Sunday, August 18, 2019

Infographic

ใน 100% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย มาจาก "ภาคพลังงาน" ถึง 73.13% ขณะที่ "ภาคเกษตร-ป่าไม้" ปล่อยอีก 15.89% ผลพวงจากการปั๊มคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศที่เห็นชัดก็คือ ควันพิษสีเทาที่ปกคลุมแผ่นฟ้า ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว และแม่น้ำที่ขุ่นหมอง... มีการคาดการณ์กันว่า ในระยะเวาอันใกล้นี้ อุณหภูมิของผืนโลกจะพุ่งขึ้นอีกราวๆ 0.7 องศาเซลเซียส และมีโอกาสเพิ่มสูงถึง 4.8 องศาฯ ได้ภายในปี 2643 หรืออีก 83 ปี ถ้าถึงวันนั้นมนุษย์อาจจะอยู่ไม่ได้ เมื่อปี 2014 ประเทศไทย ได้แสดงเจตจำนงลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมกับประเทศไทย (NAMA) ในภาคพลังงานลงให้ได้ 7-20% ภายในปี 2020 เมื่อปี 2015 ประเทศไทย ได้ให้ถ้อยแถลงเจตจำนงลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นของประเทศภายหลังปี 2020 (INDCs) ลงในทุกภาคส่วน 20-25% ภายในปี 2030 ทั้งหมดคือความพยายามและความคาดหวังที่ต้องการให้เกิดขึ้น เป้าหมายข้างต้นจะบรรลุได้ คำตอบเดียวคือเราต้องช่วยกัน *** ข้อมูลจากรายงานการสังเคราะห์และประมวลสถานการณ์องค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ
ชาติมหาอำนาจอย่าง "จีน" ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งมีผู้นำที่ไม่เชื่อว่าวิกฤตโลกร้อนมีจริงนั้น ปล่อยคาร์บอนมากเป็นลำดับที่ 2 ของโลก... ส่วนลำดับ 3 คือ กลุ่มประเทศในสภาพยุโรป แต่แนวโน้มกำลังลดลงเรื่อยๆ สำหรับ "ประเทศไทย" ถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 26 แน่นอนว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิกาศไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ในฐานะมนุษยชาติที่อาศัยและพึ่งพิงโลกใบเดียวกันนี้ ทางรอดเดียวคือเราต้องช่วยกัน *** ข้อมูลจากรายงานการสังเคราะห์และประมวลสถานการณ์องค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ  
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -