดปี 2560 มีปริมาณสูงถึง 76,634.80 ตัน ซึ่งสามารถแยกได้เป็นขยะในลำราง คู คลอง บีงรับน้ำ และแม่น้ำ 69,726 ตัน และขยะที่หน้าสถานีสูบน้ำอีก...

เปิดมุมมอง ‘ปริญญา เทวานฤมิตรกุล’ จากทรัพยากร ‘จำกัด’ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทิศทางของโลกตลอดระยะเวลา 15 ปีหลังจากนี้ จะหมุนรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งประเทศไทยได้บัญญัติรัฐธรรมนูญ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) อย่างเชื่อมร้อยกับ SDGs แทบทั้งสิ้น บทบัญญัติมาตรา 65 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทําแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว “การจัดทํา การกําหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับ การมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย” อธิบายโดยง่ายก็คือ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการทำยุทธศาสตร์ชาติต้องมีกฎหมายรองรับ นั่นหมายความว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” คือทิศทางที่ประเทศไทยต้องมุ่งไปโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง เวทีเสวนาเรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ร่วมกับโครงการมหาวิทยาลัยยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10...

EEC กับภาพอนาคต ‘ฉะเชิงเทรา’ มุ่งสู่สมาร์ทซิตี้ บนวิถีปล่องควัน !!?

จ.ฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 3 พื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : Eastern Economic Corridor (EEC) ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายมั่นปั้นมือให้เกิดขึ้นเพื่อปลุกเศรษฐกิจไทย ด้วยการสร้างเขตเศรษกิจที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้เม็ดเงินลงทุนร่วมๆ 1.5 ล้านล้านบาทในปี 2560-2564 สำหรับ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ได้มีมติร่วมกันในการกำหนดแนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็น “ต้นแบบเมืองทันสมัย” หรือสมาร์ทซิตี้ “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนา EEC ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเมืองอยู่อาศัยที่บริษัทต่างชาติหลายบริษัทอยากเข้าไปอยู่” ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อธิบาย เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรายละเอียดที่ กิตติพันธ์ โรจนชีวะ รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา ให้ในเวทีเสวนาเรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม...

โลกร้อน ‘ยุงลาย’ ออกอาละวาด !!? ไม่ต้องแปลกใจหากสถิติ ‘ไข้เลือดออก’ พุ่ง

ไม่น่าเชื่อว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องไกลตัวเอามากๆ ขณะนี้ได้บุกมาถึงหน้าบ้านของคุณแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้น โลกที่ร้อนมากขึ้น กำลังทำให้ “ยุงลาย” คล้ายกับเกิดอาการคลุ้มคลั่ง มันเลยพากันออกอาละวาด จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ณ วันที่ 6 มิ.ย.2560 (สัปดาห์ที่ 22) พบว่ามีผู้ป่วยแล้ว 12,670 ราย เสียชีวิต 23 ราย แม้ตัวเลขผู้ป่วยจะลดน้อยลงเมื่อเทียบกับข้อมูลสัปดาห์เดียวกันของปี 2559 หากแต่จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น สิ่งที่เราแทบไม่เคยรู้เลยก็คือ เมื่อโลกร้อนมากขึ้น ยุงลายจะมีอายุยืนขึ้น มันจะกัดมากขึ้น และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น คำอธิบายอย่างง่ายๆ มีดังนี้ - อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ยุงลายมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น โดยปกติแล้วยุงลายมีชีวิตอยู่ประมาณ 30 วัน แต่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 0.5 องศาเซลเซียส ยุงลายจะมีวงจรอยู่ได้ถึง 45-60 วัน - ตามธรรมชาติยุงลายจะออกหากินหรือกัดในช่วงเวลากลางวัน แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเป็นเหตุให้ในช่วงกลางคืนยังมีอุณหภูมิเหมาะสม ยุงลายจึงสามารถออกหากินได้ - งานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการรอดชีวิตและการติดต่อของโรคไข้เลือดออก”...

แอปพลิเคชัน … Litterati ความหวังใหม่ของ ‘โลกไร้ขยะ’

ไม่ว่าจะย่างเท้าไปทางไหน แทบทุกหนแห่งมี “ขยะ” ให้พบเห็นเสมอ ถึงจะมีผู้ทำหน้าที่ดูแล แต่ก็ดูเหมือนขยะจะไม่เคยหมดหายไปสักที อาจเพราะมีคนทิ้งมากกว่าคนเก็บ คงจะดีถ้าหากทุกคนช่วยกันหยิบขยะที่พบเห็นตามรายทางทิ้งคนละชิ้นสองชิ้น เป็นไปได้ว่าจำนวนขยะจะลดน้อยหรือแม้แต่หมดไป และด้วยแอปพลิเคชันนี้ ความหวังที่จะดึงผู้คนมาร่วมกันสร้างโลกสะอาดไร้ขยะก็เรืองรองขึ้น "Litterati" ถูกแนะนำว่าเป็นแอปพลิเคชัน “crowdsource-cleaning” ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อจะยืนยันว่า แต่ละคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ หากร่วมมือกันก็ยิ่งจะทำให้เกิดผลกระทบที่มีพลัง เพียงดาวน์โหลดแอปลงสมาร์ทโฟน ก่อนจะถ่ายภาพขยะซึ่งพบเห็นในชีวิตประจำวัน ติดแท็กชนิดขยะ แอปสามารถระบุบริเวณที่พบขยะให้ได้ จากนั้นก็กำจัดขยะชิ้นนั้นลงถัง หรือจะนำไปรียูส/รีไซเคิล ภาพถ่ายขยะทั้งหมดจะถูกส่งไปรวมกันใน "หลุมฝังกลบเสมือน” และผู้ใช้ก็สามารถแชร์เรื่องราวดีๆ นี้ให้ชาวโลกรู้ได้ผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้สร้างสรรค์ Litterati คือ เจฟฟ์ เคิร์ชเนอร์ ชาวอเมริกัน ได้รับแรงบันดาลใจในการทำแอปพลิเคชันนี้มาจากเรื่องราวตอนยังเล็ก สมัยไปเข้าค่าย เมื่อผู้ดูแลบอกให้เด็กๆ ช่วยเก็บขยะคนละ 5 ชิ้น เพียงชั่วพริบตาเดียว เยาวชนจำนวนร้อยๆ ก็ทำให้บริเวณค่ายสะอาดปราศจากขยะได้ เจฟฟ์นำไอเดียมาขยายกลายเป็นรูปแบบกำจัดขยะด้วยวิธี “crowdsource” คือ ให้คนจากทั่วโลกมาร่วมกันทำและแก้ไขปัญหา โดยแต่ละเมืองในโลกต่างก็มี...
- Advertisement -

MOST POPULAR

RECENT STORIES

- Sponsored -