Tuesday, February 20, 2018

มติ 3 กระทรวง ‘สธ.-เกษตร-อุตสาหกรรม’ เห็นพ้องแบนสารเคมี ‘พาราควอต’ ใน 2 ปี

ได้ข้อสรุปไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการประชุมร่วม 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2561 เพื่อศึกษาผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต” ที่ประชุมเห็นตรงกันที่จะยืนตามมติเดิม ที่ต้องการระงับการใช้สารพาราควอตภายใน 2 ปี พร้อมทั้งให้หาสารทดแทน โดยบทสรุปที่เห็นพ้องกันทุกฝ่ายในครัง้นี้จะถูกส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมกรรมการเฉพาะกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มี ภักดี โพธิศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นประธาน เพื่อจะพิจารณาในช่วงเดือน มี.ค.นี้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สธ.ได้ยืนยันตามมติเดิมของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่มีความเป็นห่วงต่อสุขภาพของประชาชน "มติคณะกรรมการฯ กำหนดว่าต้องระงับการใช้ภายใน 2 ปี แม้จะมีฝ่ายคัดค้านที่อ้างว่าการใช้พาราควอตตามข้อกำหนดจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบ แต่เป็นงานวิจัย 20 ปีที่แล้ว ซึ่งงานวิจัยปัจจุบันระบุว่าถึงใช้ตามนั้นก็กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเมื่อมีมติระงับก็ต้องดำเนินการตามนั้น หากบอกว่าการใช้สารทดแทนแพงกว่าก็ต้องเลือกเอาว่าราคาแพงกว่าเดิมกับสุขภาพประชาชนจะเลือกแบบใด" นพ.ปิยะสกล กล่าว อย่างไรก็ตาม การหยุดใช้สารดังกล่าวไปเลยนั้นอาจจะส่งผลกระทบ...

‘Climate Change’ เงื่อนไขใหม่การแพร่กระจายโรคจากยุง

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ซุปเปอร์มาลาเรีย” แห่งภูมิภาคแม่โขง ปรากฎบนหน้าสื่อนานาชาติหลายฉบับ พร้อมการเตือนภัยจากนักวิทยาศาสตร์ถึงเชื้อมาลาเรียดื้อยาที่พัฒนาสายพันธุ์จนมีความต้านทานต่อยาอาร์เทมิซินินอันเป็นยาตัวหลักที่ใช้ในการรักษาโรคมาลาเรียในปัจจุบัน เชื้อมาลาเรียดื้อยาดังกล่าวถูกค้นพบในกัมพูชาในปี 2551 และค่อยแพร่กระจายไปยังแถบชายแดนของประเทศไทยและลาว จนล่าสุด ค้นพบในทางตอนใต้ของเวียดนาม สร้างความกังวลว่ามาลาเรียเชื้อสายนี้จะขยายเป็นวงกว้างไปสู่ภูมิภาคอื่นๆหรือไม่ งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases กล่าวว่าเชื้อมาลาเรียดื้อยาได้กลายเป็นเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์หลักที่ครอบงำบางพื้นที่ในภูมิภาคแม่โขงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การค้นพบว่าเชื้อดังกล่าวในเวียดนามเมื่อไม่นานมานี้แสดงถึง “ความล้มเหลว” ในการใช้ยาอาร์เทมิซินิน “ในอัตราที่น่าตกใจ” โรคมาลาเรียมียุงเป็นพาหะ ทำหน้าที่ส่งผ่านปรสิตเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการกัดเพื่อสูบเลือด การรักษาโรคโดยปกติจะใช้ยาอาร์เทมิซินินร่วมกับยาอีกตัวหนึ่งชื่อว่ายาไพเพอราควิน แต่เมื่อยาอาร์เทมิซินินเริ่มใช้ไม่ได้ผลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงพบว่าปรสิตเริ่มสามารถพัฒนาความต้านทานต่อยาไพเพอราควินได้เช่นกัน การศึกษาโดยองค์การอนามัยโลกและ National Malaria Control Programme ประจำเวียดนาม พบว่า ในปี 2557-2558 การใช้ยาอาร์เทมิซินินร่วมกับว่ายาไพเพอราควินเกิดความล้มเหลวในการรักษาที่อัตรา 26%-46% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขความล้มเหลวที่สูงจนน่าหวาดหวั่น ยังคงเป็นที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใด ปัจจัยใดเป็นเหตุให้เชื้อมาลาเรียดื้อยาดังกล่าวเกิดขึ้นในภูมิภาคแม่โขง อย่างไรก็ตาม การหาวิธีป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาดูเหมือนว่าจะเป็นโจทย์ที่สำคัญยิ่งกว่า เงื่อนไขใหม่ในการแพร่กระจายของยุง รายงานวิจัยของสหประชาชาติ ซึ่งเปิดเผยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยุงขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสร้างเงื่อนไขใหม่ที่ส่งเสริมการแพร่พันธุ์ของยุง เช่น ยุงสามารถเพิ่มพื้นที่หากินและวางไข่จากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ความแห้งแล้งก็อาจทำให้แหล่งน้ำระเหยกลายเป็นแอ่งน้ำย่อมๆได้รวดเร็วขึ้น จนเอื้อแก่การเป็นแหล่งวางไข่ของยุง ยุงเป็นสัตว์ที่ทำให้มนุษย์เกิดความสูญเสียมากที่สุด...

ผลพวงการรุกคืบของเศรษฐกิจ-บริโภคนิยม กับความตายของนักอนุรักษ์ทั่วโลกในปี 2017

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The Guardian สำนักข่าวอังกฤษ ร่วมกับ Global Witness องค์กรรณรงค์เพื่อความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือถูกฆาตกรรมจากการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมประจำปี 2017 จากการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 เฉพาะปี 2017 มีนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลกถูกสังหารไปแล้วทั้งหมด 197 ราย เฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 ราย นักเคลื่อนไหวจากประเทศบราซิลมีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ 46 ราย รองลงมาคือฟิลิปปินส์จำนวน 41 ราย และโคลัมเบีย 31 ราย โดยสาเหตุที่พวกเขาถูกฆาตกรรมมากที่สุดคือ การต่อต้านธุรกิจการเกษตรต่างๆ และการขุดเหมืองแร่ ขณะที่ Global Witness เชื่อว่ายังมีความตายของนักปกป้องสิ่งแวดล้อมอีกจำนวนมากที่ถูกปกปิดหรือไม่ได้รับการรายงาน ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ความยุติธรรมเป็นของหายากในพื้นที่ที่มีความรุนแรงสูง โดยเฉพาะที่ละตินอเมริกาซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตรงข้ามกับอำนาจทางกฎหมายหรือกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่แทบไม่ถูกบังคับใช้จริง วิธีการสังหารนักสู้ ส่วนใหญ่แล้วนักฆ่าจะถูกจ้างวานจากนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แม้จะมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา แต่สุดท้ายฆาตกรเหล่านั้นก็จะไม่ถูกดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เลวร้ายกว่านั้น หากนักสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมมาจากครอบครัวที่ยากจนหรือชุมชนท้องถิ่น ก็มักถูกภาครัฐเพ่งเล็งหรือตีตราว่าเป็นอาชญากร โดยที่ครอบครัวของพวกเขาไม่อาจเรียกร้องความยุติธรรมหรือหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงจากเหตุฆาตกรรมได้เลย เหตุแห่งการฆาตกรรม #1...

ตร.บุกค้นบ้าน ‘เปรมชัย’ พบงาช้าง-ปืนเพียบ ศรีวราห์โยงพฤติการณ์ชอบล่าสัตว์-เจตนาชัด

ความคืบหน้าคดีมหาเศรษฐีบริษัทรับเหมาพร้อมพวกรวม 4 คน ถูกจับกุมข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี และถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2561 ก่อนได้รับการประกันตัวไปในภายหลัง มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 2561 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พร้อมด้วยตำรวจภูธรภาค 7 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ได้ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายค้นบ้านของนายเปรมชัย กรรณสูต ภายในซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 3 หลัง หลังเข้าตรวจค้นนานกว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้พบอาวุธปืนจำนวน 40 กระบอก ประกอบด้วยปืนยาว 38 กระบอก...

‘เทพา’ มาตุภูมิแห่งความเศร้า ลึกเข้าไปในแววตาคือริ้วแผลและความเจ็บปวด

ภาพถ่ายบุคคล ขาว-ดำ สะท้อนแววตาของชาวบ้านจำนวน 17 ราย ที่ลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเกิด ถูกนำมาจัดแสดงอยู่บริเวณลานร้าน Art Café หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2561 ภาพเหล่านั้นเป็นผลงานการบันทึกผ่านเลนส์ของ วันชัย พุทธทอง ช่างภาพผู้เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนภาคใต้ และมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคม ใกล้ชิดกับชาวบ้านผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการพัฒนาที่ถูกกำหนดจากส่วนกลาง “ผมมองลึกเข้าไปในแววตาของพวกเขาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทั้งสุข ทั้งเศร้า มีความอ่อนโยนแต่ก็มีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ” วันชัย บอกเล่า ภาพทั้ง 17 ภาพ เป็นส่วนหนึ่งในงานเสวนาหัวข้อ ‘เทพา ... ในแววตาชาวบ้าน’ โดยบุคคลในภาพทั้งหมดล้วนแล้วแต่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีกีดขวางการจราจร ขัดขวางการจับกุม และทำร้ายเจ้าพนักงาน จากเหตุการณ์ตั้งขบวนเดินเท้าเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี แต่ถูกเจ้าหน้าที่นำกำลังมาสกัดจนเกิดการปะทะและกลายมาเป็นข่าวโด่งดังช่วงปลายเดือน พ.ย. อย่าให้ความเจ็บช้ำเปลี่ยนเป็นความแค้น นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พูดคุยผ่านเวทีเสวนาว่า  แววตาชาวบ้านของพี่น้องเทพา จ.สงขลา ไม่ต่างไปจากแววตาของพี่น้องทั่วประเทศที่ถูกทุบ ถูกทำร้าย...

วันหนึ่ง…ฉันเดินสู่พื้นที่ชุ่มน้ำโลก หาความหมายในความธรรมดาของธรรมชาติ

Into the Wetlands เท้าทั้งสองค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะค่อยๆ ย่ำลงบน “พื้นที่ชุ่มน้ำ” (Wetlands) ตามชื่อเรียกทางการ พื้นที่แห่งนี้แสนธรรมดาในความรู้สึกแรกของฉัน แต่สำหรับผู้คนละแวกนี้ล้วนมองว่านี่เป็นมรดกอันล้ำค่า เปรียบเสมือน “ซูเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน” เท้าทั้งสองค่อยๆ จมดิ่งลงไปในพื้นดินโคลน สายตาเพลิดเพลินไปกับสิ่งใหม่รอบตัว เห็นทีซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้คงมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ช็อปปิงเสียแล้ว ภายใต้ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่ชาวชุมชนเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า มีบทบาทหน้าที่และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิต พืชและสัตว์ ทั้งทางนิเวศวิทยา เศรษฐกิจ สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ มองจากระยะไกล บริบทพื้นที่ไม่ต่างจากคำจำกัดความของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ ที่กล่าวไว้ว่า คือ ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ลุ่มชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือท่วมอยู่ ถาวร และชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทั้งยังรวมไปถึงที่ชายฝั่งทะเลและที่ในทะเล บริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดลงต่ำสุด...

‘วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก’ ยกระดับคุณค่าระบบนิเวศ เขย่าจีน-อังกฤษ ก่อนสูญสิ้นความหลากหลาย

“ในปี 2050 ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนเมืองอาจะแตะที่ตัวเลข 6.3 พันล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 66 เปอร์เซ็นต์ จากตัวเลขปี 2016 ที่มีประชากรอาศัยอยู่ในชุมชนเมืองทั้งหมด 50 เปอร์เซ็นต์หรือ 4 พันล้านคน ขณะที่จำนวนพื้นที่ชุ่มน้ำลดหายไปอย่างต่อเนื่อง 64 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ปี 1900” คือตัวเลขเปรียบเทียบที่ปรากฏในโปสเตอร์หลัก เนื่องในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ #WorldWetLandsDay วันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ พื้นที่ชุ่มน้ำที่เราใกล้ชิดที่สุดในชีวิตประจำวัน คือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เต็มไปด้วยกอกก กอหญ้า กอธูปฤาษี หลายคนมองว่าเป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์และรอวันที่นายทุนจะเปลี่ยนแปลงที่ดินผืนนั้นให้กลายเป็นโรงงานหรือหมู่บ้านจัดสรร แต่เมื่อถูกยกระดับความสำคัญให้เป็นวาระโลก พื้นที่ชุ่มน้ำรกร้างนี้คงไม่รกเรื้อและไร้ประโยชน์อย่างตาเห็น มหัศจรรย์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) สนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์และเพื่อการใช้พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน ให้คำนิยามพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) เอาไว้ว่า “เป็นพื้นที่บึง หนองน้ำ พรุ หรือแหล่งน้ำ ทั้งตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้างขึ้น ประกอบไปด้วยน้ำนิ่ง...

กู้โลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กับ 8 วิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว เมื่อมันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนหัวเสียจนทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ฝนตกหนักผิดเวลา ต้องฝ่าน้ำท่วมกะทันหัน หรือผลไม้ขึ้นราคาเพราะดอกผลไม่ออกตามฤดูกาล เมื่อเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การแก้ไขปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเช่นกัน คนธรรมดาทั่วไปอย่างเราก็สามารถกู้โลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วย 8 วิธีง่ายๆ ฉลาดในการกิน: กินเนื้อแต่พอดี สนับสนุนอาหารพืชออแกนิค มีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนปศุสัตว์ของทั้งโลกอยู่ที่14.5-18% ทว่า The Worldwatch Institute คำนวณว่าสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนปศุสัตว์โลกอาจสูงถึง 51% เลยทีเดียว ต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นมาจากกระบวนการในการผลิตเนื้อ โดยเฉพาะการถางที่ทำไร่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จนเป็นเหตุให้สูญเสียป่าอันเป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ควรเลือกทานพืชออแกนิกส์ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันร่างกายเราจากสารเคมี ยังลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งผลิตผ่านอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงฟอสซิล ประหยัดพลังงาน ภาคพลังงานในประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 73% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (ข้อมูลจากองค์การบริการก๊าซเรือนกระจกในปี 2555) ซึ่งไม่ต่างจากสถานการณ์โลกที่ภาคพลังงานยังคงเป็นตัวการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยเฉพาะภาคการผลิตไฟฟ้า หากสามารถทำให้การใช้พลังงานในทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถลดความต้องการพลังงานของโลกได้ถึง 1 ใน 3 และยังควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย เริ่มที่การประหยัดพลังงานง่ายๆ เช่น เปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือไฟ LED ที่มีขนาดไฟพอเหมาะ ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ทีวี รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ...

อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิของทุกชีวิต แล้วเหตุใดมนุษย์จึงเอาแต่รุมชำเรา !!?

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพูดถึงสภาพอากาศย่ำแย่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งปรากฏตัวอยู่ในรูปสภาพความขมุกขมัวที่ปกคลุมท้องฟ้า ทราบภายหลังจากหน่วยงานรัฐว่านั่นคือ PM 2.5 หรือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋ว เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ และเล็กกว่าหลอดเลือดของเรา นั่นทำให้เกิดการแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ หลอดเลือด ได้อย่างสะดวก และยังเป็นสารพิษที่อันตรายต่อร่างกายของมนุษย์อีกด้วย สารทั้งหลายล่องลอยอยู่ในอากาศรอบๆ ตัว ไม่สามารถมองเห็นผ่านตาเปล่าได้ โดยสารทั้ง 3 ชนิด ประกอบด้วย As (สารหนู), Hg (ปรอท), PAHs (โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน) ถูกนำเสนอในรูปแบบของมาสคอตผ่านงานนิทรรศการ "Right to Clean Air - The Art Exhibition ขออากาศดีคืนมา" ซึ่ง กรีนพีซ...

รำลึก 12 ภัยพิบัติ ถล่มสหรัฐในรอบปี 2017 บทเรียนโลกร้อนกว่าแสนล้านดอลลาร์

แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะไม่เชื่อว่าโลกร้อนเกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ ดังที่สะท้อนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของเขา เช่น การประกาศขู่ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมถึงความพยายามผลักดันอุตสาหกรรมถ่านหินและพลังงานฟอสซิลให้กลับมาเฟื่องฟู แม้ภายหลังดูเหมือนว่าสหรัฐจะมีท่าทีที่อ่อนลง อาจเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สหรัฐต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายกว่านับแสนล้านดอลลาร์ ทำให้ทรัมป์ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องโลกร้อนมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างที่ให้สัมภาษณ์กับ the New York Times ในช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และยอมรับว่ากิจกรรมของมนุษย์มีความเกี่ยวโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รายงานขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) และศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Centers for Environmental Information: NCEI) เปิดเผยตัวเลขความเสียหายจาก 16 ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตลอดปี 2017 ได้แก่ ภัยแล้ง 1 เหตุการณ์ น้ำท่วม 2 เหตุการณ์...
- Advertisement -

MOST POPULAR

RECENT STORIES

- Sponsored -