ศาลให้ คพ.ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้-สั่งเอกชนชดใช้ ผุดบรรทัดฐานหลักการ ‘ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย’

ศาลกาญจนบุรีมีคำสั่งอนุญาต คพ. ดำเนินการฟื้นฟู “ลำห้วยคลิตี้” เรียกเก็บค่าเสียหายเอกชน วางบรรทัดฐานหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ด้าน คพ. เผยฟื้นฟูแล้ว 50% ศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2562 อนุญาตให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จากการปนเปื้อนของสารตะกั่วให้กลับมามีสภาพที่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ตามมาตรฐาน แทนจำเลยทั้งสองคนตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้ถือว่าค่าใช้จ่ายที่เสียไปเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองคน ทั้งนี้ให้ คพ. ทำหลักฐานการใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีในส่วนค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป สืบเนื่องจากกรณีการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้อันเนื่องจากการทำเหมืองแร่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเจ็บป่วย นำไปสู่การฟ้องคดีโดยชาวบ้านคลิตี้ ยื่นฟ้องบริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับผู้บริหารของบริษัทเป็นจำเลย รวม 2 ราย ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 15219/2558 ให้จำเลยร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ และให้จำเลยแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองจนกว่าลำห้วยคลิตี้จะกลับมามีสภาพที่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ตามมาตรฐานของทางราชการ คดีนี้หลังจากที่จำเลยได้ชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์แล้ว จำเลยละเลยไม่ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาในส่วนของการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการฟื้นฟูตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยหลังการไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นศาลได้นัดฟังคำสั่ง ในวันที่ 27 มิ.ย. 2562 เวลา 13.30 น. สำหรับคำวินิจฉัยสรุปได้ว่า เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองคน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

28/06/2019

กังขาใช้ ‘อีไอเอเก่า’ ทำ ‘มอเตอร์เวย์’ เมืองเพชร วิตกผ่าแหล่งเกษตรเกรดเอ พื้นที่ทุ่งนา-ป่าตาล

ชาวอำเภอบ้านลาด จ.เพชรบุรี นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการสร้างถนนมอเตอร์เวย์สายใต้ พบเส้นทางผ่ากลางทุ่งนา-ป่าตาลอุดมสมบูรณ์ พืชท้องถิ่นสัญลักษณ์ประจำเมืองเพชร โครงการทางหลวงหมายเลข 8 สายนครปฐม-ชะอำ หรือถนนมอเตอร์เวย์ จะเริ่มตั้งแต่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ระยะทาง 119 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนประมาณ 79,000 ล้านบาท โดยได้รับการผลักดันจากรัฐบาลและกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามริมถนนสายหนึ่งใกล้แหล่งเกษตรที่มีทั้งทุ่งนาและป่าตาล ได้มีการติดตั้งป้ายประกาศเรื่องการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินงานสำรวจจัดทำแผนที่อสังหาริมทรัพย์ในบริเวณที่จะเวนคืน ทั้งนี้ มีรายงานว่าบริษัทที่ปรึกษาเดิมที่กรมทางหลวงว่าจ้างตัดสินใจยกเลิกสัญญาไปแล้ว เนื่องจากยอมรับว่าถ้ายังใช้เส้นทางเดิมนั้นจะมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องที่ถนนตัดผ่านเส้นทางการไหลของน้ำช่วงน้ำหลาก และหากจะแก้ปัญหาต้องยกระดับถนนให้สูงจากพื้นดินตลอดแนวซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ขณะเดียวกันโครงการนี้ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งเรียกว่าเวทีปฐมนิเทศ มาจนถึงเวทีปัจฉิมนิเทศ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ถูกถนนตัดผ่านที่ทำกินและที่อาศัยต่างไม่เห็นด้วยกับโครงการ สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้มีการจัดปฐมนิเทศที่โรงแรมรอยัลไดมอน โดยเชิญตัวแทนจากจังหวัดราชบุรี และสมุทรสงคราม ที่ได้รับผลกระทบมาด้วย รวมถึงคนจังหวัดเพชรบุรีที่จะได้รับผลกระทบก็มาฟัง ซึ่งหลายคนได้แสดงความไม่ต้องการ เพราะจะทำลายวิถีชีวิตชาวบ้าน ทั้งทุ่งนา ป่าตาล แหล่งทำกิน จากนั้นก็มีการตั้งเวทีจนมาถึงครั้งสุดท้ายหรือปัจจิม ชาวบ้านก็ยังไม่เอาทั้งสามจังหวัด แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันจะสร้าง จึงสงสัยว่าถ้าเช่นนั้นจะจัดเวทีรับฟังทำไม […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

คนศรีสะเกษ 2 อำเภอรวมตัวค้านโรงงานน้ำตาล ผุดพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล ติดชุมชน-หวั่นมลพิษ

ชาวอำเภอขุนหาญ-ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เคลื่อนไหวคัดค้านโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล เตรียมสร้างใกล้โรงเรียน-ชุมชน ประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใน อ.ขุนหาญ และ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ออกมาจัดกิจกรรมเพื่อแสดงการคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ นับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. 2562 เป็นต้นมา โดยในวันที่ 6 มิ.ย. เด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งรวมกลุ่มกันเดินขบวนถือป้ายที่มีข้อความต่อต้านโรงงานน้ำตาล จนภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้สอบถามมายังผู้อำนวยการโรงเรียนว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เด็กนักเรียนถือป้าย พร้อมสั่งให้ผู้อำนวยการส่งรายชื่อแกนนำชาวบ้านมาให้ ต่อมาในวันที่ 7 มิ.ย. ตัวแทนชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้านของทั้งสองอำเภอราว 40 คน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมรายชื่อชาวบ้านเพื่อคัดค้านโรงงานน้ำตาลพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยมีรองผู้ว่าฯ ออกมารับหนังสือ และในวันที่ 19 มิ.ย. ตัวแทนชาวบ้านจากทั้งสองอำเภอได้เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อยื่นรายชื่อผู้คัดค้านเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.1 และ ค.2 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 ได้มีการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ และในวันที่ 24 พ.ค. […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

ชาวบ้านกัมพูชารวมตัวฟ้องคดีกลุ่ม ‘มิตรผล’ ร้องศาลไทยถูกขับไล่ที่ดิน ยกทำไร่อ้อย-น้ำตาล

ตัวแทนชุมชนกัมพูชายื่นฟ้อง “น้ำตาลมิตรผล” ต่อศาลไทย ร้องโดนขับไล่ที่ดินเกือบ 6 หมื่นไร่สังเวยไร่อ้อย พร้อมใช้กลไก “คดีแบบกลุ่ม” ข้ามพรมแดนคดีแรกในประวัติศาสตร์ภูมิภาค ตัวแทนชุมชนในจังหวัดโอดอร์เมียนเจย ประเทศกัมพูชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ของประเทศไทย ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซอยเจริญกรุง 63 แขวงยานนาวา เขตสาทร โดยอ้างว่าบริษัทละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ชาวบ้านถูกขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัย ได้รับผลกระทบจากกิจการไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ซึ่งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรับคดีนี้ไว้พิจารณาเป็นคดีแบบกลุ่ม ในคำร้องคดีหมายเลขดำที่ 718/2561 ประเภทคดีแพ่ง โดยผู้พิพากษานัดไต่สวนเมื่อวันที่ 12-14 มิ.ย. 2562 สำหรับจุดเริ่มต้นของคดี เกิดขึ้นเมื่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดโอดอร์เมียนเจย หรืออุดรมีชัย ในพื้นที่ชนบททางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ร้องเรียนว่าบริษัทน้ำตาลบีบบังคับให้ครอบครัวของพวกตนต้องออกจากที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเมื่อช่วงปี 2551-2552 เพื่อปรับสภาพเป็นไร่อ้อยขนาดใหญ่สำหรับส่งผลผลิตให้กับโรงงานน้ำตาล ดำเนินการโดยบริษัท อังกอร์ ชูการ์ จำกัด (Angkor Sugar Company) ซึ่งเป็นตัวแทนและบริษัทในเครือของมิตรผล โดยใช้ที่ดินขนาด 9,430 เฮคตาร์ หรือประมาณ 58,937.5 ไร่ ซึ่งในจำนวนนี้มีผืนป่าชุมชนที่ชาวบ้าน 26 หมู่บ้านต้องพึ่งพาหากิน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

14/06/2019

ภาคปชช.จี้ภาครัฐเปิดรายละเอียดมลพิษโรงงาน UN ระบุข้อมูลอุตสาหกรรมไทยต้องใช้ ‘เส้น’ ขอ

ภาคประชาชนชี้ปัญหา “การเข้าถึงข้อมูล” ประเด็นใหญ่ควบคุมมลพิษอุตสาหกรรมไทย UN ชี้เป็น 1 ใน 3 ประเทศต้องใช้เส้นขอข้อมูล นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) เปิดเผยในเวทีสัมมนา “วิกฤตสิ่งแวดล้อมไทย: ความล้มเหลวจากการควบคุมมลพิษอุตสาหกรรม” เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2562 ตอนหนึ่งว่า ปัญหาพื้นฐานในการควบคุมมลพิษอุตสาหกรรมของประเทศไทย คือการไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลรายละเอียดที่ควรมีการเปิดเผยก่อนตั้งโรงงาน รวมถึงภายหลังเปิดดำเนินการไปแล้ว ทั้งผลการปฏิบัติตามมาตรการ เงื่อนไขประกอบกิจการโรงงาน ตลอดจนข้อมูลมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ ทั้งนี้ จากรายงานเกี่ยวกับกลไกทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Environment ที่เผยแพร่ในปี 2562 ได้ระบุว่า ไทย อินเดีย และอูกันดา เป็นประเทศที่การได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษอุตสาหกรรม มาจากการใช้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเท่านั้น นอกจากนี้ไทยยังมีจำนวนนักสิ่งแวดล้อมที่ถูกสังหาร จากการทำงานเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก รองจากบราซิล ฮอนดูรัส ฟิลิปปินส์ โคลัมเบีย เปรู เม็กซิโก และกัวเตมาลา […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/06/2019

สส.แนะภาคประชาสังคมใช้วิธีการต่อสู้เชิงรุก เน้นเจรจาตรงกลุ่มทุนหยุดทำลายสิ่งแวดล้อม

ผู้เชี่ยวชาญกรมส่งเสริมคุณภาพสวล.แนะวิธีต่อสู้ภาคประชาสังคม ต้องหากลไกเชิงนโยบายนำเสนอโมเดลรูปธรรม เลิกพึ่งภาครัฐติดขัดระเบียบ-ล่าช้า ชูวาระเร่งด่วนลดโลกร้อน-ขยะพลาสติก-ฝุ่นละออง นายวีรวัฒน์ ปภุสสโร อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สส. เปิดเผยในการประชุมพัฒนาบทบาทและความรู้ภาคประชาชน สู่การตัดสินใจที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2562 ตอนหนึ่งว่า แนวทางการแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือสภาวะโลกร้อน ภาคประชาชนต้องเน้นหาแนวทางหรือกลไกเชิงการจัดการเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต โดยต้องมองในเชิงนโยบายและนำเสนอรูปแบบที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่พึ่งระบบราชการที่ติดขัดกฎระเบียบและข้อกฎหมายซึ่งไม่ใช่ช่องทางที่ภาคประชาสังคมพึ่งพิงได้ นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจึงเห็นแนวทางการต่อสู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เริ่มเห็นปรากฎการณ์การปรับตัวเปลี่ยนแปลง ด้วยการเจรจาพูดคุยตรงระหว่างคู่ขัดแย้งระหว่างภาคประชาชนกับกลุ่มทุน เพื่อให้หยุดยั้งการทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในพื้นที่ภาคใต้ ปัญหาการปลูกข้าวโพด หรือปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะการเจรจากดดันภาคราชการไม่ได้ผลอีกต่อไป “การเคลื่อนไหวภาคประชาชน นั่งสุมหัว จัดฝึกอบรม จัดประชุมสัมมนา สรุปบทเรียน ยื่นข้อเรียกร้อง และชุมนุมประท้วง คงไม่เพียงพอ เราต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการเคลื่อนไหว ด้วยการเดินเชิงนโยบาย มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เลิกพึ่งระบบราชการ ไม่เน้นรณรงค์สร้างกระแสเพียงวูบวาบ แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา” นายวีรวัฒน์ กล่าว นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่ปัญหาโลกร้อน ต้องมียุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่นปัญหาขยะ ต้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน เพราะไทยติดอันดับประเทศมหาเศรษฐีขยะอันดับ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

22/05/2019

ทส.เดินหน้าแก้ปัญหาคนอยู่กับป่า-หยุดบุกรุก แจกที่ทำกินราษฎร 61 จังหวัด พื้นที่ 1.2 ล้านไร่

ทส.ส่งมอบแผนที่การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ให้หน่วยป้องกันฯ มุ่งแก้ปัญหาคนอยู่กับป่า ยกพื้นที่ป่าสงวนให้ชาวบ้านทำกินได้ 61 จังหวัด รวม 1.21 ล้านไร่ ตั้งชุดปฏิบัติการ คทช.ระดับอำเภอ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการส่งมอบแผนที่การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ ให้กับหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ หรือชุดปฏิบัติการ คทช.อำเภอ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 พร้อมกับการมอบแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ในรูปแบการบริหารจัดการป่าไม้แบบเบ็ดเสร็จ พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ทส.กำลังเร่งแก้ไขปัญหาให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานภายในกรมป่าไม้ ทั้งการจัดตั้งหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขึ้นให้มีประสิทธิภาพทุกภารกิจระดับอำเภอ ครอบคลุมการป้องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้ที่เหลืออยู่ไม่ให้ถูกบุกรุก ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า และส่งเสริมเรื่องป่าชุมชน ภายใต้นโยบายการแก้ปัญหาราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติด้วย โดยตั้งชุดปฏิบัติการ คทช.อำเภอ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติขึ้น ภายใต้การทำงานของกรมป่าไม้ยุค 4.0 ทั้งนี้ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้จะเป็นหน่วยงานในระดับอำเภอของกรมป่าไม้ บริหารงานป่าไม้แบบเบ็ดเสร็จ จะมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์และเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ได้จัดหาที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในความดูแลของกรมป่าไม้ ระหว่างปี 2558-2562 โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายป่าสงวนแห่งชาติ 253 พื้นที่ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

02/05/2019

กฎหมายอุทยานฯ ฉบับใหม่เน้นรักษาระบบนิเวศ เพิ่มโทษบุกรุก-อนุญาตชุมชนดั้งเดิมหาของป่า

ผอ.สำนักอุทยานฯ แจงสาระสำคัญกฎหมายอุทยานฯ ฉบับใหม่ เน้นคนอยู่กับป่าแบบไม่กระทบระบบนิเวศ เอาผิดคนบุกรุกป่าเพิ่มเติม ยังเปิดทางคนในชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่สามารถเก็บหาของป่าได้ นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. … ที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเตรียมประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย มี 4 ประการ คือ 1.มีการกำหนดแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดการอุทยานตามที่คณะกรรมการอทุยานฯ ให้ความเห็นชอบเพื่อให้การจัดทำแผนการบริหารจัดการและการกำหนดเขตการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพในการคุ้มครอง บำรุง ดูแลรักษา และการสะท้อนถึงสภาพปัญหาการดำรงชีพตามวิถีชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่โดยรอบอุทยานฯ ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อลักษณะพื้นที่ที่ต้องการอนุรักษ์สภาพธรรมชาติหรือเป็นพื้นที่เปราะบางของระบบนิเวศและรักษาสภาพความเป็นอุทยานแห่งชาติ 2.ปรับบทกำหนดโทษให้สูงขึ้น เนื่องจากตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มีบทกำหนดโทษที่ไม่สูงมาก ทำให้ไม่อาจข่มขู่ยับยั้งผู้กระทำผิดได้ อีกทั้งในปัจจุบันมีการบุกรุกทำลายพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงมีการปรับบทกำหนดโทษให้สูงขึ้นโดยเทียบเคียงกับ พ.ร.บ.ในลักษณะเดียวกันที่มีโทษสูง ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 3.แก้ไขปัญหาคนอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กำหนดบทบัญญัติที่กำหนดขึ้นเพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาให้แก่บุคคลที่ได้อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเดิม (ภายใต้กรอบมติคณะรัฐมนตรี […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/03/2019

สนช.ไฟเขียวร่าง ‘พ.ร.บ.ป่าชุมชน’ ดึงคนร่วมรัฐ หวังช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ – แนวกันชนลดการบุกรุก

สนช.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ลุยจัดตั้งป่าชุมชน 21,850 แห่งทั่วประเทศ เชื่อเป็นบัพเฟอร์โซนลดการบุกรุกป่า นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.… เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2562 ได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.… ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันมากว่า 27 ปี เพื่อให้มีกฎหมายที่ส่งเสริมให้ชุมชนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และดูแลป่าชุมชนใกล้หมู่บ้าน สำหรับร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน มีจำนวน 8 หมวด 104 มาตรา มีการกำหนดนิยาม “ป่าชุมชน” หมายความว่า ป่านอกเขตอนุรักษ์หรือพื้นที่อื่นของรัฐ นอกเขตป่าอนุรักษ์ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชน โดยชุมชนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บำรุง รักษา ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ให้มีการจัดตั้งสมาชิกป่าชุมชน และเครือข่ายป่าชุมชน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/02/2019

4 ว่าที่ ‘กสม.’ ร้องสภาทนายฯดำเนินคดี ‘สนช.’ เปิดประชุมลับ-กีดกันนักปกป้องสิทธิโดยมิชอบ

4 นักสิทธิฯ เข้าร้องสภาทนายฯ หลังผ่านการสรรหา “กสม.” แต่ “สนช.” มีมติไม่รับรองในประชุมลับ-ปิดเหตุผล นักปกป้องสิทธิมนุษยชน 4 ราย ประกอบด้วย ผศ.จาตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร, นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และนายสุรพงษ์ กองจันทึก ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือทางกฎหมายต่อประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562 จากกรณีที่ผ่านการสรรหาเสนอชื่อเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แต่ไม่ผ่านการรับรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าว สำหรับคำร้องของทั้ง 4 ราย ระบุว่า สนช.ได้มีมติรับรองผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง กสม. จำนวน 2 คน ได้แก่ น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ และนางปิติกาญจน์ สิทธิเดช และมีมติไม่รับรองผู้ผ่านการสรรหา จำนวน 5 คน ได้แก่ นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายไพโรจน์ พลเพชร, ผศ.จตุรงค์ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

08/01/2019
1 2 3 4 23