สรุปโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” พบแม่น้ำเปื้อนขยะพิษ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมหนัก

ธรรมศาสตร์จับมือภาครัฐและภาคธุรกิจปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล หลังสรุปกิจกรรม “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2” พบขยะกว่า 3,215 กิโลกรัม มีขยะพิษ กว่า 100 กิโลกรัม ซ้ำยังพบว่าน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในทุกจังหวัดมีคุณภาพย่ำแย่ โดยเฉพาะแม่น้ำในเขต กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนหลักในโครงการ “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” กล่าวสรุปผลกิจกรรมว่า ในปีนี้สามารถเก็บขยะระหว่างเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 10 จังหวัด ตั้งแต่บริเวณปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ผ่าน จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสิ้นสุดที่ จ.สมุทรปราการ เป็นจำนวนรวมทั้งหมด 3,215 กิโลกรัม โดยพบว่าในจำนวนขยะทั้งหมดที่เก็บได้จากแม่น้ำเจ้าพระยา มีขยะพิษจำพวกกระป๋องสี สารเคมี กระป๋องยาฆ่าแมลง รวมกว่า 100 กิโลกรัม […]

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

12/10/2019

กทม.ติดตั้งหอฟอกอากาศเครื่องแรกที่หน้าเซ็นทรัลเวิร์ล นักวิชาการชี้ช่วยลด PM2.5 ได้ไม่มาก

กรุงเทพมหานครเปิดทดลองหอฟอกอากาศเครื่องแรกที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล หวังแก้ปัญหาฝุ่นควันมลพิษ PM2.5 ด้านนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้หอฟอกอากาศไม่คุ้ม ช่วยลด PM2.5 ได้ไม่มาก สวนทางกับราคา พร้อมเผยบีทีเอสทำผิดเงื่อนไข EIA ไม่ติดตั้งพัดลมระบายอากาศใต้สถานี ทำให้พื้นที่ใต้สถานีบีทีเอสมีปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักที่สุด ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ชาตรี วัฒนเขจร เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งหอฟอกอากาศเครื่องแรกในกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้วที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เขตปทุมวัน เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 โดยจะทดลองใช้เป็นเวลา 1 เดือนเพื่อทดสอบสมรรถภาพในการฟอกอากาศ ก่อนตัดสินใจขยายการติดตั้งหอฟอกอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆในอนาคต ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หอฟอกอากาศเป็นนวัตกรรมใหม่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยหอฟอกอากาศเครื่องดังกล่าวมีบริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ให้การสนับสนุนในการติดตั้ง โดยหลังจากนี้จะมีการตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง หากได้ผลดีทางกทม.อาจจะเสนอขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และผู้บริหารอาคารสูงต่างๆ นำหอฟอกอากาศไปติดตั้งต่อไป หอฟอกอากาศดังกล่าวมีขนาดสูง 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทำจากสแตนเลส หนักประมาณ 200 กิโลกรัม […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

10/10/2019

บิ๊กแบ็คกันคลื่นทับสะแกปนเปื้อนสารก่อมะเร็งจากจีน นักวิชาการเตือนเร่งแก้ไขด่วน

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้ ถุงบิ๊กแบ็คที่นำมาวางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่หาดทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นถุงบรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คใช้แล้วจากประเทศจีน ถือเป็นกากอุตสาหกรรมอันตราย และเป็นสารก่อมะเร็ง ย้ำต้องนำส่งไปกำจัดอย่างเหมาะสมในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้น ด้านรองพ่อเมืองประจวบฯเผยจะเปลี่ยนบิ๊กแบ็คกันคลื่นใหม่ทั้งหมด จากกรณีเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมเจ้าท่าได้นำถุงบิ๊คแบ็คไนลอนสีดำซึ่งเคยใช้บรรจุผงคาร์บอนด์แบล็คใช้แล้วจำนวน 1,000 ถุง เพื่อป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งบริเวณชายหาดความยาว 800 เมตร ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ต.ทับสะแก ต่อมาพบว่ามีถุงบิ๊กแบ็คบางถุงถูกคลื่นซัดจนแตก ทำให้มีทรายปนผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วไหลออกมาปนเปื้อนบนชายหาดและน้ำทะเลจำนวนมาก สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า กรณีสารเคมีจากถุงบิ๊คแบ็ครั่วไหลปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง เพราะว่าผงคาร์บอนแบล็คใช้แล้วจัดเป็นกากของเสียอุตสาหกรรมอันตราย มีรหัส061303 HA และเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2B ขององค์การอนามัยโลกคืออาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ “ดังนั้นกากของผงคาร์บอนด์แบล็ครวมทั้งภาชนะที่บรรจุจึงควรต้องนำไปกำจัดในโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานเท่านั้น ตามที่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วพ.ศ.2548 กำหนด ไม่ควรนำถุงมาใช้ใส่ทรายกันคลื่นจนแตกมีผงคาร์บอนด์แบล็ครั่วออกมาปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมดังกล่าว” สนธิ กล่าว “การนำถุงบิ๊คแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรมอันตรายมาใช้ถือว่าผิดกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องรีบ Clean up โดยด่วน” สนธิอธิบายเพิ่มเติมว่า ผงคาร์บอนด์แบล็คเป็นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันชนิดหนัก ใช้เป็นส่วนผสมของยางรถยนต์ เมื่อนำไปผสมกับยางรถยนต์จะให้คุณสมบัติที่ทนต่อแรงเสียดทานและมีความยืดหยุ่นสูง จากการรายงานของสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภิรมย์ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

10/10/2019

ท่องเที่ยวทำพิษ ปะการังหลีเป๊ะพังยับ อ.ธรณ์ย้ำฟื้นฟูได้แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ

ภาพล่าสุดเผย แนวปะการังน้ำตื้นเกาะหลีเป๊ะ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุตา จ.สตูล เสียหายยับเยิน ผู้เชี่ยวชาญชี้ชะตากรรมเกาะหลีเป๊ะกำลังซ้ำรอยเกาะพีพี ย้ำภาครัฐ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาการท่องเที่ยวไร้การควบคุม ก่อนเกาะหลีเป๊ะจะสิ้นสเน่ห์ไปตลอดกาล เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้โพสต์ภาพล่าสุดของแนวปะการังน้ำตื้นเกาะหลีเป๊ะในโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ที่มีสภาพแตกหักเสียหายหนัก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การท่องเที่ยวอย่างไร้การควบคุมบนเกาะหลีเป๊ะคือสาเหตุหลักของการเสื่อมโทรมอย่างน่าใจหายของแนวปะการังที่เคยสมบูรณ์ของเกาะหลีเป๊ะ “ผมพยายามกลั้นใจจะไม่ร้องกรี๊ดโวยวาย แต่จะพยายามอธิบายตามหลักวิชาการ ปะการังเสียหายจริงไหม ดูจากภาพคงไม่ใช่แค่เสียหาย แต่คงเป็นถึงขั้นถล่มทลาย ตายเกือบหมดสิ้น ตายเพราะอะไร ดูจากสภาพแล้ว ปะการังไม่ได้ฟอกขาว ยังอยู่ในน้ำตื้น ไม่มีรายงานพายุรุนแรงในพื้นที่ปะการังตายแบบแตกหัก เชื่อว่าเกิดจากผลกระทบจากมนุษย์ผลกระทบอะไร อาจเป็นการนำเรือเข้าออกระหว่างน้ำตื้น/น้ำลง การเดินในพื้นที่แนวปะการังเพื่อสาเหตุต่างๆ ทำให้ปะการังอยู่ในสภาพแตกหักหรือพลิกคว่ำ” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ระบุในโพสต์ ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะมีประสบการณ์ในการฟื้นฟูแนวปะการังเสื่อมโทรมจากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสมทั้งที่ อ่าวมาหยา และเกาะยูง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี หรือเกาะตาชัย ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หากแต่การจัดการปัญหาความเสียหายและฟื้นฟูแนวปะการังที่เกาะหลีเป๊ะ มีความยากและซับซ้อนกว่ามาก เพราะอุทยานแห่งชาติมีอำนาจจัดการดูแลพื้นที่เฉพาะทะเลรอบเกาะเท่านั้น แต่พื้นที่เหนือน้ำบนเกาะหลีเป๊ะเกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของเอกชน […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

01/10/2019

นักวิชาการชี้ฝุ่นพิษหลงฤดูในกรุงเทพฯ ฟ้องความล้มเหลวของภาครัฐในการรับมือปัญหามลพิษ PM2.5

ฝุ่นควันพิษ PM2.5 ยังปกคลุมกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคอีสานเป็นวันที่สอง แม้สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าฝุ่น PM2.5 ในบางพื้นที่เช่น ฝั่งธนบุรี – จ.สมุทรสาคร และ จ.ขอนแก่น ยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐาน ด้านกรมควบคุมมลพิษยืนยันสถานการณ์ยังไม่วิกฤต พร้อมระบุรัฐบาลรับทราบปัญหา และกำลังดำเนินการรับมือแล้ว ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานมีสาเหตุมาจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นหลงฤดูมากดทับตั้งแต่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้มวลอากาศนิ่ง ส่งผลให้มลพิษที่เกิดในพื้นที่ไม่สามารถถ่ายเทได้สะดวก และสะสมทำให้เกิดม่านหมอกมลพิษนอกฤดูกาล  อนึ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักประสบปัญหาหมอกควันมลพิษในช่วงฤดูหนาว ระหว่าง เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ จากปัจจัยมวลความกดอากาศสูงตามฤดูกาล ประลอง ยืนยันว่า ปัญหาหมอกควันฝุ่น PM2.5  ในขณะนี้ อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเพียงเล็กน้อย และข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนที่มากขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป จะทำให้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 คลี่คลายลง   จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผ่านระบบรายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

01/10/2019

กรุงเทพจมควัน PM2.5 แทนใต้ สมาคมแพทย์เตือนรัฐเร่งรับมือฝุ่นควันก่อน “เผาจริง” ปลายปี

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตือนภาครัฐให้ป้องกันและเตรียมการรับมือปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นควัน PM2.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อลดผลกระทบและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนก่อนฤดูหมอกควันจะมาเยือนกรุงเทพฯอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ หลังจากคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้เริ่มดีขึ้น สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯกลับส่งสัญญาณย่ำแย่ลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รองศาตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาคมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา และผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กันยายน เรียกร้องให้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่เนิ่นๆ โดยออกข้อเรียกร้องจำนวน 5 ข้อ ดังนี้ ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ที่มีผลคุกคามต่อทุกคนโดยเฉพาะ เยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้การศึกษากับประชาชนเพื่อปรับกิจกรรมประจำวันและการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม หน่วยงานรัฐจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับประชาชนให้เพียงพอ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N-95 สำหรับใช้กลางแจ้ง และเครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ สำหรับใช้ในตัวอาคาร ดำเนินการมาตรการสาธารณะโดยเคร่งครัดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งการควบคุมปริมาณและคุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงการปิดสถานศึกษา จัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนย่อย เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันไป นพ.นิธิพัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมการดังกล่าวมีความจำเป็นยิ่ง […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

25/09/2019

หมอกควันยังไม่จาง มอ.เร่งติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 ทั่วภาคใต้

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ชี้ กระแสลมเปลี่ยนทิศทำภาคใต้ตอนบนอ่วมหมอกควันข้ามข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียด้วย พร้อมเร่งดำเนินการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแจ้งเตือนสภาวะมลพิษทางอากาศแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที เมื่อวันที่ 24 กันยายน ดร.ระชา เดชชาญชัยวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบกว้างขวางไปทั่วภาคใต้ เป็นผลมาจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ พัดนำหมอกควันไฟจากประเทศอินโดนีเซียขึ้นเหนือกระทบจังหวัดภาคใต้ตอนบน “แม้ว่าปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจะเริ่มกระทบพื้นที่ภาคใต้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมแล้ว แต่เราก็พบว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น จนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในหลายพื้นที่ทั่วภาคใต้พุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับอันตราย เพราะกระแสลมได้เลี้ยวเบนนำหมอกควันขึ้นเหนือไปกระทบจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน จากเดิมที่จะพัดเอาควันไฟลอยเข้าทาง จ.สตูล และกระทบพื้นที่ จ.สงขลา และภาคใต้ตอนล่าง” ดร.ระชา กล่าว โดยจากการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงในช่วงวันที่ 22 และ 23 กันยายนที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ภาคใต้สูงเกินกว่า 100  ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) อาทิ มอ.หาดใหญ่ (100 มคก./ลบ.ม.),  อ.สะเดา จ.สงชลา (113 มคก./ลบ.ม.), หรือ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

24/09/2019

กรีนพีชเผยเกษตรเชิงเดี่ยวรุกคืบกินป่าอินโดฯ ต้นเหตุหมอกควันข้ามพรมแดนหนักสุดในรอบสี่ปี

กรีนพีชชี้ช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมายต้านหมอกควันของสิงคโปร์ ทำให้การเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวกลับมาขยายตัวอีกครั้ง จนทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนกลับมารุนแรงอีกครั้งในปีนี้ พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งออกฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าจากอินโดนีเซีย นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ความแห้งแล้งผิดปกติในภูมิภาค ประกอบกับการขยายตัวของเกษตรเชิงเดี่ยวในอินโดนีเซียอันได้แก่ สวนปาล์มน้ำมัน และพืชเส้นใยสำหรับทำกระดาษ เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวันในระดับโลก น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียรุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ “จากปัจจัยด้านภูมิอากาศที่ค่อนข้างชื้น และ การบังคับใช้ “กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน” ของสิงคโปร์ ทำให้นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียทุเลาลงอย่างมาก แต่จากการที่ปีนี้สถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนกลับมารุนแรงอีกครั้ง ทำให้เราตั้งข้อสังเกตว่ากลไกการบังคับใช้กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์อาจเริ่มมีปัญหา” นายธารากล่าว นายธาราอธิบายว่า สิงคโปร์ได้ออกกฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze Pollution Act และเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายสำหรับควบคุมการดำเนินธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียของบริษัทที่มีที่ตั้งในสิงคโปร์ ไม่ให้เผาป่าเพื่อบุกเบิกพื้นที่การเกษตร และไม่ใช้วิธีการเผาในการทำเกษตร อันเป็นการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่ต้นเหตุ “แม้ว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถควบคุมการลงทุนในกิจการเกษตรเชิงเดี่ยวในอินโดนีเซีย ให้มีมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแต่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับเฉพาะบริษัทในสิงคโปร์เท่านั้น นี่จึงเป็นช่องโหว่สำคัญให้บริษัทปาล์มน้ำมันหันไปตั้งฐานธุรกิจที่มาเลเซียและประเทศอื่นๆแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวของสิงคโปร์” นายธาราวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี นายธารากล่าวว่า ประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มในชีวิตประจำวันก็มีความสามารถที่จะควบคุมไม่ให้มีการทำสวนปาล์มน้ำมันอย่างไม่เหมาะสมและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้เช่นกัน โดยการใช้อำนาจในการเลือกซื้อของผู้บริโภคในการเลือกใช้เฉพาะสินค้าที่มีฉลากรับรองว่าทำมาจากน้ำมันปาล์มที่ไม่มีทำลายป่าเท่านั้น ดังนั้น นายธาราจึงเสนอว่า ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการรับรองและออกฉลากสินค้าที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกและเลือกซื้อสินค้าได้ […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

20/09/2019

บ่อบำบัดน้ำเสียเมืองอุบลฯจมน้ำ หวั่นน้ำเสียปนน้ำท่วมกระทบคนและสิ่งแวดล้อม

น้ำท่วมใหญ่อีสานทะลักท่วมบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเมืองอุบลราชธานี ต.ในเมือง จ.อุบลราชธานี ทำน้ำเสียปนเปื้อนน้ำท่วมแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ด้านพ่อเมืองอุบลฯย้ำไม่ต้องเป็นห่วง เพราะน้ำเสียจะระบายลงแม่น้ำมูล ไม่กระทบชุมชน เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมืองอุบลฯทำให้บ่อบำบัดน้ำเสียระบบบ่อเติมอากาศ (Aerated Lagoon) ในพื้นที่110ไร่ ขนาด 176,000 ตารางเมตร ถูกน้ำท่วมหนัก ของเทศบาลเมืองอุบลราชธานีถูกน้ำท่วมไปด้วย เป็นเหตุให้น้ำเสียปริมาณ 317,000 ลูกบากศ์เมตร ทะลักปนเปื้อนไปกับน้ำท่วมเข้าสู่ชุมชนบูรพา และท่วมขังในตัวเมืองอุบลราชธานี มาหลายวันแล้ว จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายสนธิ แสดงความกังวลว่า จุลินทรีย์และเชื้อโรคจำนวนมากจากน้ำเสียจะแพร่กระจายในน้ำที่ท่วมขัง นำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคต่างๆที่มากับน้ำท่วมเช่น โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อรา โรคตาแดง โรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึง โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซีส เป็นต้น ดังนั้น นายสนธิ จึงย้ำว่า รัฐบาลควรสนใจปัญหาและเร่งส่งความช่วยเหลือแก่ชาวเมืองอุบลฯให้มากขึ้น เพราะสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองอุบลฯมีความฉุกเฉินมากพอๆกับการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าติดถ้ำ เมื่อปีที่ผ่านมา ด้านผู้ว่าราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหนักในตัวเมืองอุบลฯได้ทำให้บ่อบำบัดน้ำเสียของเมืองถูกน้ำท่วมจริง หากแต่ด้วยสถานการณ์การระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้น้ำท่วมปนเปื้อนน้ำเสียไม่หยุดเน่าขังในพื้นที่ชุมชน แต่จะระบายไหลลงแม่น้ำมูลอย่างรวดเร็ว […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

16/09/2019

ภาคใต้ยังจมฝุ่นไฟป่า ทำอัตราผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดนในพื้นภาคใต้ตอนล่างยังคงวิกฤต ค่าฝุ่น PM2.5 ที่หาดใหญ่พุ่งถึง 121 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากเริ่มเจ็บป่วยด้วยอาการระคายเคืองตา – จมูก โรคทางเดินหายใจ ด้านศูนย์พยากรณ์อากาศอาเซียนเผยไฟป่าอินโดนีเซียรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 กันยายน ต่อเนื่องจนถึงถึงช่วงกลางวันของวันที่ 13 กันยายน คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเลวล้ายลงอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมงพุ่งแตะระดับ 121 มคก./ลบม. เมื่อเวลา 4.00 น. อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน PM2.5 ของประเทศไทยที่ 50 มคก./ลบ.ม. และ ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) ที่ 25 มคก./ลบ.ม. อย่างไรก็ดีจากข้อมูลการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเมื่อเวลา […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

13/09/2019
1 2 3 27