Sunday, June 24, 2018

บิ๊กเอกชนประกาศเจตนารมณ์ ‘ลดพลาสติก’

แต่ละปีทั่วโลกมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรกว่า 8 ล้านตัน โดยมีกว่า 5 ล้านล้านชิ้น คิดเป็นน้ำหนักรวม 2.5 แสนตัน ลอยอยู่บนผิวน้ำ สำหรับประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีการปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในลำดับต้นๆ ของโลก แต่ละปีพบปริมาณขยะพลาสติกในทะเลราวๆ 5-6 หมื่นตัน หรือกว่า 750 ล้านชิ้น “ประเทศไทยมีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก” งานวิจัยของ Jambeck และทีมงาน ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสาร Science ฉบับที่ 347 ปี 2558 ระบุ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยที่มีประชากรเพียง 65 ล้านคน แต่ขยะกลับเยอะ แซงหน้าอินเดีย อเมริกา ฯลฯ ที่มีประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน ข้อมูลจาก Ocean Conservancy ระบุถึงแหล่งที่มาของขยะทะเลว่า 80%...

ส่องสุขภาพทะเลไทย: แด่วันทะเลโลก 2018

ว่ากันว่า #ทะเลจะเยียวยาทุกสิ่ง ...จริงหรือ ? ขณะที่สุขภาพของทะเลไทยกลับอยู่ในขั้นโคม่า เอกสารงานวิจัยของ Jambeck และทีมงาน ในวารสาร Science ฉบับที่ 347 ปี 2558 จัดอันดับให้ประเทศไทย เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในโลก ทั้งที่มีประชากรเพียง 65 ล้านคน แต่ขยะกลับเยอะแซงหน้าอินเดีย อเมริกา ฯลฯ ที่มีประชากรกว่าพันล้านคน ประกอบกับเหตุการณ์แพขยะทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เต็มไปด้วยขยะพลาสติก ยาวกว่า 10 กิโลเมตร (กม.) ในทะเลนอกชายฝั่งของ จ.ชุมพร ทำให้ประเด็นขยะทะเลกลายเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง ซึ่งประเด็นปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการการบริหารจัดการขยะทั้งบนบก และในทะเลที่ขาดประสิทธิภาพ “ประเทศไทย” มีพื้นที่ทางทะเลรวม 323,488.32 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) คิดเป็น 60% ของพื้นที่ทางบก มีความยาวชายฝั่งทะเลเท่ากับ 3,151.13 กม....

ในน้ำมีปลา … ในนามี ‘สารอาหาร’ โหรงเหรง

“ข้าว” ธัญญาหารของชาวเอเชียตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน กำลังเผชิญวิกฤติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เมื่องานวิจัยระดับนานาชาติเปิดเผยว่า โลกร้อนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณค่าสารอาหารในข้าวลดลง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือทารกในครรภ์ที่อาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของสมองและร่างกาย หากไม่เร่งแก้ไขโดยเร็วหรือพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ ประชากรโลกที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักอาจมีแนวโน้มตกอยู่ในความเสี่ยงด้านโภชนาการเพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Science Advances เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2018 โดยระบุว่า สภาวะโลกร้อนในปัจจุบันมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ “เมื่อต้นข้าวได้รับคาร์บอนไดออกไซด์มาสังเคราะห์แสงในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลให้ปริมาณสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการลดลง ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกาสี และวิตามินต่างๆ เช่น บี1 บี2 บี5 บี9 ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย” งานวิจัย ระบุ ทีมวิจัยจากนานาประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ได้ทำการทดลองเมื่อปี 2010-2014 โดยนำข้าว 18 สายพันธุ์ มาปลูกในประเทศจีนและญี่ปุ่น พร้อมติดเครื่องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระดับเข้มข้น เหนือยอดบนสุดของต้นข้าว...

นวัตกรรมสุดจ๊าบ ‘ถุงกินได้’ ละลายในน้ำ ไม่ละลายในมือ

บริษัทสัญชาติอินโดนีเซียผลิต ‘ถุงกินได้-นำกลับมาใช้ใหม่-ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ’ ทำจากมันสำปะหลัง แก้ปัญหาขยะล้นเมือง-ล้นคลอง ประเทศอินโดนีเซีย บนถุงบอกนิยามตัวใหญ่ว่า ‘I AM NOT PLASTIC’ หรือ ‘ฉันไม่ใช่ถุงพลาสติกนะ’ แม้หน้าตาจะเหมือน สัมผัสเหมือน แต่ก็ไม่ใช่ บริษัท Avani Eco ผู้ผลิตนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักโลกสัญชาติอินโดนีเซีย อธิบายว่า “ถุงกินได้” นี้ ผลิตจากมันสำปะหลัง พืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกทั้งในแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย มีคุณสมบัติตั้งแต่ นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ที่สำคัญคือมันละลายได้ในน้ำ หมายความว่านอกจากจะแก้ปัญหาขยะในลำคลอง ยังเป็นมิตรกับนกและปลา ซึ่งมักเข้าใจผิดคิดว่าขยะพลาสติกตรงหน้าเป็นอาหาร และชอบกินเข้าไปจนต้องตกตายไปตามๆ กันในท้ายที่สุด จุดประสงค์หนึ่งของ Avani Eco คือต้องการแก้ปัญหาขยะในลำคลองในอินโดนีเซีย ซึ่งท่วมล้นจนต้องระดมกำลังทหารเข้าไปขุดลอก แต่ในอีกด้านมันคือการเปลี่ยนนวัตกรรม เปลี่ยนเครื่องจักร ออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกใหม่ที่ทำให้พลาสติกใช้แล้วทิ้งหนึ่งใบ กลายเป็นพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และย่อยสลายได้ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องยาก...

งง! ซากอิเล็กทรอนิกส์ในไทยน้อยลง แต่ตัวเลขจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลพุ่ง

เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากเทียบเคียงข้อมูล (จากกระทรวงอุตสาหกรรม) ย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี 2558 2559 และ 2560 จะพบว่าปริมาณของเสียอิเล็กทรอนิกส์จากโรงงานอุตสาหกรรม “ภายในประเทศ” ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย (ลดลงด้วยซ้ำ) ทว่า หากพิจารณาตัวเลข “การจัดตั้งโรงงาน” รีไซเคิลชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างปี 2559 กับ 2560 กลับพบว่าเพิ่มขึ้น “มากถึง 2 เท่าตัว” ยิ่งเมื่อดู “กำลังการผลิต” ของผู้ที่ต้องการขอจัดตั้งโรงงาน ระหว่างปี 2559 เทียบกับ 2560 ยิ่งพบว่า ต่างเพิ่มศักยภาพกันอย่างมหาศาล เรียกได้ว่าสูงขึ้นจากเดิมกว่า1000% ปี 2559 มีการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลฯ 12 แห่ง กำลังการผลิต 17,450 ตัน ปี 2560 มีการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลฯ...

การแก้ปัญหาวิกฤตพลาสติก: เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2018

...อาบาน มาร์เคอร์ คาบราจิ ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ภูมิภาคเอเชีย ในทุกๆ ปี ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกมากกว่า 300 ล้านตัน โดยครึ่งหนึ่งคือ “พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เช่น ถุงพลาสติกจากการซื้อของ แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก ขยะพลาสติกสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามพื้นที่ชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร ซึ่งกว่า 80% ของขยะพลาสติกในทะเลมาจากขยะบนบก นับว่าเป็นภัยคุกคามต่อสภาพของทะเล ความมั่นคงทางอาหาร ความเป็นอยู่ของมนุษย์ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะกว่า 8 ล้านตันไหลลงสู่ทะเลทุกๆ ปี (เทียบเท่ากับขยะ 1 รถบรรทุกต่อนาที) คาดการณ์ว่าจำนวนขยะพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวภายในปี พ.ศ.2573 ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหานี้จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในภูมิภาคเอเชีย มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งอย่างหนาแน่น บวกกับการขาดการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ปัญหาขยะอยู่ในภาวะวิกฤต ในปี 2558 มีรายงานว่า ประเทศจีน อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา...

คุณูปการโลกร้อน: ‘อังกฤษ’ ฉวยใช้สถานการณ์เพิ่มศักยภาพ ‘พลังงานลม’

หนึ่งในพลังงานหลักของประเทศอังกฤษคือ “พลังงานลม” ผลการวิจัยจาก British Antarctic Survey องค์กรสำรวจสภาพภูมิอากาศภูมิภาคแอนตาร์กติก ประเทศอังกฤษ โดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และมหาวิทยาลัยบริสตอล ได้สำรวจ “ผลกระทบจากปรากฏการณ์สภาพอากาศโลกอุ่นขึ้น” ว่ามีผลกระทบต่อทิศทางและพลังงานลมที่ข้ามผ่านอังกฤษ และตอนเหนือของยุโรปว่ามีผลอย่างไร จากการเก็บข้อมูลกังหันลมบริเวณชายฝั่งอังกฤษจำนวน 282 แห่ง ซึ่งถูกใช้งานมามากกว่า 11 ปี ควบคู่ไปกับเครื่องมือด้านการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่าเฉพาะอังกฤษ หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมบริเวณชายฝั่งจะเพิ่มขึ้นถึง 10% หากคำนวนจากปริมาณการผลิตและจ่ายไฟด้วยเครื่องมือเดิม พลังงานไฟฟ้าที่เก็บได้เพิ่มนี้จะเท่ากับกำลังไฟฟ้า 7 แสนครัวเรือนต่อปี แต่เพราะอังกฤษกำลังเร่งสร้างกังหันลมแห่งใหม่ นั่นหมายความว่าจำนวนไฟฟ้าที่ผลิตได้จะมากขึ้นในอนาคต แม้ว่าในภูมิภาคยุโรป เยอรมนี โปรแลนด์ และลิทัวเนีย จะเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศที่มีศักยภาพผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ใกล้เคียงกับอังกฤษ แต่ภูมิประเทศของอังกฤษยังมีความได้เปรียบจะเป็นผู้นำด้านพลังงานลมมากกว่าอยู่ดี “จากที่ประเทศอังกฤษเคยใช้พลังงานลมดีที่สุดเฉพาะช่วงหน้าหนาว ในอนาคตอังกฤษจะใช้พลังงานในระดับนั้นได้ถึง 9 เดือน และต่อไปก็อังกฤษจะใช้พลังงานลมในหน้าร้อนได้ในระดับสูงด้วย หมายความว่าต่อไปสัดส่วนการใช้พลังงานลมในอังกฤษจะต้องสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้” สก็อต ฮอสกิ้ง (Scott Hosking)...

Blue Carbon Society: ร่วมพลังสังคม ปลุกจิตสำนึกกับกิจกรรม ‘วิ่งเก็บขยะ’

“คุ้งบางกระเจ้า” ชื่อนี้ใครหลายคนอาจจะรู้จักว่าเป็นเสมือนปอดกลางกรุง ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ด้วยสภาพพื้นที่ยังคงความอุมสมบูรณ์ทั้งสภาพป่าชายเลนและสวนเกษตรจนถึงปัจจุบัน ในปี 2549 นิตยสารไทม์เอเชีย (Time Asia) ฉบับ Best of Asia 07’ ยกย่องให้บางกะเจ้าเป็นปอดกลางเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย (The Best Urban Oasis) และนั่นยิ่งทำให้ชื่อเสียงของบางกระเจ้าเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น บรรยากาศในช่วงบ่ายของวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สมาคม Blue Carbon Society จัดกิจกรรมวิ่งในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Blue Ploggin” ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมครั้งแรก แต่ก็มีผู้คนกว่า 300 ชีวิตที่เข้าร่วม การวิ่งรูปแบบใหม่นี้อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นชิน จุดมุ่งหมายของการวิ่งอาจไม่ใช่การเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกหรือพยายามทำเวลาให้ดีที่สุด หากแต่ภาพที่เกิดขึ้นตลอดกิจกรรมก็คือนักวิ่งต่างพากันวิ่งไปเก็บขยะไป “มันเป็นการวิ่งที่ทุกคนไม่ได้เร่งรีบมากนัก” หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรม ระบุ ขยะที่ซุกซ่อนอยู่ในสวนสวนสาธารณะแห่งนี้ชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกคีบใส่ถุง เมื่อทุกคนวิ่งเข้าสู่เส้นชัยผลงานการร่วมไม้ร่วมมือได้เห็นอยู่ตรงหน้า ขยะจำนวนมหาศาลกองโตจากหยาดเหงื่อและเจตนาดีของทุกคนที่นำมากองรวมกันไว้ทำให้ทุกคนยิ้มได้ นับเป็นการออกกำลังกายและได้ช่วยในเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน สำหรับกิจกรรม...

เปลือกลูกอมและช็อกโกแลต: ความสุขที่จบลงด้วย ‘ขยะพลาสติก’ นับล้าน

ลูกกวาดและช็อกโกแลต ความสุขแสนอร่อยของมนุษยชาติตั้งแต่หลังสงครามโลก ปัจจุบันเป็นที่พูดถึงว่า ความสุขในกำมือเหล่านี้กำลังสร้างปัญหาขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทว่า ตราบที่มนุษย์ไม่สิ้นหวังและไม่เหนื่อยที่จะตั้งคำถาม แน่นอนว่าก็ยังมีหวัง! นั่นเพราะช็อกโกแลตหลายแบรนด์ได้ผลิตช็อกโกแลตรักษ์โลก ด้วยบรรจุภัณฑ์แสน สวยและย่อยสลายได้ ประวัติศาสตร์ลูกกวาดและเปลือกช็อกโกแลต เปลือกลูกอมเกิดขึ้นเมื่อไรไม่เป็นที่แน่ชัด แต่บันทึกในเว็บไซต์ Candy History ระบุว่า เราเห็นช็อกโกแลตครั้งแรกในปี 1890 กับยี่ห้อ “nickel bar” โดย มิลตัน เฮอร์ชีย์ (Milton S. Hershey) เปลือก สีสัน ตัวอักษรบนบรรจุภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดช็อกโกแลตประสบความสำเร็จทันทีในแง่ที่ช็อกโกแลตสามารถส่งต่อส่งขายถึงมือผู้คนได้อย่างง่ายดายและในวงกว้าง หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง โรงงานเฮอร์ชีย์ผลิตช็อกโกแลตได้กว่า 24 ล้านแท่งต่อสัปดาห์ แน่นอนว่านั่นคือจุดเปลี่ยนของโลกที่ทำให้คนหันมาสนใจ “เปลือกพลาสติก” ในแง่ความน่ารัก เป็นสัญลักษณ์ความสุขแสนอร่อย หลายปีผ่านไปกับการปรากฎตัวของเปลือกพลาสติกลาย “nickel bar” หลายโรงงานต่างเร่งผลิตเปลือกพลาสติกให้มีสีสันฉูดฉาด จุดประสงค์การออกแบบเพื่อการสื่อสารและต้องขายได้ ต่อมาเมื่อตลาดลูกอมและช็อกโกแลตใหญ่ขึ้น สีสันบนเปลือกพลาสติกเป็นที่พูดถึงและเริ่มมี “กฎหมายมาควบคุม” โดยขีดเส้นว่าพลาสติกที่ใช้หุ้มอาหารเหล่านั้นต้องปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารเคมี ให้ข้อมูลโภชนาการ...

‘สหราชอาณาจักร’ ขีดเส้นแบน ‘แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง’ ต้นเหตุขยะปีละ 2,500 ล้านชิ้น

“แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้ง” ถือเป็นขยะพลาสติกที่ผู้บริโภคมักมองข้าม และกำลังกลายเป็น “ฝันร้าย” ของประเทศสหราชอาณาจักรและโลก โดยระดับของปัญหารุนแรงถึงขั้นที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนดเป็นธีมรณรงค์ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2018 “ต่อสู้กับปัญพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เว็บไซต์ข่าว Independent รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ประเทศสหราชอาณาจักรมีขยะจากแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งมากกว่าวันละ 7 ล้านใบ หรือคิดเป็นปีละ 2,500 ล้านใบ แม้ว่าแก้วกาแฟจะทำจากกระดาษ แต่ก็มีการใช้สาร “พอลิเอทิลีน” ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งในการเคลือบแก้วกระดาษไม่ให้ของเหลวรั่วไหลออกมาได้ ดังนั้นการใช้แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งในแต่ละครั้งจะทิ้งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเกี่ยวพันกับการผลิตกระดาษและพลาสติกไปพร้อมกัน มีรายงานถึงการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสใช้ในการทำกระดาษ ขณะที่พลาสติกเองต้องใช้เวลาถึง 400 ปีในการย่อยสลาย นอกจากนี้ การใช้วัสดุสองชนิดในการผลิตแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งยังทำให้ต้องใช้กระบวนการรีไซเคิลที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยแก้วกาแฟไม่สามารถรีไซเคิลได้ในโรงงานทั่วไป มีเพียงโรงงาน 3 แห่งใน ในประเทศสหราชอาณาจักรที่สามารถรีไซเคิลแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งได้ ทำให้แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งเพียง 0.25% ที่ได้ผ่านกระบวนการรีไซเคิล ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Audit Committee) ของประเทศสหราชอาณาจักรหยิบยกเรื่องขยะที่เกิดจากแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งสู่สาธารณะ โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรดำเนินนโยบายรีไซเคิลแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งทุกใบให้ได้ภายในปี 2566...
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -