นักวิจัยเผยพรานล่านกชนหิน “เส้นใหญ่” วอนเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนสม่ำเสมอกันก่อเหตุซ้ำ

หลังการล่าเอาโหนกนกชนหินอย่างอุกอาจถึงสี่ตัวในอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดนักวิจัยในพื้นที่เผยพรานล่านกเป็นพรานมืออาชีพจากนอกพื้นที่ มีเส้นสายใหญ่แน่นอน เพราะการเข้าออกพื้นที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านหลายด่านความมั่นคง พร้อมแสดงความกังวลว่าอาจมีการก่อเหตุซ้ำ เพราะโหนกนกชนหินกำลังมีความต้องการและมีมูลค่าที่สูงมากในตลาดมืด ปรีดา เทียนส่งรัศมี เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 กันยายน ว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน มีชาวบ้านในพื้นที่ที่ทำงานร่วมกับโครงการศึกษานิเวศวิทยานกเงือกเข้าป่าไปพบกับซากนกชนหินไร้หัวถึงสี่ตัว เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่ามีการล่านกชนหินเพื่อเอาโหนกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตรงกับกระแสข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีพรานจากนอกพื้นที่ต้องการเข้ามาล่านกชนหินเพื่อเอาโหนกไปขายในตลาดมืด “การสูญเสียนกชนหินถึงสี่ตัว นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับการอนุรักษ์นกชนหินในประเทศไทย เพราะประชากรนกชนหินในไทยมีอยู่เพียงประปราย เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง และในพื้นที่ศึกษาของโครงการฯในอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี พบว่ามีประชากรนกชนหินอยู่เพียงไม่เกิน 20 คู่เท่านั้น” ปรีดากล่าว “การตายของนกชนหินถึงสี่ตัวจึงนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับประชากรเพียงน้อยนิดในเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี” แม้ว่าหลังจากเหตุการณ์ล่านกชนหินในถึงเขตอุทยานแห่งชาติกลายเป็นข่าวใหญ่ เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้ยกระดับการลาดตระเวนในพื้นที่อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ปรีดาแสดงความกังวลว่า สุดท้ายแล้วเมื่อกระแสรักษ์นกชนหินเสื่อมคลายลงเมื่อเวลาผ่านไป ความเข้มข้นในการตรวจตราลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่อาจจะถดถอยลงเช่นกัน เปิดทางให้เกิดการล่านกชนหินเอาโหนกอีกครั้ง “พรานที่เข้ามาล่านกชนหินในครั้งนี้ไม่ใช่พรานท้องถิ่นแน่นอน เพราะเราได้ทำงานอนุรักษ์นกเงือกร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่มานานหลายปี จนชาวบ้านมีความตระหนักในการอนุรักษ์นกและสัตว์ป่า รวมถึงช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ในการสอดส่องคนแปลกหน้าที่อาจเข้ามาลักลอบล่าสัตว์หรือตัดไม้ในพื้นที่ อีกทั้งกระแสข่าวยังกล่าวตรงกันว่าพรานที่เข้ามามาจากตัวเมืองนราธิวาส” ปรีดากล่าว อย่างไรก็ดี ปรีดาตั้งข้อสังเกตว่าจากรูปการณ์การก่อเหตุ สันนิษฐานได้ว่าพรานที่เข้ามาล่านกชนหินต้องเป็นพรานมืออาชีพที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี เพราะต้องรู้ชัดว่าต้องเข้าไปพื้นที่ไหนจึงจะพบนกชนหิน อีกทั้งยังต้องมีอิทธิพลในพื้นที่พอสมควร เพราะพื้นที่นราธิวาสยังเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งมีด่านตรวจความมั่นคงของเจ้าหน้าที่หลายด่าน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พรานที่พกปืนยาวมาล่านกในเขตอุทยานจะสามารถเข้าออกพื้นที่และรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ ดังนั้น ปรีดาจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบล่านกชนหินในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

29/09/2019

ดันนกชนหินขึ้นทะเบียนสัตว์สงวนก่อนสูญพันธุ์ หลังพบถูกยิงเอาโหนกถึง 4 ตัวที่นราธิวาส

พบเครือข่ายลักลอบล่านกชนหินลามถึงไทย พรานป่าเหิมบุกล่านกชนหินถึงในเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี ในจ.นราธิวาส เพื่อนำโหนกส่งขายต่อในกลุ่มนักสะสมเครื่องประดับจากชิ้นส่วนสัตว์ป่า ด้านเครือข่ายนักอนุรักษ์เรียกร้องรัฐเร่งยกระดับการคุ้มครองนกชนหินให้เป็นสัตว์สงวน ก่อนนกเงือกหายากชนิดนี้จะสูญพันธุ์ไปตลอดกาล ปรีดา เทียนส่งรัศมี เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน ผ่านทางเฟสบุค preeda budo ว่า ตนได้ข่าวว่ามีพรานจากอ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และจ.ยะลากำลังขึ้นเขามาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี โดยเป้าหมายของพรานกลุ่มนี้คือ นกชนหิน ซึ่งมีตลาดรับซื้ออยู่ในเมืองนราธิวาสให้ราคาถึงหัวละ 10,000 บาท โดยปรีดาได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีนกชนหินถูกยิงตายไปแล้วถึง 4 ตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “ใจหายและรู้สึกโกรธจะทำอย่างไรกันดี สิ่งที่เราช่วยกันดูแลรักษากำลังถูกทำลาย และผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เพียงแค่บันทึกบอกกล่าวและได้ระบายอะไรบ้าง ชาวบ้านที่ให้ข้อมูลเขาก็กลัวเพราะพวกมันมีปืน ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า ผมเคยเตือนเขาแล้วว่าอย่ายิงนกเงือก เขาอนุรักษ์กัน มันกลับท้ายิงผมอีก” ปรีดากล่าว จากการเปิดเผยการลักลอบล่านกชนหินอย่างอุจอาจในเขตอุทยานแห่งชาติดังกล่าว นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ รองประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า นกชนหิน เป็นนกเงือกสายพันธุ์โบราณ มีลักษณะโดดเด่นต่างกับนกเงือกอื่น คือมีโหนกตันคล้ายงาช้าง มีความสวยงามเป็นที่ต้องการของนักสะสมเครื่องประดับจากชิ้นส่วนสัตว์ป่า ทำให้โหนกของนกชนหินมีมูลค่ามากและมีความต้องการจากตลาดซื้อขายชิ้นส่วนสัตว์ป่าสูง จนนกเงือกหายากชนิดนี้ถูกล่าจนใกล้สูญพันธุ์ “ในประเทศไทยเหลือนกชนหินดำรงเผ่าพันธุ์อยู่เพียงประปรายในป่าดิบภาคใต้ ที่ผ่านมาใบ order ยังมาไม่ถึงเมืองไทยเพราะการล่าที่ อินโดนีเซีย […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

26/09/2019

กรุงเทพจมควัน PM2.5 แทนใต้ สมาคมแพทย์เตือนรัฐเร่งรับมือฝุ่นควันก่อน “เผาจริง” ปลายปี

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตือนภาครัฐให้ป้องกันและเตรียมการรับมือปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นควัน PM2.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อลดผลกระทบและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนก่อนฤดูหมอกควันจะมาเยือนกรุงเทพฯอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ หลังจากคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้เริ่มดีขึ้น สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯกลับส่งสัญญาณย่ำแย่ลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รองศาตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาคมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา และผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กันยายน เรียกร้องให้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่เนิ่นๆ โดยออกข้อเรียกร้องจำนวน 5 ข้อ ดังนี้ ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ที่มีผลคุกคามต่อทุกคนโดยเฉพาะ เยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้การศึกษากับประชาชนเพื่อปรับกิจกรรมประจำวันและการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม หน่วยงานรัฐจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับประชาชนให้เพียงพอ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N-95 สำหรับใช้กลางแจ้ง และเครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ สำหรับใช้ในตัวอาคาร ดำเนินการมาตรการสาธารณะโดยเคร่งครัดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งการควบคุมปริมาณและคุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงการปิดสถานศึกษา จัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนย่อย เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันไป นพ.นิธิพัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมการดังกล่าวมีความจำเป็นยิ่ง […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

25/09/2019

หมอกควันยังไม่จาง มอ.เร่งติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 ทั่วภาคใต้

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ชี้ กระแสลมเปลี่ยนทิศทำภาคใต้ตอนบนอ่วมหมอกควันข้ามข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียด้วย พร้อมเร่งดำเนินการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแจ้งเตือนสภาวะมลพิษทางอากาศแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที เมื่อวันที่ 24 กันยายน ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบกว้างขวางไปทั่วภาคใต้ เป็นผลมาจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ พัดนำหมอกควันไฟจากประเทศอินโดนีเซียขึ้นเหนือกระทบจังหวัดภาคใต้ตอนบน “แม้ว่าปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจะเริ่มกระทบพื้นที่ภาคใต้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมแล้ว แต่เราก็พบว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น จนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในหลายพื้นที่ทั่วภาคใต้พุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับอันตราย เพราะกระแสลมได้เลี้ยวเบนนำหมอกควันขึ้นเหนือไปกระทบจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน จากเดิมที่จะพัดเอาควันไฟลอยเข้าทาง จ.สตูล และกระทบพื้นที่ จ.สงขลา และภาคใต้ตอนล่าง” ดร.ระชา กล่าว โดยจากการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงในช่วงวันที่ 22 และ 23 กันยายนที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ภาคใต้สูงเกินกว่า 100  ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) อาทิ มอ.หาดใหญ่ (100 มคก./ลบ.ม.),  อ.สะเดา จ.สงชลา (113 มคก./ลบ.ม.), หรือ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

24/09/2019

งาช้างเอาท์แล้ว! เซเลปแฟชั่นหัวแถวเมืองไทย รวมใจแบนสินค้าจากงาช้าง

USAID Wildlife Asia และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือ 5 เจ้าแม่วงการแฟชั่น นำโดย ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบและนักแสดงชื่อดัง ร่วมรณรงค์ “สวยที่ใจ ไม่ใช่ที่งา” สร้างความตระหนักไม่ซื้อ – ไม่สวมใส่เครื่องประดับจากงาช้าง มุ่งเป้าตัดตอนดีมานด์งาช้างในกลุ่มสินค้าแฟชั่น เพื่อหยุดวงจรการล่าช้างเอางาและการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย อุปทูตรักษาการแทนเอกอัคราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพมหานคร นายไมเคิล ฮีธ แถลงในเวทีเปิดตัวแคมเปญ “สวยที่ใจ ใช่ที่งา” เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมาว่า แม้ว่าช้างจะถูกนับให้เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย เป็นที่มาของความภาคภูมิใจของชาติไทย หากแต่ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างหลักของโลก โดยมีการประมาณการว่ามูลค่าการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างในไทยอาจสูงถึงหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ “จากการศึกษาของ USAID พบว่า คนไทยกว่า 500,000 คนยังคงใช้ผลิตภัณฑ์งาช้าง คนไทยอีก 750,000 คนยังมีความต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในอนาคต และยิ่งไปกว่านั้น การศึกษายังพบว่าคนไทยกว่า 2.5 ล้านคน ยังมองว่าการครอบครองงาช้างเป็นสิ่งที่แสดงถึงความมีรสนิยม” นายไมเคิลกล่าว นายไมเคิล เปิดเผยอีกว่า จากความคึกคักของตลาดการค้าผลิตภัณฑ์งาช้างและความต้องการงาช้างจำนวนมาก ทำให้ช้างกว่า 30,000 […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

22/09/2019

ภาคธุรกิจไทยนำทัพเปลี่ยนขยะเป็นสินค้า เพิ่มมูลค่าและลดปริมาณขยะเพื่อโลก

บริษัทชั้นนำไทยเดินหน้าร่วมแก้วิกฤตขยะพลาสติกผ่านแนวคิดการนำเอาขยะมาสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ upcycling โดยมุ่งเน้นนำขยะพลาสติกกลับมาเป็นวัสดุในการผลิตสินค้าอีกครั้ง   จากรายงานล่าสุดขององค์การสหประชาชาติระบุว่าประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ต้องใช้เงินปีละ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการจำกัดขยะพลาสติกในทะเลที่เกิดจากธุรกิจท่องเที่ยว การจับปลา และการเดินเรือ หรือประมาณ 39,650 ล้านบาทต่อปี ขณะที่กลุ่มประเทศยุโรปใช้งบประมาณในการจัดการขยะพลาสติกในทะเลสูงถึง 630 ล้านยูโร ต่อปี หรือ ราวๆ 25,200 ล้านบาทต่อปี รายงานยังระบุว่า ปัจจุบันร้อยละ 79 ของขยะพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งทั่วโลกที่ประมาณว่ามีจำนวนมากถึง 400 ล้านตันต่อปี ถูกจัดการด้วยการฝั่งกลบ อีกร้อยละ 12 ถูกเผา  แต่มีขยะพลาสติกเพียงร้อยละ 9 ที่ถูกนำกลับมา upcycle เพื่อเป็นวัสดุในการผลิตสินค้าใหม่ จากต้นทุนในการกำจัดขยะที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณของขยะที่เพิ่มขึ้นทำให้แนวคิดในการกำจัดขยะมาสู่การนำเอาขยะมาสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดในการพัฒนาสินค้าที่ใช้ขยะพลาสติกมาเป็นส่วนประกอบ จากผลการศึกษาล่าสุดของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย ชางอัน(Chung-Ang University) ระบุว่าจากจำนวนสินค้าในตลาดที่มีป้ายระบุว่า “upcycled” ทั่วโลก 30,000 ผลิตภัณฑ์ ในปี 2554 เป็น 263,685 ผลิตภัณฑ์ในปี 2561 ขณะที่บทความล่าสุดของนิตยสาร Forbs […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

20/09/2019

เยาวชนทั่วโลกพร้อมใจเดินขบวน เรียกร้องผู้นำโลกเร่งรับมือโลกร้อน

เยาวชนกว่าล้านคนทั่วโลกออกเดินประท้วงในกิจกรรม Global Climate Strike ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งป้องกันและเตรียมการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้านคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ก็ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยไว เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เมื่อวันที่ 20 กันยายน เยาวชนไทยหลายร้อยคนเดินเท้าออกมาประท้วงร่วมกับเยาวชนจากชาติอื่นๆทั่วโลกในกิจกรรม Global Climate Strike: Bangkok ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเดินขบวน Global Climate Strike กว่า 4,000 จุด ใน 130 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 27 กันยายน สำหรับการเดินขบวนในกรุงเทพฯ กลุ่มเยาวชนได้เริ่มรวมตัวกันที่โรงแรมเสนาเพลส ย่านสะพานควาย ก่อนออกเดินขบวนในเวลา 9.00 น. ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซอยอารีย์ โดยกลุ่ม Climate Strike Thailand ผู้จัดงาน ประกาศว่า จากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ประชาชนทั่วไทยและทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยจากสภาพอากาศแบบสุดขั้ว การขาดแคลนอาหารและน้ำ คลื่นความร้อน ความเจ็บป่วย โรคระบาด รวมไปถึงการสูญเสียถิ่นอาศัยอย่างถาวรจากระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในกรุงเทพฯที่อาจต้องกลายเป็นผู้อพยพทั้งหมดภายในปีพ.ศ. […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

20/09/2019

กรีนพีชเผยเกษตรเชิงเดี่ยวรุกคืบกินป่าอินโดฯ ต้นเหตุหมอกควันข้ามพรมแดนหนักสุดในรอบสี่ปี

กรีนพีชชี้ช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมายต้านหมอกควันของสิงคโปร์ ทำให้การเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวกลับมาขยายตัวอีกครั้ง จนทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนกลับมารุนแรงอีกครั้งในปีนี้ พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งออกฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าจากอินโดนีเซีย นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ความแห้งแล้งผิดปกติในภูมิภาค ประกอบกับการขยายตัวของเกษตรเชิงเดี่ยวในอินโดนีเซียอันได้แก่ สวนปาล์มน้ำมัน และพืชเส้นใยสำหรับทำกระดาษ เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวันในระดับโลก น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียรุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ “จากปัจจัยด้านภูมิอากาศที่ค่อนข้างชื้น และ การบังคับใช้ “กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน” ของสิงคโปร์ ทำให้นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียทุเลาลงอย่างมาก แต่จากการที่ปีนี้สถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนกลับมารุนแรงอีกครั้ง ทำให้เราตั้งข้อสังเกตว่ากลไกการบังคับใช้กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์อาจเริ่มมีปัญหา” นายธารากล่าว นายธาราอธิบายว่า สิงคโปร์ได้ออกกฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze Pollution Act และเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายสำหรับควบคุมการดำเนินธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียของบริษัทที่มีที่ตั้งในสิงคโปร์ ไม่ให้เผาป่าเพื่อบุกเบิกพื้นที่การเกษตร และไม่ใช้วิธีการเผาในการทำเกษตร อันเป็นการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่ต้นเหตุ “แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถควบคุมการลงทุนในกิจการเกษตรเชิงเดี่ยวในอินโดนีเซีย ให้มีมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแต่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับเฉพาะบริษัทในสิงคโปร์เท่านั้น นี่จึงเป็นช่องโหว่สำคัญให้บริษัทปาล์มน้ำมันหันไปตั้งฐานธุรกิจที่มาเลเซียและประเทศอื่นๆแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวของสิงคโปร์” นายธาราวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี นายธารากล่าวว่า ประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มในชีวิตประจำวันก็มีความสามารถที่จะควบคุมไม่ให้มีการทำสวนปาล์มน้ำมันอย่างไม่เหมาะสมและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้เช่นกัน โดยการใช้อำนาจในการเลือกซื้อของผู้บริโภคในการเลือกใช้เฉพาะสินค้าที่มีฉลากรับรองว่าทำมาจากน้ำมันปาล์มที่ไม่มีทำลายป่าเท่านั้น ดังนั้น นายธาราจึงเสนอว่า ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการรับรองและออกฉลากสินค้าที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกและเลือกซื้อสินค้าได้ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

20/09/2019

ตรังพบซากพะยูนเพิ่ม ทีมอนุรักษ์ห่วงการท่องเที่ยวอาจกระทบพะยูนไทยกลุ่มสุดท้าย

กลุ่มพิทักษ์ดูหยง เกาะลิบง จ.ตรัง พบซากพะยูนเกยตื้นบริเวณชายหาดที่เกาะลิบง สภาพเน่ามาก ไม่สามารถระบุเพศได้ คาดเป็นซากพะยูนเดียวกับที่พบในทะเลบริเวณเกาะมุกเมื่อวันที่ 14 กันยายน ด้านกลุ่ม MAHASAMUT PATROL THAILAND แสดงความกังวลว่าพะยูนอาจตายเพิ่มช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ หลังกระแสมาเรียมทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเช่าเรือดูพะยูนทะเลตรังมากขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานว่า ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันได้รับแจ้งว่า พบซากพะยูนลอยเกยตื้นบริเวณเกาะลิบง จากการตรวจสอบซากเบื้องต้นพบว่าเป็นพะยูน ไม่ทราบเพศ ขนาดโตเต็มวัย ความยาวประมาณ 3 เมตร สภาพซากเน่ามาก กระดูกและกล้ามเนื้อบางส่วนสูญหายไป คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 – 7 วัน โดยพบว่าส่วนของผิวหนังมีรอยขอบคม ซึ่งเป็นลักษณะของการถูกของมีคมตัดเป็นแนวตามลำตัว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าเกาะลิบงเข้ามาเก็บซากนำส่งศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน เพื่อชันสูตรซากและสาเหตุการตายต่อไป ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์แสดงความคิดเห็นบนเฟสบุ๊คของตนต่อกรณีนี้ว่า การพบซากพะยูนอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะถ้าหากพะยูนตัวนี้ไม่ใช่ซากเดียวกับที่พบลอยตายบริเวณเกาะมุก เท่ากับว่าในปีนี้พะยูนตายไปแล้ว 20 ตัว คิดเป็น 10% ของประชากรในแถบนั้น นับว่าเป็นอัตราการตายที่สูงอย่างน่าวิตกยิ่ง “มาเรียมโปรเจ็คจะเข้าคณะทะเลแห่งชาติสัปดาห์หน้า ผมจะเป็นผู้นำเสนอต่อคณะกรรมการที่มีท่านรองนายกเป็นประธาน และมีท่านรมต.เป็นรองประธาน […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

18/09/2019

ปภ.แจงเรทเงินชดเชยน้ำท่วมอุบลฯ ด้านภาคประชาชนย้ำต้องช่วยเหลืออย่างยั่งยืน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยรัฐบาลพร้อมเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานเต็มที่สูงสุดบ้านละ 263,000 บาท จากทั้งเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และเงินบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านมูลนิธิชุมชนไทจัดระดมทุนคู่ขนาน เพื่อจัดสร้างเรือให้ชาวบ้านรับมือน้ำท่วมระยะยาว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แถลงเมื่อวันที่ 18 กันยายน ถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุลและพายุคาจิกิในภาคอีสานว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายจังหวัดภาคอีสาน ซึ่งทำให้ประชาชนกว่า 400,000 คน ได้รับผลกระทบ รัฐบาลพร้อมเร่งเยียวยาผู้ประสบภัยที่เข้าเกณฑ์ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 อย่างเต็มที่ โดย นายชยพล ชี้แจงว่า สำหรับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของกระทรวงการคลัง ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจะได้รับเงินชดเชยเยียวยาตามหลักเกณฑ์ดังนี้ ค่าซ่อมแซมกรณีบ้านถูกน้ำท่วมสียหายทั้งหลังไม่เกิน 33,000 บาท ค่าซ่อมแซมกรณียุ้งข้าว โรงเรือนเก็บพืชผล และคอกสัตว์เสียหาย ครอบครัวละไม่เกิน 5,000 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุนเลี้ยงครอบครัว ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 25,000 บาท หากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะได้เพิ่มเป็นไม่เกิน 50,000 บาท ค่าชดเชยกรณีพืชผลเสียหายสิ้นเชิง ไม่เกินรายละ 30 ไร่ แบ่งเป็น […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

18/09/2019
1 2 3 4 158