Monday, December 17, 2018
Home Media Infographic

Infographic

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีการปล่อยจากการทำปศุสัตว์ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) เป็น 14% เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำปศุสัตว์ซึ่งมากพอๆ กับการใช้รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถไฟ เรือ รวมกัน จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน หากต้องการบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างพร้อมเพรียงกัน หนึ่งในนั้นอาจเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมลดการกินอาหารจากเนื้อสัตว์ หันไปกินอาหารที่อุดมด้วยพืชผักแทน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ฉายภาพรวมสถานการณ์นำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
น้ำ ปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ หนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของประเทศ ถูกใช้เพื่อขับเคลื่อนสังคมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งต้องการน้ำมากที่สุดในการผลิตอาหารหล่อเลี้ยงผู้คน อย่างไรก็ตาม ศักยภาพน้ำของประเทศไทย ทั้งน้ำผิวดินและน้ำท่า ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้เพียง 28% ซึ่งสาเหตุที่นำมาใช้ได้น้อยเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ยากต่อการควบคุม สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GrennNews) รวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำและการใช้งานในประเทศไทย มานำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
'ปะการัง' เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหาร เป็นกำแพงป้องกันชายฝั่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการ และเป็นสิ่งที่ถูกคุกคามอยู่ในปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลชนิดนี้กำลังมีสถานภาพเช่นเดียวกันทั่วโลก คือได้รับความเสียหายจากปัจจัยต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันก็มีความพยายามในการรักษาฟื้นฟูด้วยแนวทางที่หลากหลาย สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GrennNews) สรุปสถานการณ์ปะการังไทยช่วงปี 2554-2558 พร้อมแนวทางที่เราสามารถช่วยเยียวยา มานำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
ประเทศไทย อยู่ระหว่างแหล่งกำเนิดพายุ ทะเลจีนใต้ และอ่าวเบงกอล โดยจะมีพายุหมุนเขตร้อน มาเยือนไทยเฉลี่ยปีละ 3 ลูก ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ตลอด 65 ปีที่ผ่านมาไทยเจอพายุไปแล้ว 190 ลูก มากที่สุดคือพายุหมุนเขตร้อน 154 ลูก เสียหายมากที่สุดคือ พายุเกย์ ในปี 2532 คร่าชีวิต 446 คน และพื้นที่เกษตร 80 ล้านไร่เสียหาย หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ คืออุณหภูมิน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงจากสภาวะโลกร้อน และผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พายุรุนแรงขึ้น สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) รวบรวมข้อมูลนำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
ป่าชุมชนบุญเรือง ต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เคยถูกระบุว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมเหมาะที่จะนำมาจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เฟส 2 จ.เชียงราย เมื่อราวปี 2558 สิ่งที่ตามมาคือการรวมตัวของชาวบ้านในละแวก ผู้อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของผืนป่าดังกล่าวมาอย่างช้านาน ลุกขึ้นมาแสดงความกังวลพร้อมการศึกษาข้อมูลเชิงวิชาการร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ สิ่งที่พบคือป่าชุมชนอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปีแห่งนี้ มีระบบนิเวศย่อยถึง 8 ประเภท มีความหนาแน่นของต้นไม้มากกว่าเกณฑ์ภายใต้นิยามป่าเสื่อมโทรมถึง 8 เท่า และเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ ขณะเดียวกันยังเป็นป่าชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำอิง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง เป็นพื้นที่รับน้ำ หรือ แก้มลิง ตามธรรมชาติ ซึ่งคำนวณว่าหากน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ป่าชุมชนจะช่วยรับน้ำถึง 6 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ปัจจุบันทางรัฐบาลจะมีการประกาศยกเลิกแผนการใช้พื้นที่ดังกล่าว แต่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงรอคอยหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ เพื่อการันตีว่าป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้จะไม่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเขตอุตสาหกรรมในอนาคต สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) รวบรวมข้อมูลการคำนวณความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน จากรายงานการวิเคราะห์บริการทางนิเวศจากป่าชุมชน “ป่าชุมชนบุญเรือง: ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจชุมชนและความยากจน?” นำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องจับตา เมื่อตลอดเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการกวาดล้างโรงงานรีไซเคิลซากเหล่านี้อย่างผิดกฎหมายไปแล้วหลายแห่ง ความอันตรายจากมลพิษ คือปัญหาหลักที่จะเกิดขึ้นหากขยะประเภทนี้ถูกจัดการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งสามารถสร้างผลเสียหายที่ใหญ่หลวงตามมา ผกผันตามปริมาณที่มากขึ้นในทุกขณะ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ฉายภาพรวมของสถานการณ์ผ่าน Infographic ชิ้นนี้
หนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยงทางทะเล ซึ่งการตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งทะเล "อันดามัน" และ "อ่าวไทย" เป็นข้อได้เปรียบให้ไทยสามารถกอบโกยเม็ดเงินมหาศาลมาได้เป็นเวลาช้านาน อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ทวีเพิ่มขึ้นในทุกปี ตามมาด้วยการฟอกขาวของปะการัง เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เข้มข้น ทั้งหมดจึงบวกกันเป็นลูกโซ่ผลกระทบที่กำลังจะทำลายระบบนิเวศใต้ผืนน้ำนี้ลงอย่างราบคาบ ที่สุดแล้วผลกระทบทั้งหลาย แปรเปลี่ยนเป็นรายได้ที่หดหาย เมื่อชิ้นงานวิจัยได้ประเมินว่าไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะแนวปะการังฟอกขาวไปแล้วถึง 4 หมื่นล้านบาท สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ประมวลข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดังกล่าว มานำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้
ข้อมูลจากงานวิจัย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลต่อสถานการณ์ “กัดเซาะชายฝั่ง” ทั้งความแปรปรวนของกระแสคลื่นลม และระดับน้ำขึ้น-ลง ที่รุนแรงขึ้น สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ประมวลสถานการณ์และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำเสนอผ่าน infographic ชิ้นนี้
คนไทย 1 คน ใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 60 กิโลกรัม หรือรวมแล้วหนักกว่า 3.9 ล้านตัน โดยการผลิตกระดาษ 1 ตัน เราต้องตัดต้นไม้เฉลี่ย 17 ต้น นั่นหมายความว่าเพื่อให้กระดาษเพียงพอต่อความต้องการ ประเทศไทยต้องตัดต้นไม้มากกว่าปีละ 55 ล้านต้น ไม่น่าเชื่อว่าการผลิตกระดาษ 1 ตัน เราต้องใช้น้ำกว่า 31,500 ลิตร และสูญเสียกระแสไฟฟ้ามากถึงชั่วโมงละ 4,100 กิโลวัตต์ ซึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ 2,911 กิโลกรัม ฉะนั้นหากเราใช้กระดาษอย่างรู้คุณค่าด้วยการใช้ครบถ้วนทั้ง 2 หน้า เราจะช่วยชีวิตต้นไม้ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1,300,000 ต้น    
ข้อมูลอันน่าหวาดวิตกต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก คือ 50% ของขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็น “พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง” มากไปกว่านั้น หากพิจารณาตัวเลขการผลิตพลาสติกและทรัพยากรที่ต้องสูญเสียไปในกระบวนการผลิตพลาสติก จะพบว่ามีจำนวนมหาศาลชนิดที่มีโอกาสท่วมโลกได้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2561 สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ขอชักชวนทุกท่านร่วมกัน “ปฏิเสธ” การใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง ตามธีมรณรงค์ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ระบุว่า Best Plastic Solution: if you can’t reuse it, refuse it. “สู้กับปัญหาขยะพลาสติก: ถ้าเอามันกลับมาใช้ไม่ได้ก็จงปฏิเสธมันซะ”
- Advertisement -

Recent Stories

Recent Media

- Sponsored -