Tuesday, February 19, 2019
Home Media Infographic

Infographic

ชาติมหาอำนาจอย่าง "จีน" ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งมีผู้นำที่ไม่เชื่อว่าวิกฤตโลกร้อนมีจริงนั้น ปล่อยคาร์บอนมากเป็นลำดับที่ 2 ของโลก... ส่วนลำดับ 3 คือ กลุ่มประเทศในสภาพยุโรป แต่แนวโน้มกำลังลดลงเรื่อยๆ สำหรับ "ประเทศไทย" ถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 26 แน่นอนว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิกาศไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ในฐานะมนุษยชาติที่อาศัยและพึ่งพิงโลกใบเดียวกันนี้ ทางรอดเดียวคือเราต้องช่วยกัน *** ข้อมูลจากรายงานการสังเคราะห์และประมวลสถานการณ์องค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ  
ปี 2559 พบพะยูนในประเทศไทย 221 ตัว มากสุดอยู่ที่ จ.ตรัง 154 ตัว โดยประชากรพะยูนจะหนาแน่นและแพร่กระจายอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเลชุก สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต อันดับ 1 คือเครื่องมือประมง 89% รองลงมาคือป่วย 10% และอื่นๆ 1% พะยูนนับเป็นสัตว์หายากและประชากรกำลังลดลงเรื่อยๆ จากการถูกคุกคามโดยมนุษย์ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) รวบรวมสถานการณ์เผยแพร่ผ่าน infographic ชิ้นนี้
เต่าทะเลจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ว่าด้วยการห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ โดยมีผลครอบคลุมไปถึงไข่ ซาก ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์ นอกจากนี้ ยังถูกจัดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งพันธุ์พืชป่า และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ประเทศไทยพบเต่าทะเล 5 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่ามะเฟือง และเต่าหัวค้อน ปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักเกิดจากการติดเครื่องมือประมง โดยตลอดช่วง 16 ปี (พ.ศ.2546-2559) พบเต่าทะเลเกยตื้นมากถึง 1,775 ตัว เต่าทะเลนับเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามโดยมนุษย์อย่างรุนแรง สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมสถานการณ์มานำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
พลาสติกหุ้มฝาขวด (CAP SEAL) มักกลายสภาพเป็นเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันทีที่เราเปิดน้ำดื่ม และด้วยขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบา มันจึงถูกทิ้งลงพื้นอย่างเรี่ยราดมากกว่าทิ้งลงในถังขยะ พลาสติกเหล่านั้น คือตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาท่อระบายน้ำตัน-น้ำท่วมขัง โดยแต่ละปีมีการผลิตเจ้าขยะจิ๋วเหล่านี้มากถึง 2.6 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ 5 บริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มยักษ์ใหญ่ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าจะเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวด โดยดีเดย์วันที่ 1 เม.ย.2561 สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมสถานการณ์และสถิติมานำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
ทุกวันนี้ทั่วโลกต่างมุ่งเน้นไปที่การผลิตและใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก หรือพลังงานไฟฟ้า (อีวี) โดยมีเป้าประสงค์ในการลดมลพิษทางอากาศที่กำลังเป็นปัญหาอย่างหนัก ประเทศจีนซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตอากาศเสียอย่างรุนแรง ตั้งเป้าจะให้ทุกพื้นที่ของประเทศขนส่งด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น... ขณะนี้ค่ายรถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า ได้ประกาศชัดเจนในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2560 ว่าภายในปี 2573 จะผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือก ทั้งระบบอีวี ไฮบริด ปลั๊กอิน ในอัตราส่วน 2 ใน 3 ของรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด ชัดเจนว่าขณะนี้โลกกำลังหมุนรอบ "อีวี" สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์รถยนต์พลังงานสะอาดมานำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
ขยะกำลังเป็นใหญ่ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ และนับเป็นต้นตอสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษด้านอื่นๆ ตามมา ปี 2559 กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า  ประเทศไทยผลิตขยะไม่น้อยกว่า 74,130 ตัน หรือประมาณ 27.06 ล้านตัน/วัน คิดเป็นอัตราการเกิดขยะมูลฝอยที่ 1.14 กก./คน/วัน จากการคาดการณ์ของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าภายในปี 2568 จะมีประมาณขยะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว หรือปริมาณขยะในแต่ละวันเท่ากับการนำรถขนขยะมาเรียงต่อกันเป็นระยะ 5,000 กม. สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขยะมานำเสนอผ่าน Infographic และขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันลดการผลิตขยะที่เกินความจำเป็น
โลมาและวาฬ (Whales and Dolphins) จัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ว่าด้วยการห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ โดยมีผลครอบคลุมไปถึงไข่ ซาก ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์ โดย วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวน และสัตว์ทะเลหายากชนิดอื่นเป็นสัตว์คุ้มครอง นอกจากนี้ ยังถูกจัดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งพันธุ์พืชป่า และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดย โลมาอิรวดี อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง จัดอยู่ในรายชื่อ CITES บัญชี 1 ส่วนโลมาและวาฬชนิดอื่นๆ และฉลามวาฬ จัดอยู่ในรายชื่อ CITES บัญชี 2 กลุ่มโลมาและวาฬมี 27 ชนิด แบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ประจำถิ่นใกล้ฝั่ง และกลุ่มที่มีการอพยพย้ายถิ่นระยะไกล ซึ่งมักอาศัยบริเวณไกลฝั่ง สถิติการเกยตื้นในช่วง 16 ปี (พ.ศ.2546-2559) พบโลมาและวาฬเกยตื้นมากถึง 1,162...
IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) หรือ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานว่า หากสภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลง บริเวณเขตศูนย์สูตรจะมีปริมาณฝนสูงขึ้น และอุณหภูมิสูงขึ้น ระบบนิเวศป่าไม้ในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนชื้น ซึ่งประกอบด้วยความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย จะอยู่ในสภาพที่เปราะบาง และได้รับผลกระทบ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังมีผลทำให้ปริมาณฝน และความแห้งแล้งผิดปกติไปจากเดิม ดังนั้นระบบนิเวศธรรมชาติ โดยเฉพาะระบบนิเวศป่าไม้ซึ่ง เป็นแหล่งทุนทางธรรมชาติที่สำคัญของประเทศไทย อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น เมื่อระบบนิเวศป่าไม้ได้รับการรบกวนจะส่งผลต่อระบบสังคมพืช แหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่า และในภาพรวมต่อความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งพืช และสัตว์ที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น นอกจากนี้หากสิ่งที่มีชีวิต และปัจจัยทางกายภาพเหนือพื้นผิวดินมีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อคุณสมบัติของดิน และองค์ประกอบของดินในเรื่องของการหมุนเวียนคาร์บอน ความชุ่มชื้น และอินทรียวัตถุต่างๆ สิ่งเหล่านี้มีผลสะท้อนกลับต่อสังคมพืชพันธุ์ต่างๆ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมข้อมูล แบบจำลองความสัมพันธ์ระหว่างชนิดป่าไม้กับปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ นำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นหนึ่งในนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมายมั่นปั้นมือที่จะสานฝันให้สำเร็จ เม็ดเงินจำนวน 1.5 ล้านล้านบาท ทั้งจากภาครัฐและเอกชน จึงกำลังจะถูกแปรสภาพให้กลายเป็นโครงสร้างขั้นพื้นฐาน และโครงการลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เป้าหมายของการดำเนินโครงการก็คือการเติมเต็มภาพรวมของการส่งเสริมการลงทุน ยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และจะทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว รัฐบาลมั่นใจว่า การดำเนินโครงการ EEC จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมผลการวิเคราะห์ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) มานำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดการเรียนรู้ และ "มหาวิทยาลัย" ก็นับเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ที่ย่อมสร้างสรรค์บุคคลให้มีความรู้ความสามารถได้มากยิ่งขึ้น หากมีสภาพแวดล้อมที่ดีเพียงพอ UI GreenMetric World University Ranking ซึ่งริเริ่มจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2010 ได้ใช้เกณฑ์การประเมินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนาดของมหาวิทยาลัย ทั้งในแง่จำนวนนักศึกษา ขอบเขตของพื้นที่ และปริมาณพื้นที่สีเขียว ขณะที่อีกส่วนคือข้อมูลการใช้พลังงาน การเดินทางสัญจร การใช้น้ำ การจัดการขยะและการรีไซเคิล รวมถึงความมุ่งมั่นของสถาบันในการดำเนินนโยบายต่างๆ และการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับผลการจัดอันดับในปี 2017 นี้ ประกอบด้วย 619 มหาวิทยาลัย จาก 76 ประเทศ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมอันดับบางส่วนมานำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -